ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) นำโดยนายพิชา รัตนธรรม รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายธุรกิจธนบดี และบริการธนาคาร
จัดงานสัมมนา "Fight for Opportunities :แมตช์เดือดครึ่งปีหลัง ! ฝ่าเงินเฟ้อ รับเกมเศรษฐกิจผันผวน" ให้แก่ลูกค้าและผู้ที่สนใจ ชู 3 ทางเลือกสู้ศึกลงทุนครึ่งหลังของปี 2569 ได้แก่ 1. สินทรัพย์ที่ช่วยรับมือเงินเฟ้อจากพลังงาน 2. หุ้นที่รายได้ยังเติบโตได้ตาม Megatrend ของโลก 3. สินทรัพย์ที่ช่วยสร้างกระแสเงินสดและต้านทานความผันผวนของตลาด พร้อมเชิญ 6 ผู้จัดการกองทุนและผู้เชี่ยวชาญ จาก 5 บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ซึ่งเป็น Friends for Well-Being ของธนาคารทิสโก้ ร่วมดีเบตจุดเด่นของกองทุนรวมภายใต้การบริหารที่ธนาคารทิสโก้เลือกมาแล้วว่าเหมาะสำหรับจัดพอร์ตครึ่งปีหลัง
สำหรับ บลจ. ที่เข้าร่วมดีเบตในสัมมนาครั้งนี้ ได้แก่ บลจ. กรุงศรี บลจ. กรุงไทย บลจ. ทิสโก้ บลจ. อีสท์สปริง (ประเทศไทย) และบลจ. เอ็มเอฟซี ร่วมดีเบตจุดเด่นของกองทุนรวมภายใต้การบริหารที่ธนาคารทิสโก้เลือกมาแล้วว่าเหมาะสำหรับจัดพอร์ตครึ่งปีหลัง ได้แก่ กองทุนรวม KT-ENERGY, MRENEW-A, TBIOTECH, ES-GTECH, TISCOHD-A และ KFGDB-A นอกจากนี้ ภายในงานสัมมนายังมีกิจกรรมจากโรงพยาบาลกรุงเทพ โรงพยาบาลบีเอ็นเอชในฐานะ Friends for Well-Being ด้านสุขภาพของธนาคารทิสโก้ ร่วมให้บริการตรวจเช็คสุขภาพเบื้องต้นแก่ผู้เข้าร่วมงานอีกด้วย
3 ธีมลงทุน ฝ่าความผันผวน สร้างกำไร ป้องกันความเสี่ยง
นายณัฐกฤติ เหล่าทวีทรัพย์ CFP(R) Head of Wealth Advisory ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ภาพรวมการลงทุนครึ่งปีหลังมีความท้าทายมากขึ้น หลังราคาหุ้นทั่วโลกปรับขึ้นมาอยู่ในระดับสูง ขณะที่แรงกดดันเงินเฟ้อยังเร่งตัวขึ้นจากแนวโน้มราคาน้ำมัน โดย Wealth Advisory ธนาคารทิสโก้คาดว่าน้ำมันมีโอกาสกลับไปทะลุ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล จากสต็อกน้ำมันที่ลดลงและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ขณะเดียวกัน อัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูงต่อเนื่อง จากนโยบายการเงินที่ยังตึงตัวของหลายประเทศ และมีโอกาสที่บางภูมิภาค เช่น ยุโรปและญี่ปุ่น จะปรับขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม ส่วนสหรัฐฯ คาดว่าจะขึ้นดอกเบี้ยรอบถัดไปในปี 2570
ธนาคารทิสโก้มองว่า กลยุทธ์การลงทุนควร "ปรับโฟกัส" จากการไล่ตามผลตอบแทนในตลาด มาเป็นการคัดเลือกสินทรัพย์ที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมโดยแนะนำ 3 ธีมการลงทุนหลัก เพื่อสร้างสมดุลของพอร์ต ทั้งด้านผลตอบแทนและความเสี่ยง ดังนี้ 1. สินทรัพย์ที่ช่วยรับมือเงินเฟ้อจากพลังงาน คือ น้ำมันและทองคำ 2. หุ้นที่รายได้ยังเติบโตได้ตาม Megatrend ของโลก คือ หุ้นธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับ AI และหุ้นเฮลธ์แคร์
- สินทรัพย์ที่ช่วยสร้างกระแสเงินสดและต้านทานความผันผวนของตลาด คือ หุ้นปันผล และกองทุนผสมกองทุนช่วยรับมือเงินเฟ้อจากพลังงาน
