Vertiv ผู้นำระดับโลกด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่สำคัญ ประกาศเปิดโรงงานผลิตแห่งใหม่อย่างเป็นทางการในรัฐยะโฮร์ ประเทศมาเลเซีย เพื่อขยายขีดความสามารถด้านการผลิตของบริษัท รองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของโครงสร้างพื้นฐาน AI และการประมวลผลประสิทธิภาพสูงทั่วภูมิภาคเอเชีย รวมถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอเชียเหนือ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์
โรงงานแห่งนี้ตั้งอยู่ในเมืองเซไน รัฐยะโฮร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในศูนย์กลางอุตสาหกรรมที่เติบโตเร็วที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีพื้นที่ราว 236,000 ตารางฟุต (21,900 ตารางเมตร) ช่วยเสริมศักยภาพของเวอร์ทิฟในการให้บริการลูกค้าผ่านความสามารถด้านการผลิต วิศวกรรม โลจิสติกส์ และการติดตั้งภายในภูมิภาคได้อย่างครบวงจร นอกจากนี้ โรงงานยังได้รับประโยชน์จากการเชื่อมต่อด้านคมนาคมและโลจิสติกส์ที่แข็งแกร่ง รวมถึงตั้งอยู่ใกล้กับศูนย์กลางเทคโนโลยีและฐานลูกค้าสำคัญทั่วภูมิภาค ทำให้สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
"เอเชียเป็นหนึ่งในภูมิภาคที่มีการลงทุนด้าน AI และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลเติบโตอย่างรวดเร็วที่สุดแห่งหนึ่งในโลก การขยายฐานการผลิตของเราในประเทศมาเลเซียจะช่วยยกระดับศักยภาพในการสนับสนุนลูกค้าด้วยมาตรฐานคุณภาพ ความรวดเร็ว ความพร้อมรองรับการเติบโต และความยืดหยุ่นที่สูงยิ่งขึ้น" Giordano (Gio) Albertazzi ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของเวอร์ทิฟ กล่าว "โรงงานแห่งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของบริษัทในการวางแผนเพิ่มขีดความสามารถและขยายศักยภาพการดำเนินงาน เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่เติบโตขึ้น พร้อมเสริมความแข็งแกร่งของเครือข่ายการผลิตทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก"
Albertazzi กล่าวเสริมว่า "ท่ามกลางความต้องการด้านการประมวลผลที่เพิ่มสูงขึ้นและมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องตามการเติบโตของโครงสร้างพื้นฐาน AI ลูกค้าต้องการพันธมิตรที่มีความพร้อมในการส่งมอบโซลูชันด้านพลังงาน ระบบทำความเย็น และโครงสร้างพื้นฐานในระดับที่รองรับการขยายตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ โรงงานแห่งใหม่ในรัฐยะโฮร์จะช่วยเสริมศักยภาพให้เวอร์ทิฟสามารถสนับสนุนลูกค้าในการติดตั้งและใช้งานโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลสำคัญได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น พร้อมรองรับการเติบโตในระยะยาวของเศรษฐกิจดิจิทัลทั่วภูมิภาคเอเชีย"
ในโอกาสการเปิดโรงงานแห่งใหม่ของเวอร์ทิฟ Tuan Haji Natazha Hariss ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Invest Johor กล่าวว่า "เรารู้สึกยินดีที่ Vertiv เลือกลงทุนในรัฐยะโฮร์ ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นต่อศักยภาพของรัฐในฐานะศูนย์กลางสำคัญด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและอุตสาหกรรมการผลิตขั้นสูงของภูมิภาค นอกจากการลงทุนโดยตรงแล้ว โครงการนี้ยังมีส่วนสำคัญในการสร้างงานที่มีมูลค่าสูง ส่งเสริมการพัฒนาทักษะของบุคลากรท้องถิ่น และเสริมสร้างศักยภาพการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรม ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจของรัฐยะโฮร์ในระยะยาว"
