กรมทรัพย์สินทางปัญญา สานต่อความร่วมมือกับ สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) หรือ BEDO อย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับสินค้าอัตลักษณ์ท้องถิ่นสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยทรัพย์สินทางปัญญา หลังประสบความสำเร็จในการร่วมกันผลักดัน "ส้มซ่าบ้านวังส้มซ่าพิษณุโลก" ให้ได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) สำเร็จ โดยเดินหน้าพัฒนาระบบควบคุมคุณภาพสินค้า ขยายโอกาสทางการตลาด และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า GI อย่างครบวงจร นอกจากนี้ ยังเตรียมผลักดันสินค้าอัตลักษณ์ท้องถิ่นรายการอื่นที่มีศักยภาพเข้าสู่ระบบ GI เพิ่มเติมในอนาคต
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าวว่า สินค้า GI ไทยรายการล่าสุดที่ได้รับการขึ้นทะเบียนคือ "ส้มซ่าบ้านวังส้มซ่าพิษณุโลก" เป็นผลไม้ที่ปลูกในพื้นที่ราบลุ่มแม่น้ำน่าน จังหวัดพิษณุโลก มีลักษณะผลกลมแป้น ผิวขรุขระคล้ายมะกรูด รสชาติเปรี้ยวอมหวานและมีรสซ่าติดปลายลิ้น โดยความสำเร็จจากการขึ้นทะเบียน GI ดังกล่าว ได้สะท้อนผลลัพธ์ของการบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างกรมทรัพย์สินทางปัญญา และ BEDO อย่างเข้มแข็ง ทั้งในด้านการศึกษารวบรวมข้อมูลอัตลักษณ์เฉพาะถิ่นของสินค้า การส่งเสริมองค์ความรู้และพัฒนาคำขอขึ้นทะเบียน GI อย่างเป็นระบบ อีกทั้งยังได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากวิสาหกิจชุมชนพัฒนาผลิตภัณฑ์ทรัพยากรชีวภาพเพื่อเศรษฐกิจชุมชนบ้านวังส้มซ่า ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ประกอบการในพื้นที่ที่รวมตัวกันอย่างเข้มแข็ง โดยมีส่วนร่วมสำคัญในการสนับสนุนข้อมูลและขับเคลื่อนการดำเนินงานร่วมกับทั้งสองหน่วยงานอย่างเต็มที่ จนนำไปสู่การขึ้นทะเบียน GI ได้สำเร็จ
ทั้งนี้ หลังจากขึ้นทะเบียน GI แล้ว กรมฯ และ BEDO ยังได้ร่วมกันส่งเสริมการจัดทำระบบควบคุมคุณภาพสินค้าส้มซ่าบ้านวังส้มซ่าพิษณุโลก เพื่อรักษามาตรฐานการผลิต สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค และผลักดันให้ผู้ผลิตสามารถใช้ตราสัญลักษณ์ GI ไทยอย่างถูกต้อง พร้อมเชื่อมโยงโอกาสทางการตลาดและต่อยอดการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากส้มซ่าบ้านวังส้มซ่าพิษณุโลกในมิติต่างๆ ทั้งการส่งเสริมช่องทางจำหน่ายสินค้า การพัฒนาแหล่งผลิตเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม รวมถึงการสร้างมูลค่าเพิ่มด้านอาหารและผลิตภัณฑ์สุขภาพ ผ่านการวิจัยพัฒนาและแปรรูปสินค้า เช่น ลิปกลอสส้มซ่า ที่ใช้สารออกฤทธิ์ทางชีวภาพจากเซลล์เนื้อเยื่อของส้มซ่า เป็นต้น ซึ่งสะท้อนศักยภาพของการต่อยอดทรัพยากรท้องถิ่นสู่ผลิตภัณฑ์นวัตกรรม
นอกจากนี้ กรมฯ และ BEDO ยังมีแผนเชิงรุกที่จะร่วมกันผลักดันการขึ้นทะเบียนสินค้า GI ในพื้นที่อื่นๆ อีกหลายรายการ เช่น ส้มมะปี๊ดจันทบุรี น้ำส้มมะปี๊ดจันทบุรี ไผ่ตงหวานปราจีน และมังคุดลุ่มน้ำหลังสวน เป็นต้น เพื่อเดินหน้าอนุรักษ์และคุ้มครองอัตลักษณ์ของพืชเฉพาะถิ่นอย่างเป็นระบบ และสนับสนุนสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า GI โดยการใช้ฐานความหลากหลายทางชีวภาพและภูมิปัญญาท้องถิ่นในการพัฒนาและออกแบบผลิตภัณฑ์ร่วมกัน ซึ่งแนวทางดังกล่าวถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และเปลี่ยนทรัพยากรท้องถิ่นให้เป็นทรัพย์สินทางปัญญาที่มีมูลค่า สร้างรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนได้อย่างเป็นรูปธรรม
นางอรมน กล่าวเพิ่มเติมว่า ความร่วมมือระหว่างกรมทรัพย์สินทางปัญญา และ BEDO ถือเป็นต้นแบบของการบูรณาการทำงานเชิงยุทธศาสตร์ของหน่วยงานภาครัฐ ในการต่อยอดอัตลักษณ์และภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยทรัพย์สินทางปัญญา สอดรับกับนโยบายของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นางศุภจี สุธรรมพันธุ์) ที่ให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างศักยภาพของผู้ประกอบการ SMEs และชุมชน ผ่านการพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นด้วย GI พร้อมส่งเสริมการสร้าง "ชุมชนผู้ผลิต GI" ที่เข้มแข็ง สามารถบริหารจัดการ ควบคุมคุณภาพ และต่อยอดสินค้าอัตลักษณ์ท้องถิ่นได้อย่างครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพื่อสร้างรายได้และพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนได้อย่างยั่งยืนต่อไป
สวทช. ชู ศูนย์ชีววัสดุประเทศไทย (TBRC) ธนาคารทรัพยากรชีวภาพแห่งชาติ (NBT) กลไกขับเคลื่อนการอนุรักษ์ ฟื้นฟู ใช้ประโยชน์ พื้นที่ "ผาแดง" ในงาน IBD2025
BEDO และ UNDP จัด"BioMart Hua Hin 2025" ชูประจวบคีรีขันธ์สู่พื้นที่ต้นแบบการท่องเที่ยวชีวภาพ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนฐานรากอย่างยั่งยืน
Bio Mart Hua Hin 2025
"Biodiversity & Bioeconomy Forum 2025 : ธรรมชาติเพื่อชีวิต เศรษฐกิจเพื่อการอนุรักษ์"
กปภ. คว้ารางวัล "BEDO Award on Biodiversity & Sustainability" ชูผลงานตอบแทนคุณระบบนิเวศอย่างยั่งยืน
สถาบันวิจัยสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืน จุฬาฯ ร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจชีวภาพ ในงานมหกรรมทรัพยากรชีวภาพฯ
ซีพี แอ็กซ์ตร้า จับมือ BEDO จัดอบรมถ่ายทอดองค์ความรู้การผลิตและใช้ประโยชน์แมลงโปรตีน BSF เสริมแกร่ง เพิ่มรายได้ ให้เกษตรกรทั่วภูมิภาค
ร่วมยกระดับสินค้าBCGชุมชนเชิงพาณิชย์ เหล็กสหวิริยาMOUวิสาหกิจ-BEDOพัฒนา