บริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ จูเลียส แบร์ จำกัด (SCB Julius Baer) ตอกย้ำบทบาทผู้นำ International Wealth Management ของเมืองไทย จัดงานสัมมนาปิดท้ายหลักสูตร "SCB Julius Baer Wealth Planning Series" มุ่งวางรากฐานการส่งต่อความมั่งคั่งจากรุ่นสู่รุ่นอย่างยั่งยืน ผ่านการถ่ายทอดมุมมองเชิงลึกเกี่ยวกับหนึ่งในความท้าทายสำคัญของครอบครัวผู้มั่งคั่งหลายรุ่น ภายใต้หัวข้อ "การเชื่อมความสัมพันธ์ เสริมสร้างความไว้วางใจ และสร้างความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งระหว่างสมาชิกในครอบครัว" เพื่อเรียนรู้แนวทางเสริมสร้างความสัมพันธ์ภายในครอบครัวให้แน่นแฟ้น พร้อมกลยุทธ์บริหารจัดการความขัดแย้งอย่างราบรื่น อันนำไปสู่ความเข้าใจ ความไว้วางใจ และความสามัคคีในระยะยาว ภายในงานได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญระดับแนวหน้า นำโดย นายเอเดรียน เมซซินาวเออร์ (Adrian Mazenauer) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ จูเลียส แบร์ จำกัด นางสาวเลย์ บี โลห์ (Lay Bee Loh) หัวหน้าบริษัท จูเลียส แบร์ ทรัสต์ คอมพานี (สิงคโปร์) จำกัด พร้อมด้วย นายสุขสวัสดิ์ เวทไว ทนายความหุ้นส่วน ประจำกลุ่มงานระงับข้อพิพาท (Dispute Resolution Practice Group) บริษัท Baker McKenzie (ประเทศไทย) และ ดร. ปริมญดา ดวงรัตน์ ทนายความหุ้นส่วน บริษัท Baker McKenzie (ประเทศไทย) เข้าร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง เมื่อเร็วๆ นี้ ณ โรงแรม พาร์ค ไฮแอท กรุงเทพฯ
ชี้ "รอยร้าวที่มองไม่เห็น" จุดเริ่มต้นความท้าทายครอบครัวหลายรุ่น
นายเอเดรียน เมซซินาวเออร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ จูเลียส แบร์ จำกัด (Adrian Mazenauer) กล่าวว่า แม้ครอบครัวจะมีโครงสร้างธรรมมาภิบาลที่ชัดเจน แต่ความขัดแย้งยังอาจเกิดขึ้นได้จากความไม่สอดคล้องภายใต้โครงสร้าง ไม่ว่าจะเป็นบทบาทที่ไม่ชัดเจน วิสัยทัศน์ที่แตกต่าง รวมถึงประเด็นด้านการถือครองทรัพย์สินและการสืบทอดที่ยังไม่ได้รับการจัดการอย่างเหมาะสม
"Family Trust" กลไกสำคัญ สร้างโครงสร้างที่ชัดเจน
ในมุมมองของการจัดการทรัพย์สิน นางสาวคุณเลย์ บี โลห์ (Lay Bee Loh) หัวหน้าบริษัท จูเลียส แบร์ ทรัสต์ คอมพานี (สิงคโปร์) จำกัด อธิบายว่า กองทรัสต์ครอบครัว (Family Trusts) มีบทบาทสำคัญในการช่วยลดความคลุมเครือ แยกอารมณ์ออกจากการตัดสินใจทางธุรกิจ ช่วยสร้างความโปร่งใสและยุติธรรมระหว่างสมาชิกที่มีบทบาทบริหารและผู้ที่ไม่ได้มีส่วนร่วม อย่างไรก็ตาม ทรัสต์ไม่ใช่ทางออกของทุกปัญหา หากขาดความโปร่งใส การสื่อสารที่ชัดเจน โดยยกกรณีศึกษาจริงของครอบครัวไทยที่ถือครองอสังหาริมทรัพย์ในประเทศสิงคโปร์ร่วมกันจำนวนมาก ซึ่งนำไปสู่ข้อพิพาทและการฟ้องร้องยืดเยื้อ สะท้อนให้เห็นว่า โครงสร้างทางกฎหมายต้องดำเนินควบคู่กับเจตนารมณ์ที่ชัดเจน ธรรมาภิบาลที่เข้มแข็ง และการสื่อสารกับผู้รับผลประโยชน์อย่างต่อเนื่อง
เปลี่ยนความขัดแย้ง สู่กระบวนการแก้ไขอย่างสร้างสรรค์
