ชูความเชี่ยวชาญรักษาโรคซับซ้อนผ่านโมเดล Multidisciplinary Care
โรงพยาบาลวิมุต พหลโยธิน โรงพยาบาลเอกชนชั้นนำใจกลางกรุงเทพฯ ประกาศทิศทางธุรกิจระยะยาวในโอกาสฉลองครบรอบ 5 ปี พร้อมเผยผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 เติบโต 19% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนธุรกิจที่แข็งแกร่งท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจที่ไม่แน่นอนและการแข่งขันที่รุนแรงในอุตสาหกรรมโรงพยาบาล โดยรพ. วิมุต นำประสบการณ์ที่สั่งสมมากว่าครึ่งทศวรรษ มาปั้นกลยุทธ์ 3E: Expertise-Experience-Expansion ทรานส์ฟอร์มโรงพยาบาลสู่การเป็น Integrated Specialty Hospital หรือโรงพยาบาลเฉพาะทางแบบบูรณาการ รองรับวิกฤตสุขภาพของคนไทยในยุคสังคมสูงวัย ตลอดจนมุ่งใช้ความเข้าใจและองค์ความรู้ทางการแพทย์มาดูแลโรคยาก-ซับซ้อน พร้อมเดินหน้าสร้างระบบบริการสุขภาพที่เชื่อมโยงการดูแลตั้งแต่การป้องกัน การวินิจฉัย การรักษา และการฟื้นฟู ภายใต้แนวคิด "มุ่งมั่นรักษาโรคซับซ้อน ด้วยความเข้าใจ โดยทีมแพทย์เฉพาะทาง"
นพ.นิพัฒน์ กุหลาบขาว ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โรงพยาบาลวิมุต โฮลดิ้ง จำกัด เปิดเผยว่า "ท่ามกลางเศรษฐกิจที่มีความท้าทายสูง อุตสาหกรรมโรงพยาบาลเอกชนในปี 2569 ยังคงเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี เราพบว่าผู้เล่นที่สามารถรักษาการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง คือผู้เล่นที่เลือกแนวทาง Selective Growth หรือเลือกตลาดโต โดยเฉพาะผู้เล่นที่มีจุดแข็งในบริการเฉพาะด้าน ที่วางทิศทางธุรกิจชัดเจน จนสามารถสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างได้อย่างเห็นได้ชัด ธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนกำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ จากการแข่งขันด้านจำนวนสาขา สู่การแข่งขันด้านความชำนาญและผลลัพธ์การรักษา โดยเฉพาะในกลุ่มโรคซับซ้อนและโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก"
ด้านผลการดำเนินงานในไตรมาส 1 ปี 2569 รพ.วิมุต พหลโยธิน ทำรายได้ 337 ล้านบาท เติบโต 19% จากช่วงเดียวกันของปี 2568 ที่ 283 ล้านบาท ในขณะที่ปี 2568 มีรายได้รวมอยู่ที่ 1,302 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 1,213 ล้านบาทในปี 2567 เติบโต 7% โดยรายได้จากผู้ป่วยนอก (OPD) อยู่ที่ 711 ล้านบาท และรายได้จากผู้ป่วยใน (IPD) อยู่ที่ 591 ล้านบาท โดยไตรมาส 4 ปี 2568 ถือเป็นไตรมาสที่ทำรายได้โดดเด่น ด้วยรายได้รวม 376 ล้านบาท จากการขยายตัวของกลุ่มผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอก ควบคู่กับการบริหารต้นทุนทางการแพทย์ที่มีประสิทธิภาพ พร้อมตั้งเป้ารายได้ปี 2569 ที่ 1,500 ล้านบาท คาดเติบโต 15% จากปีก่อนหน้า
