งานประชุมวัฒนธรรมราชวงศ์หมิง ประจำปี 2569 เปิดฉากยิ่งใหญ่ ณ สุสานหลวงราชวงศ์หมิง ชูแนวคิด "วิจิตรตระการตามรดกโลก พลิกฟื้นวัฒนธรรมรุ่งเรือง"

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

งานประชุมวัฒนธรรมราชวงศ์หมิง ประจำปี 2569

งานประชุมวัฒนธรรมราชวงศ์หมิง ประจำปี 2569 เปิดฉากยิ่งใหญ่ ณ สุสานหลวงราชวงศ์หมิง ชูแนวคิด "วิจิตรตระการตามรดกโลก พลิกฟื้นวัฒนธรรมรุ่งเรือง"

เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคมที่ผ่านมา งานประชุมวัฒนธรรมราชวงศ์หมิง (Ming Dynasty Culture Forum) ประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด "World Heritage Splendor, Cultural Renaissance" (วิจิตรตระการตามรดกโลก พลิกฟื้นวัฒนธรรมรุ่งเรือง) ได้เปิดฉากขึ้นอย่างเป็นทางการ ณ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว แหล่งท่องเที่ยวสุสานหลวงราชวงศ์หมิงในเขตฉางผิง งานนี้เป็นการรวมตัวครั้งสำคัญของบุคคลระดับแถวหน้า ทั้งนักประวัติศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านมรดกทางวัฒนธรรม บุคลากรในแวดวงการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรม ตลอดจนผู้ที่หลงใหลในวัฒนธรรมราชวงศ์หมิงจากทั่วประเทศ งานประชุมนี้มีขึ้นเพื่อร่วมสำรวจคุณค่าร่วมสมัยของวัฒนธรรมราชวงศ์หมิง ผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย อาทิ การสัมมนาทางวิชาการ นิทรรศการพิเศษ การเสวนาคู่ขนาน และการจัดแสดงด้วยนวัตกรรมดิจิทัล ทั้งยังอาศัยความได้เปรียบอันเป็นเอกลักษณ์ของเขตฉางผิง ซึ่งตั้งอยู่บนจุดตัดของเส้นทางสายวัฒนธรรมหลักทั้ง 3 สาย มาร่วมนำเสนอแนวทางใหม่ในการอนุรักษ์และต่อยอดวัฒนธรรมดั้งเดิมอันล้ำค่าของจีนให้เกิดนวัตกรรมที่สร้างสรรค์ต่อไป งานประชุมวัฒนธรรมราชวงศ์หมิง ประจำปี 2569 เปิดฉากยิ่งใหญ่ ณ สุสานหลวงราชวงศ์หมิง ชูแนวคิด "วิจิตรตระการตามรดกโลก พลิกฟื้นวัฒนธรรมรุ่งเรือง"

งานประชุมระยะเวลา 2 วันนี้ แบ่งออกเป็น 4 ไฮไลต์สำคัญ ได้แก่ พิธีเปิดงาน, การเสวนาคู่ขนาน 4 หัวข้อ, การประชุมสัมมนาทางวิชาการในวาระครบรอบ 70 ปีแห่งการขุดค้นสุสานติ้งหลิง และนิทรรศการพิเศษจัดแสดงโบราณวัตถุสมัยราชวงศ์หมิง งานนี้ผสานความลุ่มลึกทางวิชาการ การมีส่วนร่วมของภาคประชาชน และสร้างแรงกระเพื่อมในสังคมได้อย่างลงตัว พร้อมยกระดับสู่การเป็นเวทีระดับชาติในการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมราชวงศ์หมิง ที่ทั้งมีความเป็นมืออาชีพ ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมเทคโนโลยีล้ำสมัย และก้าวไกลสู่สายตาชาวโลก

พิธีเปิดสุดยิ่งใหญ่ รวมพลผู้เชี่ยวชาญระดับแถวหน้า ร่วมพลิกฟื้นวัฒนธรรมหมิง เชื่อมโยงอดีตสู่ปัจจุบัน

