กทม. วางแนวทางรับมือหลังเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ช่วยเหลือผู้ประสบภัย-เข้มตรวจสถานประกอบการ-ถอดบทเรียนป้องกันซ้ำ

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

นายประสาท โพธิ์ศรีมาตย์ ผู้อำนวยการเขตจตุจักร เปิดเผยถึงการดำเนินงานภายหลังเหตุเพลิงไหม้ร้านอาหารและโรงเบียร์ บริเวณใกล้ซอยลาดพร้าว 1 เขตจตุจักร เมื่อคืนวันที่ 12 ก.ค. 69 ว่า สำนักงานเขตฯ ได้ประสานการปฏิบัติงานร่วมกับสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (สปภ.) กทม. สถานีตำรวจนครบาล (สน.) พหลโยธิน กองพิสูจน์หลักฐาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่ออำนวยความสะดวกในการเข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ และได้ส่งมอบพื้นที่ให้พนักงานสอบสวนและเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานดำเนินการตรวจสอบหาสาเหตุของเพลิงไหม้ตามขั้นตอนของกฎหมาย ในส่วนของสำนักงานเขต ฝ่ายโยธาได้เข้าตรวจสอบสภาพอาคารและโครงสร้างหลังเกิดเหตุ ประเมินความปลอดภัยของพื้นที่โดยรอบ พร้อมออกคำสั่งให้บรรเทาเหตุที่อาจก่อให้เกิดอันตราย หรือห้ามใช้อาคารกรณีฉุกเฉิน (แบบ ค.11) และหากพบการฝ่าฝืนกฎหมายควบคุมอาคารหรือกฎหมายที่เกี่ยวข้อง จะดำเนินการตามอำนาจหน้าที่อย่างเคร่งครัด

กทม. วางแนวทางรับมือหลังเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ช่วยเหลือผู้ประสบภัย-เข้มตรวจสถานประกอบการ-ถอดบทเรียนป้องกันซ้ำ

ตามข้อสั่งการของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร สำนักงานเขตฯ ได้จัดตั้งศูนย์ประสานงานช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ญาติผู้เสียชีวิต ผู้ได้รับบาดเจ็บ และผู้ได้รับผลกระทบบริเวณสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน (MRT) พหลโยธิน โดยทำหน้าที่ประสานข้อมูลกับโรงพยาบาล หน่วยงานด้านสาธารณสุข เจ้าหน้าที่ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงให้คำแนะนำด้านสิทธิการช่วยเหลือตามระเบียบของราชการ ทั้งนี้ ศูนย์ประสานงานได้ย้ายมาตั้ง ณ สำนักงานเขตจตุจักร ตั้งแต่วันที่ 14 ก.ค. 69 เป็นต้นไป โดยจะยกระดับการกำกับดูแลสถานบริการและสถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการในพื้นที่ โดยดำเนินมาตรการเชิงรุกอย่างเป็นระบบ เริ่มจากการจัดทำฐานข้อมูลสถานประกอบการกลุ่มเสี่ยง (Risk Mapping) ให้ครอบคลุมสถานบริการ ผับ บาร์ คาราโอเกะ โรงเบียร์ และร้านอาหารที่มีการแสดงดนตรีสด พร้อมจัดลำดับความเสี่ยงตามลักษณะอาคาร ความหนาแน่นของผู้ใช้บริการ และประวัติการร้องเรียน หรือการกระทำผิด เพื่อนำข้อมูลไปกำหนดแผนการตรวจสอบที่มีความเข้มข้นตามระดับความเสี่ยงของแต่ละสถานประกอบการ พร้อมจัดชุดปฏิบัติการบูรณาการตรวจเชิงรุก (Joint Inspection) ร่วมกับ สปภ. สน. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานประกอบการกลุ่มเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นการตรวจสอบระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ ระบบดับเพลิง ทางหนีไฟ ประตูหนีไฟ ระบบไฟฟ้า ความแข็งแรงของอาคาร และการปฏิบัติตามเงื่อนไขการอนุญาตประกอบกิจการ เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายและมาตรฐานด้านความปลอดภัย พร้อมกันนี้จะกำหนดให้สถานประกอบการกลุ่มเสี่ยงดำเนินการประเมินความพร้อมด้านอัคคีภัย (Fire Safety Assessment) จัดทำแผนเผชิญเหตุและแผนอพยพผู้ใช้บริการ รวมทั้งจัดการฝึกซ้อมอพยพหนีไฟร่วมกับเจ้าหน้าที่อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง โดยสำนักงานเขตฯ จะติดตามและประเมินผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้แผนดังกล่าวสามารถนำไปใช้ได้จริงเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินและดำเนินมาตรการ "ตรวจพบ-สั่งแก้-ติดตามผล-ตรวจซ้ำ" (Inspect-Correct-Follow up-Reinspect) อย่างเคร่งครัด โดยสถานประกอบการที่ตรวจพบข้อบกพร่องจะต้องดำเนินการแก้ไขภายในระยะเวลาที่กำหนด หากไม่ดำเนินการหรือยังไม่เป็นไปตามมาตรฐาน เขตฯ จะดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสั่งระงับการใช้สถานที่หรือดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

