อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา ให้การต้อนรับ Mr. Ang Kwee Tiang รองประธานอาวุโสฝ่ายนโยบายภาครัฐประจำภูมิภาคเอเชีย ยูนิเวอร์แซลมิวสิคกรุ๊ป (UMG) และคณะกรรมการบริหารภูมิภาคเอเชีย สมาพันธ์ผู้ผลิตสิ่งบันทึกเสียงระหว่างประเทศ (IFPI) เพื่อหารือแนวทางความร่วมมือยกระดับอุตสาหกรรมเพลงไทยสู่ตลาดสากล พร้อมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการรับมือความท้าทายด้านการบริหารจัดการลิขสิทธิ์ในยุคดิจิทัล
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมเพลงไทยมีศักยภาพโดดเด่นเป็นอย่างมาก โดยปัจจุบันมีขนาดตลาดใหญ่เป็นอันดับ 1 ของอาเซียน และรั้งอันดับ 29 ของโลก ด้วยมูลค่าตลาดกว่า 100.90 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งรายได้หลักกว่าร้อยละ 90 มาจากระบบสตรีมมิ่ง บนแพลตฟอร์มดิจิทัลต่างๆ สะท้อนโอกาสในการเติบโตของเพลงไทยในเวทีสากลอย่างชัดเจน ด้วยศักยภาพดังกล่าว กรมฯ จึงเดินหน้านโยบายเชิงรุกในการเสริมสร้างความร่วมมือกับกลุ่มค่ายเพลงระดับโลก เพื่อส่งเสริมระบบนิเวศที่เอื้อต่อการสร้างสรรค์และยกระดับเพลงไทยสู่ตลาดต่างประเทศ โดยมุ่งเน้นการสร้างความตระหนักรู้ด้านลิขสิทธิ์ ควบคู่กับการพัฒนากลไกการคุ้มครองและบริหารจัดการลิขสิทธิ์ให้สอดคล้องกับบริบทยุคดิจิทัล
นางอรมน กล่าวว่า จากการหารือแนวทางการส่งเสริมความรู้ด้านลิขสิทธิ์ร่วมกับ UMG และ IFPI ทุกฝ่ายเห็นพ้องว่า พฤติกรรมการบริโภคเพลงมีความแตกต่างกันตามช่วงวัยและกำลังซื้อ โดยกลุ่มวัยทำงานและวัยสูงอายุมีแนวโน้มยินดีจ่ายค่าลิขสิทธิ์เพื่อเข้าถึงผลงานที่มีคุณภาพมากกว่ากลุ่มอื่นๆ การรณรงค์สร้างความตระหนักรู้ด้านลิขสิทธิ์จึงจำเป็นต้องออกแบบรูปแบบการสื่อสารให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายในแต่ละช่วงวัย ซึ่งกรมฯ จะประสานความร่วมมือกับ IFPI นำข้อมูลเชิงสถิติของผู้บริโภคงานเพลงที่จำแนกตามช่วงอายุมาวิเคราะห์เชิงลึก และพัฒนากิจกรรมรณรงค์สร้างความตระหนักรู้เรื่องลิขสิทธิ์ให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชนและคนรุ่นใหม่ อย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น พร้อมต่อยอดองค์ความรู้ด้านการใช้ประโยชน์จากงานลิขสิทธิ์ในเชิงพาณิชย์ให้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมเพลงไทย เพื่อกำหนดกลยุทธ์และวางแผนธุรกิจอย่างเหมาะสม เตรียมพร้อมสู่สนามแข่งขันในตลาดสากลได้อย่างเข้มแข็ง
ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาในภาพรวมเชิงเศรษฐกิจ พบว่า ปัจจุบันอุตสาหกรรมลิขสิทธิ์มีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ คิดเป็นร้อยละ 8.01 ของ GDP และสร้างการจ้างงานกว่า 9 แสนตำแหน่ง โดยมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี การขยายตัวดังกล่าวมาพร้อมกับความท้าทายจากเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยเฉพาะการนำผลงานลิขสิทธิ์ไปใช้ในการฝึกฝน (Train) AI โดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งอาจเข้าข่ายการละเมิดลิขสิทธิ์ ส่งผลให้ภาคเอกชนเจ้าของสิทธิยังคงมีความกังวลในประเด็นดังกล่าว โดยกรมฯ ตระหนักถึงข้อห่วงกังวลนี้ จึงบูรณาการความร่วมมือกับสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำงานร่วมกันภายใต้ "คณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อจัดทำข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการใช้งานอันมีลิขสิทธิ์เพื่อการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์อย่างมีความรับผิดชอบ" โดยในไตรมาสแรกของปี 2569 นี้ คณะทำงานฯ จะเดินหน้าศึกษาและพิจารณามาตรการทางกฎหมายที่จำเป็นต่อการเตรียมสภาพแวดล้อมด้านทรัพย์สินทางปัญญาให้เอื้อต่อการพัฒนาและประยุกต์ใช้ AI อย่างเหมาะสมและมีความรับผิดชอบต่อเจ้าของลิขสิทธิ์ ท่ามกลางสภาวการณ์ทางเทคโนโลยี สังคม และเศรษฐกิจของไทย ตลอดจนความตกลงระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำมาซึ่งกรอบกฎหมายที่ชัดเจนในการคุ้มครองสิทธิและค่าตอบแทนของผู้สร้างสรรค์ที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศ
