จากวงล้อมกะละมังน้ำอุ่นผสมสมุนไพรพื้นบ้าน กลิ่นขมิ้น ใบและผิวมะกรูด การบูร พร้อมกลิ่นสมุนไพรหลากหลายชนิด ที่อบอวลอยู่ภายในศาลาชุมชนเล็ก ๆ ตำบลบ้านหอย อำเภอประจันตคาม จังหวัดปราจีนบุรี ภายใต้ชื่อกิจกรรม "แช่เท้า เล่าเรื่อง" กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการเปิดใจพูดคุยถึงปัญหาชีวิตของคนในชุมชน ตั้งแต่ปัญหาการดื่มสุรา ความรุนแรงในครอบครัว หนี้สิน ไปจนถึงปัญหาสารเสพติด ตลอดจนปัจจัยเสี่ยงทางสังคมด้านต่างๆ
กิจกรรม "แช่เท้า เล่าเรื่อง" หนึ่งในกลไกสำคัญของ "โครงการชุมชนเปี่ยมสุข ปลอดภัย ปลอดภัยปัจจัยเสี่ยงสุขภาพ" ภายใต้การขับเคลื่อนของมูลนิธิวิถีสุข และสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) โดยการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ที่ใช้ "มิติสุขภาพ" เป็นกุศโลบายเชื่อมคนในชุมชนเข้าสู่กระบวนการลด ละ เลิกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และปัจจัยเสี่ยงทางสังคม โดย "มิติสุขภาพ" เป็น 1 ใน 8 มิติ ภายใต้ "คุณภาพชีวิตเปี่ยมสุข 8 มิติ" ที่ครอบคลุมทั้งสุขภาพกาย ใจ การเงิน การงาน ความสัมพันธ์ สังคม ปัญญา และจิตวิญญาณ ซึ่งเป็นแนวคิดการดำเนินงานของโครงการชุมชนเปี่ยมสุขฯ และได้พัฒนาเป็นโมเดลการทำงานที่มุ่ง "เปลี่ยนวิถีชีวิตและพฤติกรรม" ของคนในชุมชนอย่างรอบด้าน โดยใช้ชุมชนเป็นฐานในการดูแลสุขภาวะ ผ่านแนวคิดดังกล่าว
นายทนุศักดิ์ คร้ามไพบูลย์ (หมอบิ๊ก) นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านเกาะแดง ตำบลบ้านหอย แกนนำสำคัญของโครงการฯ กล่าวว่า แนวคิดสำคัญของกิจกรรม "แช่เท้า เล่าเรื่อง" ใช้เรื่องสุขภาพเป็นจุดเริ่มต้นในการเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้คนในชุมชน โดยแทนที่จะเริ่มต้นด้วยการรณรงค์เรื่อง "ลด ละ เลิก เหล้า" แบบตรงไปตรงมา แต่เลือกใช้กิจกรรมด้านสุขภาพที่เข้าถึงง่าย เป็นกันเอง และสอดคล้องกับวิถีชุมชนมา เป็นตัวนำ จนสามารถดึงทั้งผู้นำชุมชน ทั้งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านหอย แกนนำท้องถิ่น รวมถึงชาวบ้านทั่วไป เข้ามาร่วมกิจกรรมได้อย่างไม่รู้สึกกดดัน จากบรรยากาศที่เรียบง่ายแบบลูกทุ่ง จึงกลายเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้ผู้คนได้พูดคุยกันอย่างเปิดใจ หลายคนเริ่มเล่าถึงปัญหาความทุกข์ในครอบครัวที่เกิดจากการดื่มสุรา บางคนสะท้อนภาระหนี้สินจากการใช้ชีวิตผิดพลาด และปัญหาด้านอื่นๆ เมื่อปัญหาถูกเปิดเผยกลางวงสนทนา ชุมชนจึงเริ่ม "มองเห็นปัญหาร่วมกัน" และนำไปสู่การร่วมกันคิดหาทางออกในระดับครอบครัวก่อนขยายสู่ระดับพื้นที่