ณ เวลา 9:00 น. พิธีเปิดงานได้เริ่มต้นขึ้นอย่างตื่นตาตื่นใจด้วยภาพยนตร์สั้นสุดสมจริงด้วยเทคโนโลยี AI ในชื่อ "Chang Xiaoming Takes You on a Tour of Ming Culture" (ฉางเสี่ยวหมิงพาทัวร์วัฒนธรรมหมิง) โดยมีมนุษย์เสมือนจริงในรูปแบบโฮโลแกรมอย่าง "ฉางเสี่ยวหมิง" พาทุกคนข้ามมิติไปยังสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของราชวงศ์หมิง ไม่ว่าจะเป็นพระราชวังต้องห้าม เมืองก่งหัว ด่านจวียง และสุสานราชวงศ์หมิง ซึ่งการผสานโลกเสมือนและโลกแห่งความเป็นจริงได้อย่างแนบเนียนนี้ ได้ช่วยชุบชีวิตภาพภูมิทัศน์ทางวัฒนธรรมอันยิ่งใหญ่ตระการตาของราชวงศ์หมิงให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

ไฮไลต์สำคัญในพิธีเปิดอยู่ที่การกล่าวปาฐกถาพิเศษ 3 หัวข้อหลัก ซึ่งถือเป็นแกนกลางทางวิชาการของงานในครั้งนี้ โดยศาสตราจารย์ เหมา เพ่ยฉี (Mao Peiqi) จากมหาวิทยาลัยเหรินหมินแห่งประเทศจีน และที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ประจำสมาคมศึกษาประวัติศาสตร์ราชวงศ์หมิงแห่งประเทศจีน ได้บรรยายในหัวข้อ "The Ming Dynasty: A Crucial Stage in the Development of a Unified Multi-Ethnic China" (ราชวงศ์หมิง: ช่วงเวลาสำคัญในการพัฒนาประเทศจีนอันเป็นปึกแผ่นของหลากหลายชาติพันธุ์) เพื่อฉายภาพให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของราชวงศ์หมิงในการวางรากฐานหลอมรวมชาติพันธุ์อันหลากหลายให้เป็นหนึ่งเดียว ขณะที่ซ่าน จี้เสียง (Shan Jixiang) ภัณฑารักษ์คนที่ 6 ของพิพิธภัณฑ์พระราชวัง ได้ร่วมถ่ายทอดในหัวข้อ "The Chinese Cultural Heritage and Cultural Confidence" (มรดกทางวัฒนธรรมของจีนและความเชื่อมั่นทางวัฒนธรรม) เพื่อเผยให้เห็นความสำคัญในยุคปัจจุบันของการอนุรักษ์วัฒนธรรมหมิงผ่านมุมมองของการปกป้องมรดก และปิดท้ายด้วยเฉิน เซียวซาน (Chen Xiaoshan) นักวิจัยจากสถาบันประวัติศาสตร์วิทยาศาสตร์ธรรมชาติ สังกัดสถาบันวิทยาศาสตร์จีน ที่มาเจาะลึกเรื่องการแลกเปลี่ยนระหว่างจีนกับต่างประเทศในสมัยราชวงศ์หมิง โดยวิเคราะห์ผลกระทบอันลึกซึ้งของการหลั่งไหลเข้ามาของพืชผลและสินค้าจากทวีปอเมริกาที่มีต่อโครงสร้างสังคม เศรษฐกิจ และวัฒนธรรมจีน