นายประพาส เหลืองศิรินภา ผู้อำนวยการสำนักการโยธา (สนย.) กทม. กล่าวว่า สนย. ได้ร่วมกับวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย (วสท.) เข้าตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ พบว่าภายในอาคารได้รับความเสียหายจากการเผาไหม้ โดยเฉพาะวัสดุตกแต่งอาคาร แต่ไม่พบการวิบัติของโครงสร้างอาคาร นอกจากนี้ ยังได้ดำเนินมาตรการเชิงรุกตรวจสอบความปลอดภัยและระบบป้องกันอัคคีภัยของอาคารสถานบริการ สถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการ สถานบันเทิง ผับ บาร์ และคาราโอเกะในพื้นที่กรุงเทพฯ ให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดและบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบอาคารโรงมหรสพและสถานบริการอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงก่อนเทศกาลหรือวันหยุดยาวของประเทศไทย เช่น ช่วงเทศกาลปีใหม่ เพื่อเฝ้าระวังและลดความเสี่ยงจากการเกิดอัคคีภัย สร้างความปลอดภัยให้แก่ประชาชนและผู้ใช้บริการ

ด้านนายสุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (สปภ.) กทม. เปิดเผยว่า ผู้ประสบภัยที่เสียชีวิต หรือได้รับบาดเจ็บจากเหตุเพลิงไหม้ดังกล่าว จะได้รับความช่วยเหลือตามระเบียบ กทม. ว่าด้วยการสงเคราะห์ผู้ประสบสาธารณภัย (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2564 และ (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2568 ประกอบด้วย ค่าจัดการศพรายละ 29,700 บาท และหากผู้เสียชีวิตเป็นหัวหน้าครอบครัวหรือเป็นผู้หารายได้หลักของครอบครัว จะได้รับความช่วยเหลือเพิ่มเติมอีก 29,700 บาท ส่วนค่ารักษาพยาบาล กรณีผู้ป่วยในสามารถเบิกจ่ายตามจริงไม่เกินรายละ 4,000 บาท และผู้ป่วยนอกเบิกจ่ายตามจริงไม่เกินรายละ 2,000 บาท โดยใช้ใบเสร็จรับเงินเป็นหลักฐาน นอกจากนี้ ผู้ได้รับบาดเจ็บยังได้รับเงินปลอบขวัญรายละ 2,300 บาท โดยใช้หนังสือรับรองประกอบการขอรับสิทธิ ทั้งนี้ ผู้ประสบภัย หรือญาติผู้เสียชีวิตสามารถติดต่อขอรับความช่วยเหลือได้ที่ฝ่ายปกครอง สำนักงานเขตจตุจักร