"ปัจจัยสำคัญที่จะกำหนดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจโรงพยาบาลในอนาคต คือความสามารถในการสร้างผลลัพธ์ทางการรักษาควบคู่กับการสร้างประสบการณ์ของผู้ป่วยที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตยุคใหม่ ซึ่งให้ความสำคัญกับทั้งคุณภาพ ความสะดวก ความต่อเนื่อง และความคุ้มค่าในระยะยาว ในโอกาสครบรอบ 5 ปีนี้ รพ.วิมุต จึงเดินหน้าพัฒนาองค์กรภายใต้กลยุทธ์ 3E พร้อมมุ่งยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน ผ่าน 3 แนวทางสำคัญ ได้แก่ การขยายฐานผู้ป่วยต่างชาติโดยเฉพาะตลาดเมียนมาและเอเชียใต้ที่เติบโตสูงถึง 141% และ 70% ตามลำดับ การขยายฐานลูกค้ากลุ่มประกันภัยที่เติบโต 8% และลูกค้าองค์กรที่เติบโต 12% รวมถึงการยกระดับบริการทางการแพทย์เฉพาะด้านโดยเฉพาะบริการสุขภาพผู้หญิงที่เติบโต 12%" นพ.นิพัฒน์ กุหลาบขาว กล่าวเสริม
กลยุทธ์ 3E ของรพ. วิมุต ประกอบด้วยสามแกนหลักที่เชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ แกนแรก "Expertise" คือ การยกระดับศักยภาพทางการแพทย์ผ่านการทำงานร่วมกันของทีมแพทย์สหสาขาและการวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล เพื่อรองรับโรคซับซ้อนที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ครอบคลุมทั้งสุขภาพปอด หัวใจและหลอดเลือด กระดูกและข้อ สูตินรีเวช สุขภาพเต้านม และระบบทางเดินอาหารและตับ แกนที่สอง "Experience" คือการยกระดับสู่การให้บริการแบบ "Integrated Healthcare" ผ่านการออกแบบเส้นทางการรักษาที่เชื่อมต่อกัน ตั้งแต่การคัดกรอง วินิจฉัย รักษา ไปจนถึงการฟื้นฟู โดยมี ViMUT Application และแพลตฟอร์มด้านดิจิทัลเป็นศูนย์กลาง และแกนสุดท้าย "Expansion" คือการขยายการเติบโตผ่านการสร้างระบบสุขภาพโดยมุ่งขยายฐานลูกค้าองค์กรและกลุ่มประกันในรัศมี 35 กิโลเมตร โดยเฉพาะในพื้นที่พหลโยธิน รวมถึงต่อยอดความร่วมมือกับพฤกษา เรียลเอสเตท ที่มีฐานลูกบ้านกว่า 270,000 ครัวเรือน เพื่อเชื่อมโยงบริการสุขภาพเข้าสู่ชีวิตประจำวันของผู้บริโภค
อีกหนึ่งบทใหม่ในโอกาสครบรอบ 5 ปีคือการทรานส์ฟอร์มโรงพยาบาลสู่ "Integrated Specialty Hospital" ซึ่งตอกย้ำวิสัยทัศน์ของรพ. วิมุต ที่เชื่อว่า การรักษาไม่ได้เกิดขึ้นแค่ตอนป่วย แต่ต้องเชื่อมโยงการดูแลสุขภาพตั้งแต่การป้องกัน การวินิจฉัย การรักษา การฟื้นฟู ไปจนถึงการติดตามผลในระยะยาว โดยมีเป้าหมายสร้างผลลัพธ์การรักษาที่ดีขึ้นควบคู่กับการลดภาระค่าใช้จ่ายและความเสี่ยงด้านสุขภาพในอนาคต ท่ามกลางเศรษฐกิจที่เปราะบาง รพ. วิมุต เล็งเห็นว่า ผู้บริโภคยุคใหม่เริ่มมองสุขภาพเป็นเรื่องของการวางแผนระยะยาวมากขึ้น ไม่ใช่เพียงการเข้ารับการรักษาเมื่อเกิดโรค ดังนั้นแนวคิดการดูแลสุขภาพเชิงรุกเพื่อบริหารค่าใช้จ่าย จึงกลายเป็นหัวใจของระบบสุขภาพยุคใหม่