บรรยากาศภายในงานยังได้รับการร้อยเรียงอย่างสละสลวยด้วยการแสดงดนตรีประกอบบทกวีสมัยราชวงศ์หมิงเรื่อง "Song of Tomorrow" (บทเพลงแห่งวันพรุ่งนี้) ซึ่งท่วงทำนองอันไพเราะอ่อนช้อยนี้ได้ถ่ายทอดแนวคิดเชิงปรัชญาของเหล่าปัญญาชนในยุคหมิงออกมาได้อย่างลึกซึ้ง นอกจากนี้ อีกหนึ่งไฮไลต์ที่สร้างความตื่นตาตื่นใจให้แก่ผู้ร่วมงานคือเทคโนโลยีโฮโลแกรมอินเตอร์แอคทีฟในชุด "Chang Xiaoming: A Record of Ming Dynasty Knowledge" (ฉางเสี่ยวหมิง: บันทึกองค์ความรู้แห่งราชวงศ์หมิง) โดยมนุษย์ดิจิทัลรายนี้ได้ร่วมโต้ตอบกับโบราณวัตถุที่จัดแสดง พร้อมเปิดฉากบทสนทนาเสมือนจริงกับเหล่านักปราชญ์แห่งราชวงศ์หมิง เกิดเป็นเวทีแลกเปลี่ยนทางปัญญาครั้งสำคัญที่ก้าวข้ามกาลเวลากว่า 6 ศตวรรษ

ขณะเดียวกัน ในช่วงการเสวนา สามผู้เชี่ยวชาญผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่ หลิว โจว (Lyu Zhou) จากมหาวิทยาลัยชิงหวา, ถัง เกิงเซิ่ง (Tang Gengsheng) จากสมาคมวิจัยจูหยวนจาง และหู ฮั่นเซิง (Hu Hansheng) ผู้เชี่ยวชาญด้านมรดกทางวัฒนธรรมประจำสุสานราชวงศ์หมิง ได้ร่วมเปิดประเด็นเจาะลึกแลกเปลี่ยนทัศนะเกี่ยวกับความเป็นไปได้และความจำเป็นในการพัฒนาโครงการธีมพาร์ควัฒนธรรมราชวงศ์หมิง

4 ปีแห่งความมุ่งมั่น: ฉางผิงเดินหน้ายกระดับแบรนด์เมืองวัฒนธรรมราชวงศ์หมิง

นับตั้งแต่ที่ได้เปิดตัวงานประชุมวัฒนธรรมราชวงศ์หมิงเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2565 เขตฉางผิงก็ได้เดินหน้าขับเคลื่อนแบรนด์วัฒนธรรมราชวงศ์หมิงอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 ติดต่อกัน โดยจนถึงปัจจุบัน เวทีแห่งนี้ได้จัดการประชุมหลักไปแล้ว 5 ครั้ง การเสวนาคู่ขนาน 23 หัวข้อ และการสัมมนาทางวิชาการอีก 3 ครั้ง ควบคู่ไปกับการจัดนิทรรศการโบราณวัตถุในธีมพิเศษ 12 ครั้ง และกิจกรรมบรรยายในซีรีส์ "Ming Dynasty Lecture Series" อีก 36 ครั้ง ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา งานนี้ได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญทั้งในและต่างประเทศกว่า 270 ท่านมาร่วมแชร์มุมมอง โดยมียอดผู้เข้าร่วมงานสะสมรวมกว่า 2,600 คน นอกจากนี้ ผลงานวิจัยทางวิชาการที่ตกผลึกจากการประชุมยังได้รับการรวบรวมและตีพิมพ์แล้วถึง 10 เล่ม ตอกย้ำความสำเร็จของเวทีนี้ในการก้าวสู่การเป็นแพลตฟอร์มชั้นนำระดับโลกสำหรับการศึกษาวิจัยและการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมราชวงศ์หมิง