"ถ้าไปบอกให้เลิกเหล้าตรง ๆ คนจะรู้สึกต่อต้าน แต่ถ้าเริ่มจากเรื่องสุขภาพ เขาจะเปิดใจง่ายกว่า ระหว่างการแช่เท้า 15-20 นาที เราก็เลือกคนต้นแบบที่มีปัญหาจากการดื่มแอลกอฮอล์เข้าร่วมกิจกรรม ให้เขามาแชร์ประสบการณ์ มาเล่าให้ฟังว่าเขาแก้ปัญหายังงัย ทั้งปัญหาหนี้สิน ปัญหาสุขภาพ และปัญหาความรุนแรงในครอบครัว" หมอบิ๊กกล่าว พร้อมระบุว่า จากผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น ทำให้นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านหอยและภาคีท้องถิ่นเห็นถึงประโยชน์ของกิจกรรมดังกล่าว จึงบรรจุโครงการชุมชนเปี่ยมสุขฯ เข้าไว้ในข้อบัญญัติงบประมาณประจำปีของท้องถิ่น เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องและเกิดความยั่งยืนในชุมชน
หมอบิ๊ก กล่าวเพิ่มเติมว่า ในการทำงานด้านสุขภาวะชุมชน ตนได้เข้ามาสานต่อภารกิจจาก "พี่หมอแจ้" หรือ นางเพ็ญประภา พัวพานิช อดีตผู้อำนวยการ รพ.สต.บ้านเกาะแดง ซึ่งเป็นผู้ริเริ่มแนวคิดชุมชนเปี่ยมสุขในพื้นที่แห่งนี้ โดยต่อยอดให้กิจกรรม "แช่เท้า เล่าเรื่อง" ให้กลายเป็นเครื่องมือสื่อสารเชิงรุกมากขึ้น
นอกจากการสร้างพื้นที่พูดคุยแล้ว หนึ่งในกลยุทธ์สำคัญ คือ การดึง "ตัวแปรสำคัญในบ้าน" เช่น ภรรยา แม่ หรือคนใกล้ชิด เข้ามามีบทบาทเป็นผู้ดูแลเคส คอยติดตาม สร้างแรงจูงใจ และช่วยประคับประคองผู้ดื่มให้สามารถเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมได้จริง โดยดูแลทั้งด้านสุขภาพกาย สุขภาพใจ เศรษฐกิจ และความสัมพันธ์ในครอบครัว โดยมีกลุ่ม "พลังหญิง" และ "ชมรมคนหัวใจเพชร" เป็นกำลังสำคัญในการทำงานแบบ "ชวน ช่วย เชียร์"
"หลายครั้งคนดื่มไม่เห็นผลกระทบของตัวเอง แต่คนในบ้านเห็นชัด ทั้งเรื่องหนี้สิน ความเครียด หรือปัญหาความสัมพันธ์ เราจึงทำงานกับทั้งครอบครัวไม่ใช่แค่คนดื่มเท่านั้น สำหรับพื้นที่ รพ.สต. บ้านเกาะแดง จากจำนวน 104 คน ที่เข้าโครงการงดเหล้า เข้าพรรษา ตอนนี้เราคัดมา 5 เคส ที่เขาและครอบครัวพร้อมสำหรับการดูแลและติดตามการแก้ปัญหาอย่างจริงจัง" หมอบิ๊กกล่าว
นายอาทิตย์ เสมอเชื้อ อายุ 49 ปี เกษตรกรเจ้าของฟาร์มสุกร หนึ่งในคนต้นแบบ จากชุมชนเปี่ยมสุขบ้านเกาะมะไฟ ที่เปลี่ยนชีวิตได้อย่างชัดเจน โดยเริ่มต้นด้วย มิติสุขภาพ เขาเล่าว่า ดื่มหนักมาตั้งแต่วัยรุ่นจนส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ซึ่งพบว่าร่างกายเริ่มรับไม่ไหว ทั้งมีอาการมือสั่น ใจสั่น เหนื่อยง่าย จนทำงานหนักไม่ได้ ขณะเดียวกัน ภาระหนี้สินจากการทำฟาร์ม สะสมรวมกันมากกว่าหนึ่งล้านบาท กลายเป็นแรงกดดันสำคัญในชีวิต จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นเมื่อเขาเข้าร่วมกิจกรรมงดเหล้าเข้าพรรษาร่วมกับ อสม. อย่างต่อเนื่อง จึงตัดสินใจเลิกเหล้าอย่างเด็ดขาด เพราะต้องการดูแลครอบครัวและลูกหลานให้มีอนาคตที่ดี โดยเมื่อก่อนเงินหมดไปกับเหล้า แต่ปัจจุบันนำเงินค่าเหล้ามาดูแลครอบครัวแทน สุขภาพก็ดีขึ้น ทำงานได้เต็มที่ และภายหลังเลิกเหล้า ก็เริ่มทำบัญชีครัวเรือน แบ่งรายได้เป็น 4 ส่วน ได้แก่ ค่าใช้จ่ายครัวเรือน ชำระหนี้ เงินออม และสวัสดิการ พร้อมใช้วิธีนำเงินก้อนไป "โปะหนี้" เพียง 2 ปี เขาสามารถปลดหนี้สินกว่า 1 ล้านบาทได้สำเร็จ