ทั้งนี้ กทม. จะนำเหตุการณ์ครั้งนี้มาทบทวนและถอดบทเรียนร่วมกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อปรับปรุงแผนเผชิญเหตุและแผนบริหารจัดการสาธารณภัยของพื้นที่ รวมทั้งพัฒนาระบบการประสานงานระหว่างหน่วยงาน การสื่อสารในภาวะฉุกเฉิน และแนวทางการอพยพประชาชนให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดย สปภ.ได้มอบหมายให้กองปฏิบัติการดับเพลิงและกู้ภัย 1 ร่วมกับสำนักงานยุทธศาสตร์การป้องกันสาธารณภัย ร่วมถอดบทเรียนจากเหตุการณ์ดังกล่าว เพื่อนำผลการศึกษามาพัฒนาและปรับปรุงแผนปฏิบัติการป้องกันและระงับเหตุเพลิงไหม้ในสถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการ เช่น ร้านอาหารและโรงเบียร์ รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพการช่วยเหลือผู้ประสบเหตุให้เป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งส่งเสริมให้สถานประกอบการที่มีความเสี่ยงจัดทำแผนป้องกันอัคคีภัยและแผนอพยพ ฝึกซ้อมแผนฉุกเฉินอย่างสม่ำเสมอ และปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด นอกจากนี้ จะร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันอัคคีภัย การสังเกตทางหนีไฟ วิธีการอพยพเมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้ และการใช้อุปกรณ์ดับเพลิงเบื้องต้น ผ่านช่องทางประชาสัมพันธ์ของ กทม. ชุมชน สถานศึกษา และสถานประกอบการ ตลอดจนส่งเสริมให้ผู้ประกอบการและพนักงานเข้ารับการฝึกอบรมและฝึกซ้อมอพยพหนีไฟเป็นประจำ เพื่อให้สามารถรับมือกับเหตุฉุกเฉินได้อย่างถูกต้อง ลดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้แก่ประชาชนต่อไป โดยประชาชนสามารถร่วมตรวจสอบ หากพบเห็นสถานประกอบการเสี่ยงที่จะเกิดความไม่ปลอดภัย สามารถแจ้งข้อมูลผ่านระบบ Traffy Fondue ได้ทันที


ข่าวสถานีตำรวจนครบาล+ผู้ประสบภัยวันนี้

คปภ. ทำงานร่วมกับ กทม. ลงพื้นที่ประสานงานกรณีตึกถล่มจากเหตุแผ่นดินไหว เร่งตรวจสอบสิทธิประโยชน์ด้านประกันภัยเพื่อดูแลผู้ประสบภัยอย่างเร่งด่วน

นายอดิศร พิพัฒน์วรพงศ์ รองเลขาธิการ ด้านกฎหมายและตรวจสอบ พร้อมด้วยนายจอม จีระแพทย์ ผู้ช่วยเลขาธิการ สายกฎหมายและคดี และนายคณานุสรณ์ เที่ยงตระกูล ผู้ช่วยเลขาธิการ สายคุ้มครองสิทธิประโยชน์ และเจ้าหน้าที่จากสายกฎหมายและคดี และสายคุ้มครองสิทธิประโยชน์ ลงพื้นที่ไปยังกองอำนวยการร่วมสถานการณ์เหตุแผ่นดินไหวตึกถล่ม อาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน บริเวณหน้าศูนย์การค้า เจ.เจ.มอลล์ ถนนกำแพงเพชร 2 เพื่อดำเนินการประสานงานกับสถานีตำรวจนครบาลบางซื่อในการดำเนินการประสานและขอรับข้อมูลรายชื่อผู้เสียชีวิตและผู้

กทม. วางมาตรการรอบด้าน-คุมเข้มความปลอดภัยการจุดพลุย่านสุขุมวิท ป้องกันผลกระทบประชาชนช่วงปีใหม่

นายบำรุง สำเนียงงาม ผู้อำนวยการเขตคลองเตย กทม. กล่าวกรณีข้อวิจารณ์ภาคเอกชนเตรียมจัดงานจุดพลุเฉลิมฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ บริเวณใจกลางถนนสุขุมวิท ความยาวประมาณ 2 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ 3 สถานีรถ...

นายธราพงษ์ เพ็ชร์คง ผู้อำนวยการเขตลาดกระบ... เขตลาดกระบังกวดขันผู้ขับขี่จักรยานยนต์รับจ้าง-กำชับปฏิบัติต่อผู้ใช้บริการด้วยความสุภาพ — นายธราพงษ์ เพ็ชร์คง ผู้อำนวยการเขตลาดกระบัง กทม. กล่าวกรณีมีข้อวิ...

กทม. เร่งตรวจสอบเหตุรถเทรลเลอร์ชนอุโมงค์กรุงเทพกรีฑา-เพิ่มมาตรการเชิงรุกเพื่อความปลอดภัย

นายประพาส เหลืองศิรินภา ผู้อำนวยการสำนักการโยธา (สนย.) กทม. กล่าวกรณีเกิดเหตุรถบรรทุกเทรลเลอร์เฉี่ยวชนท่อพัดลมระบายอากาศและผนังภายในอุโมงค์ทางลอดกรุงเทพกรีฑา ส่งผลให้โครงสร้างและอุปกรณ์บางส่วนได้รับความเสียหายว่า...