นายณัฏฐะ มหัทธนา, CFA ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า สำหรับกองทุนเปิดเคแทม เวิลด์ เอ็นเนอร์จี ฟันด์ (KT-ENERGY) ความเสี่ยงระดับ 7 (เสี่ยงสูง) ลงทุนในกองทุน BGF World Energy Fund (กองทุนรวมหลัก) โดยกองทุนหลักจะลงทุนอย่างน้อย 70% ของ NAV ในตราสารทุนของบริษัทชั้นนำทั่วโลกซึ่งมีธุรกิจหลักในการสำรวจพัฒนาและจัดจำหน่ายพลังงาน
จุดเด่นของกองทุนนี้คือ พอร์ตของกองทุนหลักกระจายลงทุนในหุ้นพลังงานขนาดใหญ่ระดับโลก โดยข้อมูลจาก บลจ. กรุงไทย ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 กองทุนหลักลงทุนในบริษัทต่างๆ เช่น TotalEnergies, Shell, Chevron, Exxon Mobil และ Suncor Energy โดยสัดส่วนการลงทุนของกองทุนหลักอยู่ในกลุ่ม Energy เป็นหลัก ทำให้กองทุนมีความชัดเจนในการเกาะธีมพลังงานโดยตรง เหมาะสำหรับใช้เป็นส่วนหนึ่งของพอร์ตเพื่อรับมือภาวะเงินเฟ้อจากพลังงาน
หรือเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนในช่วงราคาน้ำมันปรับตัวสูง และสามารถใช้เป็นกองทุนกระจายความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitical Hedge) ที่ดี โดยเฉพาะในปัจจุบันที่เกิดความขัดแย้งระหว่างประเทศสหรัฐฯ และอิหร่านทำให้ราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
น.ส.ธิดารัตน์ เจริญวุฒิ ผู้อำนวยการพัฒนาธุรกิจ ฝ่ายวางแผนการลงทุนส่วนบุคคล บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี รีนิวเอเบิล เอนเนอร์จี (MRENEW-A) ความเสี่ยงระดับ 7 (เสี่ยงสูง) ลงทุนในกองทุน BGF Renewable Energy Fund บริหารจัดการโดย BlackRock (Luxembourg) S.A. เพียงกองทุนเดียวที่ลงทุนในบริษัทที่มีการพัฒนาพลังงานที่ยั่งยืนทั่วโลก
จุดเด่นของ MRENEW-A คือการได้ทีมบริหารระดับโลกของ BlackRock เข้ามาคัดเลือกหุ้นในธีม Sustainable Energy ผ่านกองทุนหลักที่มุ่งหวังสร้างผลตอบแทนเหนือดัชนี โดยเน้นลงทุนในธุรกิจใช้พลังงานไฟฟ้า (Electrification) ทั้งระบบ เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ (Solar) พลังงานลม (Wind) ระบบโครงข่ายไฟฟ้า (Grid) ระบบกักเก็บพลังงาน (Storage) กิจการสาธารณูปโภคด้านพลังงาน (Utilities) ซึ่งล้วนแต่ได้ประโยชน์จากความต้องการใช้พลังงานสะอาดที่เพิ่มขึ้นจากธุรกิจ AI, Data Center และ EV
โดยตัวอย่างบริษัทที่กองทุนหลักเข้าลงทุน เช่น NextEra Energy Inc. เป็นบริษัทไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานพลังงานรายใหญ่ของสหรัฐฯที่มีจุดแข็งทั้งธุรกิจไฟฟ้าควบคุมโดยรัฐผ่าน FPL และธุรกิจพลังงานสะอาดผ่าน NEER โดยถือเป็นหนึ่งในหุ้นสำคัญของธีมพลังงานสะอาด และ Contemporary Amperex Technology Co., Limited (CATL) บริษัทผู้ผลิตแบตเตอรี่รายใหญ่จากจีน และเป็นหนึ่งในผู้นำระดับโลกด้าน แบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (EV Battery) และระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage System)
กองทุนเน้นลงทุนในธุรกิจที่รายได้ยังเติบโตได้ตาม Megatrend ของโลก
นายภาณุพัศ ธารีบูรณ์ชัย Wealth manager บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทิสโก้ จำกัด เปิดเผยว่า กองทุนเปิด ทิสโก้ ไบโอเทคโนโลยี เฮลธ์แคร์ (TBIOTECH) ความเสี่ยงระดับ 7 (เสี่ยงสูง) ลงทุนในกองทุน Polar Capital Funds plc - Biotechnology Class I US Dollar (กองทุนหลัก) ซึ่งมีนโยบายลงทุนในตราสารทุนของบริษัทที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีชีวภาพ
การวินิจฉัยโรค และ เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิตทั่วโลก
กองทุน TBIOTECH มีจุดเด่นจากการเปิดโอกาสให้นักลงทุนเข้าถึงหุ้นไบโอเทคระดับโลก ซึ่งมีศักยภาพเติบโตสูงจากความก้าวหน้าทางการแพทย์ทั้งการวิจัยและพัฒนา (R&D) การอนุมัติตัวยาใหม่ รวมถึงดีลควบรวมกิจการที่ช่วยหนุนการเติบโตและราคาหุ้นกลุ่ม Biotech โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับยารักษามะเร็ง ยาเฉพาะบุคคล ภูมิคุ้มกันบำบัด การวินิจฉัยโรค และเทคโนโลยีชีวภาพ ขณะที่การบริหารโดย David Pinniger ผู้จัดการกองทุนของ Polar Capital ซึ่งมีความเชี่ยวชาญและพื้นฐานการศึกษาด้านเทคโนโลยีชีวภาพโดยตรง ช่วยเพิ่มความสามารถในการคัดเลือกหุ้นนวัตกรรมสุขภาพที่มีศักยภาพเติบโตสูง อีกทั้งแนวโน้มสังคมสูงวัยทั่วโลกยังทำให้ความต้องการยารักษาโรคเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง หนุนให้กลุ่ม Biotechnology
เป็นหนึ่งในธีมเฮลธ์แคร์ที่มีโอกาสเติบโตในระยะยาว
นายวสวัตติ์ บวรเสรีผไท ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน อีสท์สปริง (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า กองทุนเปิดอีสท์สปริง Global Technology (ES-GTECH) ความเสี่ยงระดับ 7 (เสี่ยงสูง) ลงทุนในกองทุน POLAR CAPITAL FUNDS PLC-GLOBAL TECHNOLOGY FUND กองทุนหลักลงทุนในบริษัทที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีทั่วโลก กองทุน ES-GTECH มีจุดเด่นจากการเปิดโอกาสให้นักลงทุนเข้าถึงหุ้นเทคโนโลยีทั่วโลกที่ได้ประโยชน์จากเมกะเทรนด์ AI, Generative AI และ Semiconductor โดยเฉพาะ Generative AI ที่เป็นตัวเร่งการเติบโตครั้งใหญ่ของเศรษฐกิจดิจิทัล ช่วยเพิ่มศักยภาพการเติบโตของพอร์ตระยะยาว
กองทุนหลักเน้นลงทุนในบริษัทเทคโนโลยีคุณภาพสูงและมีศักยภาพเติบโต โดยมีกระบวนการคัดเลือกหุ้นแบบ Bottom-up วิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานและปรับพอร์ตได้รวดเร็วเพื่อเกาะ "ผู้ชนะ" ในแต่ละเทรนด์ เท่ากับว่ากองทุนไม่ได้ลงทุนเฉพาะหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่เท่านั้น แต่ยังมองหาโอกาสในห่วงโซ่ AI เช่น ชิป เซมิคอนดักเตอร์ ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และแพลตฟอร์มเทคโนโลยีที่ได้ประโยชน์จากความต้องการใช้งานAI ที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก อีกทั้งกองทุนหลักยังมีทีมผู้จัดการกองทุนที่เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีโดยเฉพาะ
กองทุนช่วยสร้างกระแสเงินสดและต้านทานความผันผวน
นายสวภพ ยนต์ศรี AFPT(TM) หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทิสโก้ จำกัด เปิดเผยว่า กองทุนเปิด ทิสโก้ ไฮ ดิวิเดนด์ หุ้นทุน ชนิดผู้ลงทุนทั่วไป (TISCOHD-A) ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) ลงทุนในหุ้นไทยในดัชนี SET HD 30 Total Return Index