นพ.สุวาณิช เตรียมชาญชูชัย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวิมุต กล่าวว่า "รพ. วิมุต พบว่าปัจจุบันคนไทยกำลังเผชิญกับโรคซับซ้อนมากขึ้น ทั้งจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต ความเครียด การพักผ่อนน้อย มลภาวะ รวมถึงภาวะสังคมสูงวัย หลายโรคเกิดเร็วและรุนแรงขึ้น และที่น่ากังวลคือหลายโรคไม่ได้เกิดแบบเฉียบพลัน แต่ค่อย ๆ สะสมโดยที่ผู้ป่วยไม่รู้ตัว เมื่อมีอาการมักอยู่ในระยะที่ซับซ้อนแล้ว จากการดูแลผู้ป่วยตลอด 5 ปีที่ผ่านมา เราพบว่า 5 กลุ่มโรคหลักที่กระทบคุณภาพชีวิตคนไทยมากที่สุด ได้แก่ โรคระบบทางเดินหายใจ โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคกระดูกและข้อ โรคระบบทางเดินอาหารและตับ และสุขภาพผู้หญิง ทั้งสูตินรีเวชและสุขภาพเต้านม ซึ่งล้วนมีแนวโน้มที่จะพบมากขึ้นในกลุ่มวัยทำงาน และมักเชื่อมโยงกับโรคเรื้อรังหรือภาวะแทรกซ้อนในผู้ป่วยรายเดียวกัน ด้วยเหตุนี้ เราจึงเร่งปรับองค์กรสู่การเป็น Integrated Specialty Hospital ที่เชื่อมโยงการดูแลโรคซับซ้อนด้วยความเข้าใจและความเชี่ยวชาญของแพทย์"
"หัวใจสำคัญของการเป็น Specialty Hospital คือโมเดล Multidisciplinary Care หรือการทำงานร่วมกันของทีมแพทย์สหสาขาวิชาชีพ เพราะโรคบางโรคเชื่อมโยงกันทั้งด้านร่างกาย พฤติกรรม และคุณภาพชีวิต ยกตัวอย่างเช่น ผู้ป่วยโรคหัวใจจำนวนมากมักมีภาวะเบาหวาน ความดัน หรือโรคไตร่วมด้วย หากรักษาเฉพาะอาการใดอาการหนึ่ง อาจรักษาได้ไม่ยั่งยืน รพ.วิมุต จึงให้ความสำคัญกับการวางแผนการรักษาร่วมกันระหว่างแพทย์หลายสาขา เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลที่เหมาะสมกับภาวะของแต่ละราย"
รพ.วิมุต มุ่งพัฒนาศักยภาพการรักษาโรคยากและโรคซับซ้อนผ่าน 5 กลุ่มโรคหลัก ซึ่งล้วนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในสังคมไทย และส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาว ทั้งด้านสุขภาพ การใช้ชีวิต และภาระค่าใช้จ่าย ได้แก่
- กลุ่มโรคระบบทางเดินหายใจ ปัญหาฝุ่น PM2.5, การสูบบุหรี่ และโรคติดเชื้อทางเดินหายใจ ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ทำให้จำนวนผู้ป่วยโรคปอดเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะมะเร็งปอด โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง และโรคปอดอักเสบ ขณะที่ผู้ป่วยจำนวนมากมักไม่รู้ตัวในระยะแรก เพราะอาการเริ่มต้นอย่างไอเรื้อรัง เหนื่อยง่าย หรือแน่นหน้าอก มักถูกมองข้ามว่าเป็นเพียงอาการของภูมิแพ้หรือมลภาวะ ทำให้หลายรายเข้าสู่กระบวนการรักษาเมื่อโรคลุกลามแล้ว รพ.วิมุต จึงให้ความสำคัญกับการตรวจคัดกรองเชิงรุกในกลุ่มเสี่ยง ผู้สูบบุหรี่ ผู้สัมผัสฝุ่นควันเป็นประจำ และผู้มีประวัติครอบครัว พร้อมนำเทคโนโลยี Low-dose CT Scan, การตรวจหลอดลมด้วยกล้อง (Bronchoscopy) และ EBUS (Endobronchial Ultrasound) เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพการวินิจฉัย ลดความจำเป็นในการผ่าตัดใหญ่ และเพิ่มโอกาสในการรักษา โดยมีทีมแพทย์สหสาขาร่วมวางแผนเฉพาะบุคคล
