Bitget ชี้บิตคอยน์มีลุ้นแตะ 105,000 ดอลลาร์ หลังสหรัฐฯบุกเวเนซุเอลา มองมีโอกาสเคลื่อนไหวทิศทางเดียวกับทองและแร่เงินเหตุนักลงทุนกลับเข้าซื้อป้องกันความเสี่ยง

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

  • Bitget เผยบิตคอยน์มีโอกาสเคลื่อนไหวตามสินทรัพย์ปลอดภัยทั้งราคาทองคำและแร่เงินที่ทำจุดสูงสุดใหม่ คาดระยะสั้นราคาบิตคอยน์มีโอกาสกลับไปแตะระดับ 105,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ภายหลังปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ในเวเนซุเอลา
  • ชี้สถิติในอดีตการปรับขึ้นอย่างต่อเนื่องของสินค้าโภคภัณฑ์มักส่งผลบวกต่อตลาดคริปโท เหตุนักลงทุนมองบิตคอยน์เป็นสินทรัพย์ทางเลือกในการเก็บมูลค่า (Alternative Store Of Value) มากกว่าจะเป็นเพียงสินทรัพย์เสี่ยงเก็งกำไร
  • ล่าสุดหลังขึ้นแท่นเป็น Universal Exchange (UEX) ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ได้เปิดให้บริการเทรดสินทรัพย์ดั้งเดิม (TradFi) อย่างเป็นทางการ มีผู้ใช้งานกว่า 80,000 รายในช่วงของการทดสอบ พบพฤติกรรมนักลงทุนปัจจุบันมีความยืดหยุ่นลงทุนกระจายความเสี่ยงทั้งสินทรัพย์ดั้งเดิมและสินทรัพย์ใหม่ควบคู่กันไปมากกว่าจะเน้นเพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง

นางสาวเกรซี่ เฉิน (Gracy Chen) กรรมการผู้จัดการของ บิตเก็ต (Bitget) แพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนคริปโทเคอร์เรนซีและบริษัท Web3 ชั้นนำของโลก กล่าวว่าปรากฎการณ์ที่ราคาสินทรัพย์ เช่น ทองคำพุ่งทำจุดสูงสุดใหม่ที่ระดับ4,500 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์ และราคาแร่เงินทำจุดสูงสุดที่ 72 ดอลลาร์สหรัฐฯ จนกลายเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าตามราคาตลาดสูงเป็นอันดับ 4 ของโลกสะท้อนถึงความต้องการของนักลงทุนต่อสินทรัพย์ปลอดภัยจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ แนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ไม่สม่ำเสมอรวมถึงป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ในระดับสูง คาดว่าแนวโน้มดังกล่าวจะยังมีต่อเนื่องในปีนี้

Bitget ชี้บิตคอยน์มีลุ้นแตะ 105,000 ดอลลาร์ หลังสหรัฐฯบุกเวเนซุเอลา มองมีโอกาสเคลื่อนไหวทิศทางเดียวกับทองและแร่เงินเหตุนักลงทุนกลับเข้าซื้อป้องกันความเสี่ยง

ทั้งนี้การปรับตัวขึ้นของโลหะมีค่าทั้งสองนี้จะส่งผลบวกต่อตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลให้ปรับตัวไปในทิศทางเดียวกัน โดยเฉพาะบิตคอยน์ที่ถูกมองว่าเป็นทองคำดิจิทัล จากสถิติในอดีตการปรับขึ้นอย่างต่อเนื่องของสินค้าโภคภัณฑ์มักส่งผลบวกต่อตลาดคริปโทด้วย โดยนักลงทุนมองว่าบิตคอยน์เป็นสินทรัพย์ทางเลือกในการเก็บมูลค่า (Alternative Store Of Value) มากกว่าจะเป็นเพียงสินทรัพย์เสี่ยงเก็งกำไรเท่านั้น

"มองว่าในที่สุดนักลงทุนจากทั้งสองฝั่งคือฝั่งสินทรัพย์ดั้งเดิมและฝั่งที่ลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัลจะเข้าลงทุนทั้งตลาดสินค้าโภคภัณฑ์และสินทรัพย์ดิจิทัลเพื่อกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุน แม้ว่าคุณลักษณะของสินทรัพย์ดิจิทัลจะเคลื่อนไหวสอดคล้องกับสินทรัพย์เสี่ยง แต่มีแนวโน้มที่นักลงทุนจะมองเป็นสินทรัพย์ช่วยป้องกันความเสี่ยงจากความไม่มั่นคงทางภูมิรัฐศาสตร์และการด้อยค่าของระบบการเงินในระยะยาว การปรับตัวขึ้นของทองคำ แร่เงินและบิตคอยน์ภายหลังปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ในเวเนซุเอลาเป็นตัวอย่างที่ชัดเจน " นางสาวเกรซี่ เฉิน กล่าว

ด้านมุมมองต่อราคาบิตคอยน์เริ่มมีสัญญาณเชิงบวกของ BTC และ ETH ที่มีแรงขายน้อยลง ขณะที่เม็ดเงินไหลเข้ากองทุน ETF เริ่มพลิกกลับเป็นบวกและปริมาณซัพพลายของสเตเบิลคอยน์ที่ทำจุดสูงสุดใหม่ ชี้ให้เห็นถึงการสะสมอย่างต่อเนื่องจากนักลงทุนสถาบัน มากกว่าการเทขาย รวมถึงเริ่มเห็นการฟื้นตัวของเหรียญ Altcoin บางตัว
"ระยะสั้นมองว่าบิตคอยน์มีโอกาสขึ้นไปทดสอบระดับ 105,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่อีเธอเรียมอาจทดสอบระดับ 3,600 ดอลลาร์สหรัฐฯ โดยนักลงทุนให้น้ำหนักในฐานะสินทรัพย์ที่ขับเคลื่อนนวัตรกรรมควบคู่กับการป้องกันความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์" นางสาวเกรซี่ เฉิน กล่าว