เขตฉางผิงอาศัยความได้เปรียบอันเป็นเอกลักษณ์ โดยเป็นเขตเดียวในกรุงปักกิ่งที่เป็นจุดตัดของเส้นทางสายวัฒนธรรมหลักทั้ง 3 สาย จึงได้เดินหน้าพัฒนาระบบอนุรักษ์วัฒนธรรมราชวงศ์หมิงอย่างครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นการบูรณะปฏิสังขรณ์แหล่งมรดกโลกสุสานราชวงศ์หมิง การจับมือสร้างเครือข่ายจัดนิทรรศการร่วมกับกลุ่มสุสานจักรพรรดิราชวงศ์หมิงทั่วประเทศ ไปจนถึงการสร้างแพลตฟอร์มจัดแสดงวัฒนธรรมราชวงศ์หมิงในรูปแบบดิจิทัล นอกจากนี้ การสร้างสรรค์ลิขสิทธิ์ (IP) อย่าง "ฉางเสี่ยวหมิง" และมินิโปรแกรมจัดนิทรรศการออนไลน์ ยังประสบความสำเร็จอย่างงดงามในการดึงดูดกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่สนใจในวัฒนธรรมราชวงศ์หมิงผ่านกลยุทธ์การสื่อสารที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ ขณะเดียวกัน เขตฉางผิงยังได้ยกระดับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ด้วยการเชื่อมโยงด่านจวียง น้ำพุไป่ฟู่ และสุสานราชวงศ์หมิง เข้าไว้ด้วยกันเป็นเส้นทางท่องเที่ยวสายวัฒนธรรมราชวงศ์หมิงแบบเบ็ดเสร็จ พร้อมทั้งจัดตั้งแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนองค์ความรู้อย่างเป็นระบบ ทั้งในด้านการแพทย์แผนจีน มรดกทางวัฒนธรรมดิจิทัล และการอนุรักษ์กำแพงเมืองจีน เพื่อผสานทรัพยากรทางวัฒนธรรมให้ขับเคลื่อนไปพร้อมกับการพัฒนาในภาคอุตสาหกรรม และด้วยแรงหนุนจากการรายงานข่าวอย่างเป็นระบบของสื่อรายใหญ่ ๆ ในจีน เขตฉางผิงจึงสามารถผลักดันวัฒนธรรมราชวงศ์หมิงให้ขจรขจายสู่สายตาชาวโลกได้อย่างต่อเนื่อง

สำหรับอนาคตข้างหน้า เขตฉางผิงพร้อมปักหมุดหมายใหม่โดยใช้เวทีงานประชุมนี้เป็นตัวขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์เชิงลึกใน 5 ทิศทางหลัก ได้แก่ การสร้างกลไกการวิจัยระยะยาวร่วมกับสมาคมศึกษาประวัติศาสตร์ราชวงศ์หมิงแห่งประเทศจีน เพื่อยกระดับเวทีแลกเปลี่ยนทางวิชาการ, การเร่งเดินหน้าแผนงานและการก่อสร้างโครงการธีมพาร์ควัฒนธรรมราชวงศ์หมิงเพื่อบูรณาการทรัพยากรทางวัฒนธรรมในพื้นที่สุสานหลวงฯ อย่างเป็นระบบ, การนำนวัตกรรมเทคโนโลยีมาใช้อนุรักษ์มรดกให้เข้มข้นยิ่งขึ้นด้วยระบบจัดแสดงดิจิทัลและการยกระดับเทคโนโลยีตรวจเฝ้าระวังโบราณวัตถุ, การผลักดันการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมอย่างเต็มรูปแบบบนเส้นทางสายวัฒนธรรมทั้ง 3 สาย เพื่อปั้น IP การท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมหมิงที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ และการขยายขีดความสามารถด้านการสื่อสารในระดับสากล เพื่อเดินหน้าถ่ายทอดเรื่องราวความรุ่งเรืองของอารยธรรมราชวงศ์หมิงสู่สายตาชาวโลก จากความมุ่งมั่นทั้งหมดนี้ เขตฉางผิงตั้งเป้าที่จะนำมรดกโลกอันล้ำค่านี้มาเป็นแรงขับเคลื่อนหลักในการพัฒนาเมืองอย่างมีคุณภาพ พร้อมทั้งร่วมเป็นกำลังสำคัญในการหนุนส่งกรุงปักกิ่งสู่การเป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรมระดับชาติ

ที่มา: งานประชุมวัฒนธรรมราชวงศ์หมิง ประจำปี 2569


ข่าวนักท่องเที่ยว+การท่องเที่ยววันนี้

วีซ่าจับมือเอเชียทีค ยกระดับประสบการณ์สำหรับนักท่องเที่ยวกลุ่มผู้มีกำลังซื้อในไทย

ความร่วมมือตลอดทั้งปีนำผู้ประกอบการกว่า 150 แห่งสู่แพลตฟอร์ม Visa Destinations ประเทศไทย มอบประสบการณ์สุดพิเศษแก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ พร้อมเพิ่มโอกาสให้ธุรกิจท้องถิ่นได้รับประโยชน์จากการท่องเที่ยวมากขึ้น วีซ่า ผู้นำการให้บริการการชำระเงินดิจิทัลระดับโลก ประกาศความร่วมมือกับ เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น (ASIATIQUE The Riverfront Destination) เป็นระยะเวลา 1 ปี เพื่อต่อยอดแพลตฟอร์ม Visa Destinations ประเทศไทย สู่หนึ่งในจุดหมายปลายทางด้านไลฟ์สไตล์และความบันเทิงที่โดดเด่นที่สุด

นักท่องเที่ยวหนึ่งคนไม่ได้สร้างรายได้เฉพา... เปิดประตู SME ไทยสู่ตลาดท่องเที่ยวโลก เคทีซีชี้ Digital Payment กลายเป็นแต้มต่อใหม่ของธุรกิจ — นักท่องเที่ยวหนึ่งคนไม่ได้สร้างรายได้เฉพาะให้สายการบินหรือโ...

คิง เพาเวอร์ ผู้นำธุรกิจค้าปลีกเพื่อการท่... THE PASSAGE OF COLLECTIONS ครั้งแรก! มัลติแบรนด์สโตร์ดีไซน์โมเดิร์นไลฟ์สไตล์ ที่ คิง เพาเวอร์ รางน้ำ — คิง เพาเวอร์ ผู้นำธุรกิจค้าปลีกเพื่อการท่องเที่ยว เ...

นักเดินทางชาวไทยมีแนวโน้มสนใจเที่ยวต่างปร... อโกด้าเผยเทรนด์ทำงานแบบยืดหยุ่น หนุนคนไทยให้ความสนใจเที่ยวต่างประเทศนานขึ้น — นักเดินทางชาวไทยมีแนวโน้มสนใจเที่ยวต่างประเทศนานขึ้น โดยจากข้อมูลการค้นหาที่...

อาร์ต อาหาร วัฒนธรรม และโลคัลไลฟ์ เชื่อมท... เดินเล่น "ย่าน Old Town Central" ฮ่องกง กับ 4 เส้นทางเที่ยว 4 สไตล์ — อาร์ต อาหาร วัฒนธรรม และโลคัลไลฟ์ เชื่อมทุกมุมของย่านผ่านทางเลื่อน Central-Mid-Level...

ปลุกขุมทรัพย์งานช่างไทย จากพื้นที่ทรงคุณค... "เอ สุรศักดิ์" ผนึก ททท. เปิดเส้นทาง "เกาะเกิดศิลป์ แผ่นดินสยาม" — ปลุกขุมทรัพย์งานช่างไทย จากพื้นที่ทรงคุณค่าที่ยังไม่เป็นที่รู้จัก สู่หมุดหมายทางวัฒนธรร...

ฟันธง "ขายได้-ขายดี-ขายนาน" ผ่านการมองแหล... กูรูการตลาด นักวิชาการ รัฐ เอกชน ร่วมถอดรหัส ท่องเที่ยวยั่งยืน — ฟันธง "ขายได้-ขายดี-ขายนาน" ผ่านการมองแหล่งท่องเที่ยวเป็นสินค้า ความยั่งยืนคือจุดขายที่แต...