- โรคหัวใจและหลอดเลือด เป็นหนึ่งในสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ของคนไทย ปัจจุบันพบผู้ป่วยอายุน้อยลงต่อเนื่องจากความเครียด การพักผ่อนน้อย และโรคเรื้อรังสะสม เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และไขมันในเลือดสูง ที่น่ากังวลคือโรคหัวใจจำนวนมากไม่แสดงอาการในระยะแรก แต่เมื่อเกิดภาวะรุนแรงอย่างหัวใจวายหรือหลอดเลือดตีบ อาจส่งผลต่อชีวิตทันที รพ.วิมุต จึงมุ่งเน้นการตรวจคัดกรองเชิงรุกและการประเมินความเสี่ยง พร้อมนำเทคโนโลยีสมัยใหม่อย่าง TAVI หรือการเปลี่ยนลิ้นหัวใจผ่านสายสวน และ MICS หรือการผ่าตัดหัวใจแผลเล็ก เข้ามาช่วยลดความเจ็บปวด ลดระยะเวลาพักฟื้น และช่วยให้ผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตได้เร็วขึ้น
- กลุ่มโรคกระดูกและข้อ ปัญหาข้อเสื่อม ปวดหลัง ปวดเข่า และอาการบาดเจ็บไม่ได้เกิดเฉพาะในผู้สูงอายุอีกต่อไป แต่เริ่มพบมากขึ้นในวัยทำงานและคนรุ่นใหม่จากพฤติกรรมนั่งทำงานนาน การใช้ชีวิตแบบ Sedentary Lifestyle และการใช้ร่างกายหนักต่อเนื่อง อาการปวดเรื้อรังและการเคลื่อนไหวที่ไม่คล่องตัวส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพชีวิต ความสามารถในการทำงาน และสุขภาพจิต รพ.วิมุต จึงมุ่งเน้นการรักษาด้วยเทคนิคผ่าตัดส่องกล้องและ Minimally Invasive Surgery ครอบคลุมทุกข้อต่อของร่างกาย ทั้งไหล่ ข้อศอก ข้อมือ สะโพก เข่า ข้อเท้า และกระดูกสันหลัง ที่ช่วยให้แผลเล็ก เจ็บน้อย ฟื้นตัวไว และลดโอกาสติดเชื้อ พร้อมออกแบบระบบการดูแลที่ลื่นไหลตั้งแต่ตรวจ วินิจฉัย รักษา จนถึงฟื้นฟูในที่เดียว
- โรคระบบทางเดินอาหารและตับ กำลังเป็นอีกหนึ่งปัญหาสุขภาพสำคัญของคนไทยจากพฤติกรรมการบริโภคและการใช้ชีวิตเร่งรีบ โดยเฉพาะมะเร็งลำไส้ใหญ่ที่พบเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในคนอายุน้อยและวัยทำงาน ปัญหาสำคัญคือผู้ป่วยจำนวนมากไม่มีอาการในระยะแรก หรือมีเพียงท้องอืด ขับถ่ายผิดปกติ หรือปวดท้องเรื้อรัง จนละเลยการตรวจและพบโรคเมื่อลุกลามแล้ว รพ.วิมุต จึงเน้นการตรวจคัดกรองผ่าน Colonoscopy โดยเฉพาะในกลุ่มอายุ 45 ปีขึ้นไป พร้อมนำเทคโนโลยี Anorectal Manometry เข้ามาวินิจฉัยและ Biofeedback Therapy มาฟื้นฟูปัญหาระบบขับถ่าย
- สุขภาพเต้านม ถือเป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพที่ผู้หญิงไทยกังวลมากที่สุด โดยมะเร็งเต้านมคือมะเร็งที่พบมากเป็นอันดับ 1 ในผู้หญิงไทย ข้อมูลจาก GLOBOCAN ซึ่งเป็นฐานข้อมูลสถิติมะเร็งระดับโลกภายใต้องค์การอนามัยโลก ระบุว่าประเทศไทยพบผู้ป่วยมะเร็งเต้านมรายใหม่ราว 21,600 ราย และมีผู้เสียชีวิตราว 7,600 รายต่อปี โดยแนวโน้มผู้ป่วยเพิ่มขึ้นต่อเนื่องและเริ่มพบในกลุ่มอายุน้อยมากขึ้น ที่สำคัญคือมะเร็งเต้านมเป็นการเจ็บป่วยที่กระทบต่อสภาพจิตใจและคุณภาพชีวิตในระยะยาว รพ.