ศักยภาพด้านการผลิตและสิ่งอำนวยความสะดวก
โรงงานแห่งใหม่ในรัฐยะโฮร์รองรับกระบวนการผลิต การประกอบ และการทดสอบระบบต่อหน้าลูกค้า (Witness Testing) แบบครบวงจรสำหรับโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและระบบจัดการความร้อนขั้นสูง ช่วยให้เวอร์ทิฟสามารถส่งมอบโซลูชันสำหรับสภาพแวดล้อมการประมวลผลที่มีความหนาแน่นสูง พร้อมประสิทธิภาพที่ผ่านการตรวจสอบแล้ว เพื่อช่วยลดความเสี่ยงในการติดตั้งใช้งาน และเร่งระยะเวลาการนำระบบเข้าสู่การใช้งานให้แก่ลูกค้าในกลุ่มองค์กร ผู้ให้บริการคลาวด์ และ ศูนย์ข้อมูลแบบ Colocation
- โรงงานแห่งนี้คาดว่าจะสามารถสร้างตำแหน่งงานที่ต้องใช้ทักษะความเชี่ยวชาญสูงได้มากถึง 500 ตำแหน่งในภูมิภาค เมื่อเปิดดำเนินงานเต็มรูปแบบในปีพ.ศ. 2570
- รองรับการผลิตโซลูชันด้านการจัดการความร้อน ระบบพลังงาน และโครงสร้างพื้นฐานในระดับขนาดใหญ่ เพื่อรองรับทั้งการใช้งานด้าน AI และการใช้งานดิจิทัลรูปแบบดั้งเดิม ไม่ว่าจะเป็น Vertiv(TM) CoolChip coolant distribution units (CDUs) ซึ่งเป็นระบบกระจายสารหล่อเย็นที่รองรับเทคโนโลยีระบายความร้อนด้วยของเหลว (Liquid Cooling) รวมถึงการระบายความร้อนแบบ Direct-to-Chip และ Rear Door Heat Exchanger สำหรับตู้แร็กที่มีความหนาแน่นสูง นอกจากนี้ยังรองรับการผลิต Vertiv(TM) Power Module และ Vertiv(TM) Power Skid ซึ่งเป็นโซลูชันพลังงานแบบสำเร็จรูป ที่ผสานโครงสร้างพื้นฐานแบบโมดูลาร์ ซึ่งช่วยเร่งระยะเวลาการติดตั้งระบบพลังงานได้เร็วขึ้นถึง 50% เมื่อเทียบกับการก่อสร้างแบบดั้งเดิม โรงงานยังสามารถผลิต Vertiv(TM) SmartRun โครงสร้างพื้นฐานแบบสำเร็จรูปติดตั้งเหนือศีรษะที่รวมระบบบัสเวย์ความหนาแน่นสูง เครือข่ายท่อสำหรับระบบระบายความร้อนด้วยของเหลว และระบบกักเก็บอากาศไว้ในโซลูชันเดียว ช่วยลดระยะเวลาในการติดตั้งหน้างานได้มากถึง 85% เมื่อเทียบกับแนวทางแบบดั้งเดิม
- นำเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูง เครื่องมือระบบอัตโนมัติ และกระบวนการทดสอบปลายสายการผลิต (End-of-Line Testing) แบบครบวงจร มาใช้ตลอดกระบวนการผลิต เพื่อสนับสนุนมาตรฐานคุณภาพ เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และรองรับการขยายกำลังการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- มีพื้นที่เฉพาะสำหรับกระบวนการล้างระบบ (Flushing) และการทดสอบรับรองประสิทธิภาพ (Validation) ซึ่งได้รับการออกแบบทางวิศวกรรมเพื่อรองรับข้อกำหนดด้านความสะอาดและสมรรถนะของระบบระบายความร้อนด้วยของเหลวสำหรับการประมวลผลความหนาแน่นสูงที่ใช้ในงาน AI โดยเป็นไปตามมาตรฐานอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง
- มีพื้นที่ทดสอบเฉพาะทางที่ออกแบบมาเพื่อทดสอบและรับรองประสิทธิภาพของโซลูชันระบบระบายความร้อนด้วยของเหลว และโซลูชันพลังงานแบบบูรณาการ ภายใต้สภาวะการใช้งานจริงก่อนการติดตั้งใช้งาน โดยประกอบด้วย