นอกจากนี้ ในการประชุมยังมีการหารือแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับข้อเสนอการขยายอายุความคุ้มครองงานลิขสิทธิ์ภายหลังจากผู้สร้างสรรค์เสียชีวิตจาก 50 ปี เป็น 70 ปี โดยกรมฯ ได้เปิดรับฟังความเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างรอบด้าน และมีความเห็นในเบื้องต้นว่าการพิจารณาประเด็นดังกล่าวจำเป็นต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อผู้สร้างสรรค์และผู้ใช้ประโยชน์จากงานลิขสิทธิ์ในหลายมิติ เพื่อให้การคุ้มครองงานลิขสิทธิ์สามารถสนับสนุนทั้งการสร้างสรรค์ การเข้าถึงองค์ความรู้ และการนำผลงานเดิมมาพัฒนาต่อยอดใหม่ ตลอดจนการพิจารณาผลกระทบต่อระบบนิเวศข้อมูลและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศ โดยเฉพาะนโยบายการเป็นศูนย์กลางข้อมูล (Data Center) ของภูมิภาค ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับการเข้าถึงและการใช้ข้อมูลอย่างถูกกฎหมาย เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ของไทยในระยะยาว
อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าวทิ้งท้ายว่า ภายใต้ความร่วมมือกับหน่วยงานระดับโลก กรมฯ มุ่งมั่นที่จะสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการเติบโตของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทย โดยยึดหลักการสร้างสมดุลระหว่างการคุ้มครองและการใช้ประโยชน์จากงานลิขสิทธิ์ เพื่อรักษาผลประโยชน์และผลตอบแทนที่เป็นธรรมให้กับผู้สร้างสรรค์ไทย ควบคู่กับการใช้เทคโนโลยีและข้อมูลเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนพร้อมเร่งสร้างความชัดเจนด้านกฎหมาย เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้สร้างสรรค์และนักลงทุนสามารถดำเนินธุรกิจร่วมกันได้อย่างมั่นคง และส่งเสริมผู้ประกอบการไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนในเวทีสากล
ผู้ยื่นไทย-ต่างชาติเดินหน้าจดทะเบียนรับความคุ้มครอง IP ในไทยต่อเนื่อง กรมทรัพย์สินทางปัญญาเผย ครึ่งปีแรก 2569 คำขอจดทะเบียนทะลุ 3.8 หมื่น
กรมทรัพย์สินทางปัญญา ผนึกกำลัง อย. ลงนาม MOU ยกระดับผลิตภัณฑ์สุขภาพไทย เชื่อมทรัพย์สินทางปัญญา - นวัตกรรม ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ
กรมทรัพย์สินทางปัญญา หารือ ช่อง 3 ยกระดับความร่วมมือ IP มุ่งคุ้มครองสิทธิ-ใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์
กรมทรัพย์สินทางปัญญา เสริมแกร่งนักสร้างสรรค์ไทย ชวนทำความเข้าใจเส้นแบ่งระหว่าง "แรงบันดาลใจ" กับ "การละเมิดลิขสิทธิ์"
กรมทรัพย์สินทางปัญญา พาบุกฟาร์ม "หอยนางรมสุราษฎร์ธานี" ตรวจเยี่ยมกระบวนการผลิตตามมาตรฐาน GI พร้อมเฟ้นหาสินค้าอัตลักษณ์พื้นถิ่น เพื่อผลักดันเข้าสู่ระบบ GI อย่างต่อเนื่อง
กรมทรัพย์สินทางปัญญา ร่วมฉลอง 30 ปี JETRO Bangkok เดินหน้าสานต่อความร่วมมือด้านทรัพย์สินทางปัญญาไทย-ญี่ปุ่น มุ่งขับเคลื่อนนวัตกรรมและเศรษฐกิจไทยสู่อนาคต
"พาณิชย์" ร่วมเวทีประชุมระดับรัฐมนตรีของ WIPO ชูบทบาทไทยในการขับเคลื่อนระบบนิเวศทรัพย์สินทางปัญญา เชื่อมนวัตกรรม ความคิดสร้างสรรค์ และภูมิปัญญาท้องถิ่นไทยสู่ตลาดโลก
กรมทรัพย์สินทางปัญญา ชวนใช้วัตถุดิบ GI เพิ่มมูลค่าอาหารไทย สร้างอัตลักษณ์ความอร่อยที่ไม่อาจเลียนแบบได้พร้อมหนุนผู้ประกอบการต่อยอดนวัตกรรมอาหารด้วยทรัพย์สินทางปัญญา
กรมทรัพย์สินทางปัญญา เดินหน้าส่งเสริมการควบคุมคุณภาพ GI "ฉะเชิงเทรา" เพิ่มศักยภาพรุกตลาดพรีเมียมทั้งในและต่างประเทศ พร้อมลุยตรวจเยี่ยมแหล่งผลิต GI และผลักดันว่าที่สินค้า GI ในอนาคต