ด้าน นายสุขสวัสดิ์ เวทไว ทนายความหุ้นส่วน ประจำกลุ่มงานระงับข้อพิพาท (Dispute Resolution Practice Group) บริษัท Baker McKenzie (ประเทศไทย) เน้นย้ำว่า ครอบครัวควรปรับมุมมองจาก "การเอาชนะ" ไปสู่การสร้าง "กระบวนการแก้ไขปัญหาที่ทุกฝ่ายเชื่อมั่นและรักษาความเป็นส่วนตัวของครอบครัวไว้ได้" โดยแนะนำให้ใช้การเจรจาไกล่เกลี่ย การเจรจาแบบมีผู้ช่วย และการตัดสินโดยผู้เชี่ยวชาญ ขณะที่การดำเนินคดีควรเป็นทางเลือกสุดท้าย สำหรับครอบครัวที่มีทรัสต์ นางสาวเลย์ บี โลห์ (Lay Bee Loh) แนะนำให้กำหนดกลไกการแก้ไขข้อพิพาทไว้ตั้งแต่ต้น เช่น การใส่เงื่อนไขการไกล่เกลี่ยหรืออนุญาโตตุลาการในเอกสารทรัสต์ การแต่งตั้งผู้พิทักษ์ที่เป็นกลาง และการกำหนดแนวทางแก้ไขภาวะทางตัน เพื่อรักษาความสัมพันธ์และความต่อเนื่องของการบริหารทรัพย์สิน ขณะที่ นายเอเดรียน เมซซินาวเออร์ (Adrian Mazenauer) ได้ยกตัวอย่างครอบครัวหนึ่งที่สามารถคลี่คลายความตึงเครียดที่สะสมมายาวนาน ผ่านการกลับมาพูดคุยกันในบริบทที่เรียบง่ายและคุ้นเคย ซึ่งช่วยให้สมาชิกได้ทบทวนคุณค่าและเป้าหมายร่วมกันอีกครั้ง และเปิดทางสู่การสื่อสารที่สร้างสรรค์
3 แนวคิดสำคัญ เสริมความแข็งแกร่งของครอบครัว
ผู้เชี่ยวชาญได้สรุปแนวทางสำคัญเพื่อเสริมความแข็งแกร่งของครอบครัว โดยเน้นให้เริ่มต้นจากการสนทนาอย่างจริงใจเกี่ยวกับเป้าหมายร่วม ซึ่งจะช่วยสร้างความเข้าใจและทิศทางเดียวกันของสมาชิกในครอบครัว ควบคู่กับการสื่อสารอย่างเปิดเผย และการทบทวนบทบาท สิทธิ และเจตนารมณ์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้เกิดความชัดเจนและลดความคลุมเครือ ขณะเดียวกันควรให้ความสำคัญกับการสร้างความไว้วางใจ และการแก้ไขปัญหาเชิงรุก โดยดำเนินควบคู่ไปกับการวางโครงสร้างธรรมาภิบาลที่เหมาะสม เพื่อสนับสนุนความยั่งยืนและความต่อเนื่องของครอบครัวในระยะยาว
"ความสำเร็จของหลักสูตร SCB Julius Baer Wealth Planning Series ครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ SCB Julius Baer ในการสนับสนุนครอบครัวผู้มั่งคั่งระดับสูงของเมืองไทยให้สามารถบริหารจัดการความซับซ้อนด้านธรรมาภิบาล การสืบทอด และการส่งต่อความมั่งคั่งจากรุ่นสู่รุ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ท่ามกลางกระแสความเปลี่ยนแปลงของโลกที่รวดเร็วไปจนถึงการเปลี่ยนผ่านระหว่างรุ่น บทบาทของเราคือการช่วยให้ลูกค้าเตรียมพร้อมตั้งแต่วันนี้ เพื่อที่จะสามารถปกป้องอนาคตได้อย่างชัดเจน มั่นใจ และเป็นหนึ่งเดียวกันอย่างยั่งยืน ภายใต้คำมั่นสัญญา "Your legacy. Our promise." นายเอเดรียน เมซซินาวเออร์ (Adrian Mazenauer) กล่าวทิ้งท้าย
SCB Julius Baer เปิดหลักสูตร "Wealth Planning Series" ชูธรรมาภิบาลและการยกระดับ Family Office สู่มาตรฐานใหม่ รับมือความท้าทายบริหารความมั่งคั่งข้ามรุ่นของครอบครัวไทย
SCB Julius Baer เปิดกลยุทธ์ปี 2569 รุกตลาดบริหารความมั่งคั่งระดับสูง รับคลื่นการส่งต่อความมั่งคั่งครั้งใหญ่ในเอเชียและเมืองไทย
SCB Julius Baer เปิดมุมมองเศรษฐกิจโลกครึ่งแรกของปี 2569 ชี้เป็นปีแห่งการ Reset และ Rebalance แนะเน้นกระจายการลงทุนทั่วโลก
SCB Julius Baer เปิดมุมมองเศรษฐกิจโลกครึ่งปีหลัง 2568 "A New World Order" แนะกระจายลงทุนรับมือความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก
ไทยพาณิชย์ จูเลียส แบร์ คว้า 2 รางวัลยอดเยี่ยมจากสถาบันการเงินระดับโลก ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านบริหารความมั่งคั่งระดับสากลของเมืองไทย
ไทยพาณิชย์ จูเลียส แบร์ แต่งตั้ง เอเดรียน เมซซินาวเออร์ ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่
ไทยพาณิชย์ จูเลียส แบร์ เปิดมุมมองเศรษฐกิจโลกครึ่งแรกของปี 2568 "Winds of Change" ชี้เศรษฐกิจโลกเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลง แนะเน้นกระจายการลงทุน
"ไทยพาณิชย์ จูเลียส แบร์" จัดเวิร์คชอปสุดเอ็กซ์คลูซีฟต่อยอดความรู้ด้าน Passion Investment ให้แก่ผู้เข้าร่วมหลักสูตร "The 45 Academia"