ด้าน นายคมชาญ ภักดีแก้ว อายุ 31 ปี เล่าว่า เลิกดื่มเหล้ามานานกว่า 3 ปี แล้ว จุดเปลี่ยนมาจากปัญหาสุขภาพ จนนำไปสู่ความรุนแรงภายในครอบครัว และภาระค่าใช้จ่ายสะสม รวมถึงปัญหาหนี้สิน กว่า 3 ล้านบาท จากการพนันออนไลน์ ทำให้เขาและภรรยาต้องหันหน้ามาพูดคุยและช่วยกันแก้ปัญหาอย่างจริงจัง ในช่วงเวลาเดียวกัน ภรรยาได้คลอดลูกสาวคนเล็กมาเป็นสมาชิกใหม่ของครอบครัวจึงตัดสินใจเลิกเหล้าเพื่อลูก ปัจจุบัน เขาเปลี่ยนอาชีพจากเจ้าของร้านขายของชำมารับเจาะบ่อบาดาล ทำให้มีรายได้มั่นคงขึ้น สุขภาพดีขึ้น สามารถเก็บเงินไว้เป็นค่าใช้จ่ายของลูกแทนการซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และปัญหาหนี้สินก็ได้รับการแก้ไขในที่สุด
"อยากให้กำลังใจคนที่อยากเลิกเหล้า ถ้าตั้งใจจริงก็เลิกได้ อยู่ที่ใจเรา ทุกวันนี้ชีวิตดีขึ้นมาก และไม่อยากกลับไปอยู่จุดเดิมที่มีแต่ปัญหาอีกแล้ว" นายคมชาญ กล่าว
สำหรับทิศทางการดำเนินงานโครงการชุมชนเปี่ยมสุขฯ ในระยะถัดไป หมอบิ๊ก ระบุว่า มีแผนขยายผลไปยังกลุ่มเด็ก เยาวชนและผู้สูงอายุ ผ่านกิจกรรมที่สอดแทรกอยู่ในวิถีชีวิตและประเพณีของชุมชน เช่น งานวันเด็ก โรงเรียนผู้สูงอายุ และกิจกรรมตามปฏิทินชุมชนตลอดทั้งปี โดยมีแนวคิดสำคัญ คือ การ "ค่อย ๆ แทรกซึม" เรื่องสุขภาพและการลดปัจจัยเสี่ยงเข้าไปในชีวิตประจำวัน มากกว่าการรณรงค์แบบเคร่งเครียด
เพราะบทเรียนสำคัญของชุมชนตำบลบ้านหอย คือ การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้คน ซึ่งอาจไม่ได้เริ่มจากคำสั่งหรือการบังคับ แต่เริ่มจากพื้นที่เล็ก ๆ ที่เปิดโอกาสให้ผู้คนได้พูดคุย รับฟัง และมองเห็นคุณค่าของชีวิตตัวเองอีกครั้ง ผ่านวง 'แช่เท้า เล่าเรื่อง' ที่กำลังกลายเป็นต้นแบบการสร้างสุขภาวะชุมชนในระดับท้องถิ่น
ททท. แถลงข่าวเปิดฤดูกาลผลไม้ภาคตะวันออก 2569 "อร่อยทุกไร่ ชิมไปทุกสวน" กระตุ้นท่องเที่ยวภาคตะวันออก
วว. จับมือ จ.ปราจีนบุรี มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สวทช. GISTDA ยกระดับยุทธศาสตร์นวัตกรรมและเทคโนโลยี มุ่งปั้นระบบนิเวศนวัตกรรม สู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์/สังคม
ปราจีนบุรีจัด "Prachinburi Wellness Fest 2026" เชื่อม Health & Wellness Economy ของประเทศ
ดั๊บเบิ้ล เอ รับใบประกาศเกียรติคุณ "Safety Culture Together in The Workplace" ปี 2568 ย้ำความมุ่งมั่นสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยในที่ทำงาน
NPS เปิดบ้านต้อนรับ กลุ่มผู้นำชุมชน เยี่ยมชมโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนทุ่นลอยน้ำ
ดั๊บเบิ้ล เอ ส่งความสุขรับเปิดเทอม จัดกิจกรรม "Happy Back To School" ให้น้องๆ โรงเรียนบ้านโป่งไผ่
วิทยาลัยการแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร เปิดรับนักศึกษาใหม่ ปีการศึกษา 2569
ดั๊บเบิ้ล เอ เปิดบ้านต้อนรับบริษัทผู้เช่าอาคารสำนักงานจากโครงการ One Bangkok เยี่ยมชมโรงงานผลิตกระดาษรักษ์โลก