เพื่อรองรับทั้งนักลงทุนแบบดั้งเดิมและนักลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลที่ต้องการปรับพอร์ตการลงทุนอย่างรวดเร็ว Bitget ซึ่งเป็น Universal Exchange (UEX) ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ได้เปิดให้บริการเทรดสินทรัพย์ดั้งเดิม (TradFi) อย่างเป็นทางการ หลังมีผู้ใช้งานกว่า 80,000 รายในช่วงของการทดสอบ โดยสามารถซื้อขายภายในแพลตฟอร์มเดิมได้ทันที ปัจจุบัน Bitget มีสินทรัพย์การลงทุนดั้งเดิมที่สามารถซื้อขายได้กว่า 79 รายการ ตั้งแต่โลหะมีค่าอัตราแลกเปลี่ยน ดัชนีตลาดหุ้นและสินค้าโภคภัณฑ์ โดยทองคำเป็นสินทรัพย์ที่มีวอลลุ่มซื้อขายสูงที่สุดที่100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯต่อวัน บ่งบอกถึงความต้องการของนักลงทุนที่มีต่อสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยง

"พฤติกรรมของนักลงทุนที่ต้องการความยืดหยุ่นในการเลือกลงทุนสินทรัพย์ต่าง ๆ ภายใต้แพลตฟอร์มเดียวเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง เป็นตัวชี้วัดว่านักลงทุนดั้งเดิมและนักลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัลกำลังเดินเข้าหากันมากขึ้นทำให้มีโอกาสที่คริปโทจะเข้าสู่ระดับแมสได้นั้นอยู่อีกไม่ไกล" นางสาวเกรซี่ เฉิน กล่าว


ข่าวราคาทองคำ+นักลงทุนวันนี้

InterGOLD เปิดสถิติ 20 ปี ชี้ "จุดสะสมใหม่" หลังจบเทศกาลตรุษจีน

แนะปรับพอร์ตลดเสี่ยงยอดดอย ด้วยกลยุทธ์รอสะสมรอบใหม่ หลังทองสร้างฐานปลายไตรมาส 1 อินเตอร์โกลด์ (InterGOLD) เผยผลวิเคราะห์เชิงสถิติ 20 ปี (2006-2025) พบราคาทองคำช่วงตรุษจีนพุ่งรับอานิสงส์ "January Effect" โดยการเข้าสะสมล่วงหน้า 2-4 สัปดาห์ มีอัตราความน่าจะเป็นในการสร้างกำไร (Win Rate) สูงถึง 70% แต่ถ้าเข้าซื้อล่าช้าในช่วง 1 สัปดาห์ก่อนเทศกาลจะให้อัตราคาดหวังผลตอบแทนที่ลดลง แนะนำนักลงทุนรอจังหวะการปรับฐานหลังจบเทศกาล เพื่อเข้าสะสมรอบใหม่ในระดับราคาที่ได้เปรียบเชิงต้นทุนมากกว่าการไล่ราคาในขณะนี้ นาย

SCB WEALTH จัดงานเสวนาออนไลน์ ในหัวข้อ "B... SCB WEALTH ผนึกทีม Holistic เปิดมุมมองการลงทุนในยุค Beyond The Dollar — SCB WEALTH จัดงานเสวนาออนไลน์ ในหัวข้อ "Beyond The Dollar : 2026 โลกการเงินใหม่ กล...

บลจ.ทิสโก้เปิด กองทุนเปิด ทิสโก้ โกลด์ อั... บลจ.ทิสโก้เปิดกองทุน TGOLD - UH เพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนจากราคาทองคำโลก — บลจ.ทิสโก้เปิด กองทุนเปิด ทิสโก้ โกลด์ อันเฮดจ์ (TGOLD UH) เพิ่มโอกาสสร้างกำไรจาก...

ทองคำโลกยังคงร้อนแรง โดยล่าสุดเช้าวันนี้ ... ทองคำโลกสร้างสถิติใหม่ เหนือระดับ $5,500 — ทองคำโลกยังคงร้อนแรง โดยล่าสุดเช้าวันนี้ 29 ม.ค. 69 เวลา 06.39 น. พุ่งทะยานทำจุดสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ที่...

บริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP GOLD ชี้ 3 แ... "GCAP GOLD" มองทองคำร้อนแรงต่อเนื่อง ลุ้นขึ้นทำ All Time High จากปัจจัยพื้นฐานหนุน — บริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP GOLD ชี้ 3 แรงกดดันใหม่สัปดาห์นี้ กรีนแล...

บล.โกลเบล็ก (GBS) ประเมินราคาทองคำผันผวน ... "โกลเบล็ก" ชี้เศรษฐกิจสหรัฐฯสั่นคลอน ดันทองคำเคลื่อนไหวในกรอบ 4,000 - 4,150 ดอลลาร์ต่อออนซ์ — บล.โกลเบล็ก (GBS) ประเมินราคาทองคำผันผวน จากแรงกดดันที่นักลง...