วิมุต จึงให้ความสำคัญกับการตรวจคัดกรองและการรักษาแบบ Personalized โดยพิจารณาจากระยะของโรค ขนาดก้อน การกระจายของมะเร็ง และชนิดของมะเร็งในผู้ป่วยแต่ละราย เพื่อดูแลผู้ป่วยแบบสหสาขาวิชาชีพ ตั้งแต่การคัดกรอง การวินิจฉัย การวางแผนรักษา ไปจนถึงการผ่าตัดด้วยเทคนิคสงวนเต้านม เพื่อลดผลกระทบต่อความมั่นใจ ให้ผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพในระยะยาว
บทใหม่ของ รพ. วิมุต กับการเป็น Integrated Specialty Hospital สะท้อนว่าการรักษาโรคซับซ้อนในยุคนี้คือการดูแล "คุณภาพชีวิต" ของผู้ป่วยในระยะยาว แนวทางรักษาจึงต้องออกแบบเฉพาะบุคคล ควบคู่กับการป้องกันตั้งแต่ต้น เพราะการตรวจพบโรคในระยะเริ่มต้นไม่เพียงเพิ่มโอกาสรักษาให้หาย แต่ยังลดภาระค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ในระยะยาวได้อย่างมีนัยสำคัญ
ในโอกาสฉลองครบรอบ 5 ปี รพ.วิมุต เปิดตัวแคมเปญ The Mega Health Deal ภายใต้แนวคิด "ตรวจวันนี้ คุ้มค่ากว่าที่เคย" ผ่านแพ็กเกจตรวจสุขภาพราคาพิเศษที่ครอบคลุมทุกช่วงวัย แพ็กเกจเริ่มต้นมีราคาเริ่มต้น 1,500 บาทและแพ็กเกจหลัก ราคา 5,500 บาท พร้อมเลือกรับสิทธิ์ตรวจเพิ่มเติมได้ 1 รายการ* อาทิ ตรวจอัลตราซาวนด์ช่องท้องส่วนบนและส่วนล่าง (Utrasound Whole Abdomen) ตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม ด้วยเครื่อง 3D ดิจิทัลแมมโมแกรม
ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ร่วมกับหาเชื้อ HPV DNA ตรวจสมรรถภาพหัวใจขณะออกกำลังกาย EST เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีแพ็กเกจตรวจเชิงลึกด้านระบบทางเดินอาหารและตับ ราคาเริ่มต้น 19,500 บาท ตลอดจนแพ็กเกจ Add-on สำหรับคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่และมะเร็งตับ เพื่อรองรับแนวโน้มโรค NCDs และโรคมะเร็งที่เพิ่มขึ้นในคนไทย โดยแคมเปญเริ่มตั้งแต่วันนี้ถึง 31 กรกฎาคม 2569 รายละเอียดเพิ่มเติม คลิก https://shorturl.at/hWIAD
รพ.วิมุต เปิดบูธในงาน "Thailand Dive Expo 2026 (TDEX)" ชวนเช็กความพร้อมก่อนดำน้ำ ภายใต้แนวคิด "Fit to Dive สุขภาพพร้อมก่อนลงทะเล"
88 ปี แห่งการก่อตั้ง สานต่อพันธกิจโรงพยาบาลเอกชนเพื่อสังคม
โรงพยาบาลหัวเฉียว ร่วมมือกับ Agnos Health นำเทคโนโลยี AI ยกระดับมาตรฐานการบริการ ลดเวลารอคอย
"HANN" รพ.มุกดาหาร อินเตอร์ฯ จัดงานขอบคุณพันธมิตรตัวแทนประกันชีวิต ตอกย้ำความเชื่อมั่นในมาตรฐานบริการระดับสากล ผู้นำเครือรพ.เอกชนแห่งลุ่มน้ำโขง
รพ.หัวเฉียว ฉลอง 88 ปี มอบสิทธิพิเศษแทนคำขอบคุณ
ประกันสุขภาพ คืออะไร เลือกแผนไหนดีในปี 2569
โรงพยาบาลไทยนครินทร์ส่งต่อประสบการณ์…สู่แรงบันดาลใจในเส้นทาง "พยาบาล"
โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ คว้า 3 รางวัล บนเวที 2026 Thailand's Most Admired Brand และ 2025-2026 Thailand's Most Admired Company จาก BrandAge