จุดเด่นของกองทุนคือ จะเน้นลงทุนในหุ้นพื้นฐาน จ่ายปันผลดี สม่ำเสมอ และมีผลการดำเนินงานที่ดีที่อยู่ใน SETHD เหมาะกับภาวะตลาดที่นักลงทุนต้องการสินทรัพย์ที่ช่วยสร้างกระแสเงินสดและลดความผันผวนของพอร์ต จุดแข็งอยู่ที่การคัดเลือกหุ้นขนาดใหญ่และมีคุณภาพในตลาดหุ้นไทยที่มีประวัติการจ่ายเงินปันผลดี มีโอกาสจ่ายต่อเนื่อง และยังมีโอกาสฟื้นตัวตาม Momentum ตลาด นอกจากนี้ กองทุนมีโอกาสได้รับเงินปันผลสม่ำเสมอ โดยเงินปันผลที่กองทุนได้รับจะถูกนำไปลงทุนต่อ เพื่อสร้างผลตอบแทนเพิ่ม
นอกจากนี้ กองทุนยังมีนโยบายบริหารแบบ Active Management กระจายลงทุนในหุ้นคุณภาพหลายอุตสาหกรรม เช่น กลุ่มธนาคาร พลังงาน และหุ้นพื้นฐานแข็งแกร่ง จึงเหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนหุ้นไทยปันผลสูงเพื่อหวังผลตอบแทนระยะกลางถึงยาว และรับความเสี่ยงระดับหุ้นไทยได้
นายเกียรติศักดิ์ ปรีชาอนุสรณ์, CFA ประธานเจ้าหน้าที่งานกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงศรี จำกัด กล่าวถึงจุดเด่นของ KFGDB-A ว่า กองทุนใช้กลยุทธ์ Dynamic Allocation จึงมีความยืดหยุ่นสูง ผู้จัดการกองทุนสามารถปรับสัดส่วนสินทรัพย์ทั่วโลกอย่างรวดเร็วทันสภาวะตลาด นอกจากนี้ ยังมีกระบวนการลงทุนและทีมวิเคราะห์ที่แข็งแกร่ง มีการผสมผสานจากการวิเคราะห์ทั้งปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยมหภาค ควบคู่กับการบริหารความเสี่ยงที่ดี
กองทุนเปิดกรุงศรีโกลบอลไดนามิคบาลานซ์อโลเคชั่นเอสอาร์ไอ-สะสมมูลค่า (KFGDB-A) ลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศชื่อ Allianz Dynamic Multi Asset Strategy SRI 50, Class P (EUR) (กองทุนหลัก) ที่มีนโยบายลงทุนในทรัพย์สินหลายประเภท โดยเน้นตราสารทุนและตราสารหนี้ทั่วโลก ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง)
กองทุน KT-ENERGY MRENEW-A TBIOTECH ES-GTECH และ KFGDB-A ป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ผู้ลงทุนอาจจะขาดทุนหรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนหรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนการตัดสินใจลงทุน กองทุน KT-ENERGY มีการลงทุนกระจุกตัวในหมวดพลังงาน จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก
ติดต่อสอบถามรายละเอียด หรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่ธนาคารทิสโก้ทุกสาขา หรือ TISCO Contact Center โทร. 02-633-6000 กด 2 กด 4
ธ.ทิสโก้ผนึกพันธมิตร จัดสัมมนา "Unlock Long Life" ชวนคิดเรื่องสุขภาพและการเงินในยุคอายุยืน
ธ.ทิสโก้จับมือพันธมิตร ลุยให้ความรู้แผนการเงิน - สุขภาพ" รู้เร็ว รอดไว สู้โรคหัวใจ ! ด้วยนวัตกรรมการรักษา " @หาดใหญ่
ธ.ทิสโก้ ร่วมมือสมาคมนักวางแผนการเงินไทย จัดโครงการ The Advisor Club เสริมศักยภาพการให้คำแนะนำลูกค้าธนาคาร ตามมาตรฐานระดับสากล
ธ.ทิสโก้ จับมือ สมาคมนักวางแผนการเงินไทย เสริมแกร่ง 'Holistic Advisory' ยกระดับคุณภาพคำแนะนำให้ได้มาตรฐานสากล
ธ.ทิสโก้ เชียร์ ประกันโรคร้ายแรง "TISCO CI Extra Care" ดึง "เจชนาธิป" ร่วมกิจกรรม ธ.ทิสโก้ เชียร์ ประกันโรคร้ายแรง "TISCO CI Extra Care"
ธ.ทิสโก้ คว้า “เจ ชนาธิป” เป็นพรีเซนเตอร์
ธ.ทิสโก้ และกรุงเทพประกันชีวิต สุดปลื้ม สัมมนาวางแผนเกษียณ 4 ภาค ซีซันแรกเสียงตอบรับเยี่ยม - เดินหน้าจัดต่อปี 67
ธ.ทิสโก้ จับมือ สมิติเวช จัดกิจกรรม "SECRET of Wealth SECRET of DNA"