- การทดสอบหน่วยกระจายสารหล่อเย็น ที่ครอบคลุมทุกระดับความสามารถในการรองรับโหลด
- การทดสอบโมดูลระบบพลังงานและชุดระบบพลังงานสำเร็จรูป (Power Module and Power Skid) หลายชุดพร้อมกัน เพื่อยืนยันประสิทธิภาพและความพร้อมในการใช้งานในระดับขนาดใหญ่
- ดำเนินงานภายใต้มาตรฐานการบริหารจัดการคุณภาพระดับโลกของเวอร์ทิฟ และเป็นไปตามมาตรฐาน ISO ที่เกี่ยวข้อง ตอกย้ำความมุ่งมั่นของบริษัทในการยกระดับความเป็นเลิศด้านการผลิต การประกันคุณภาพ และการปรับปรุงกระบวนการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง
"โรงงานแห่งใหม่ในรัฐยะโฮร์ ได้รับการออกแบบเพื่อยกระดับการสนับสนุนลูกค้าทั่วเอเชียผ่านความร่วมมือที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้นภายในภูมิภาค และเพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินโครงการติดตั้งโครงสร้างพื้นฐานที่มีความซับซ้อน" Paul Churchill รองประธานและผู้จัดการทั่วไปประจำภูมิภาคเอเชียของเวอร์ทิฟ กล่าว "ในขณะที่ลูกค้ากำลังขยายการลงทุนในสภาพแวดล้อมด้าน AI และระบบประมวลผลความหนาแน่นสูงที่มีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ปัจจัยด้านความใกล้ชิด ความรวดเร็วในการตอบสนอง และความสามารถในการดำเนินงานให้แล้วเสร็จอย่างมีประสิทธิภาพ จึงกลายเป็นสิ่งสำคัญมากกว่าที่เคย"
Churchill กล่าวเสริมว่า "ปัจจัยด้านการเชื่อมต่อภายในภูมิภาค ระบบนิเวศด้านเทคโนโลยีที่กำลังเติบโต และบุคลากรที่มีทักษะความเชี่ยวชาญของรัฐยะโฮร์ ล้วนเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้พื้นที่แห่งนี้มีความเหมาะสมสำหรับการตั้งโรงงานแห่งใหม่ของเรา โรงงานแห่งนี้จะช่วยเสริมศักยภาพของเวอร์ทิฟ ในการสนับสนุนลูกค้าให้สามารถรับมือกับความต้องการด้านโครงสร้างพื้นฐานที่เปลี่ยนแปลงและพัฒนาอย่างต่อเนื่องทั่วทั้งภูมิภาคได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น"
ด้วยที่ตั้งเชิงยุทธศาสตร์ของโรงงานแห่งใหม่ในรัฐยะโฮร์ซึ่งอยู่ใกล้กับประเทศไทยและตลาดสำคัญในภูมิภาค ประโยชน์ที่เกิดขึ้นจึงสะท้อนในรูปแบบของระยะเวลาการส่งมอบที่รวดเร็วยิ่งขึ้นและความคล่องตัวในการติดตั้งโครงสร้างพื้นฐานที่มีความน่าเชื่อถือสูง "ตลาดดาต้าเซ็นเตอร์ และโครงสร้างพื้นฐานสำหรับ AI ของประเทศไทยกำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด และลูกค้าต้องการพันธมิตรที่พร้อมสนับสนุนการเติบโตดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ การมีฐานการผลิตอยู่ใกล้กับประเทศไทยช่วยลดระยะเวลาการส่งมอบ เพิ่มความยืดหยุ่นด้านโลจิสติกส์ และเปิดโอกาสให้ลูกค้าเข้าถึงโซลูชันด้านพลังงานและระบบทำความเย็นที่ผ่านการทดสอบรับรองประสิทธิภาพได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยสนับสนุนให้องค์กรสามารถขยายศักยภาพของศูนย์ข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลได้ตรงตามความต้องการทางธุรกิจในช่วงเวลาที่สำคัญที่สุด" ชาญกิจ แสงกิตติไพบูลย์ ผู้อำนวยการ เวอร์ทิฟ ประเทศไทย กล่าว
มกอช. ผนึกอาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยอาหาร หนุนการค้าไทย
Conan Gray ส่งเพลงใหม่สุดละมุน "The Best" รออัลบั้ม Wishbone (Deluxe) วันที่ 24 เม.ย. นี้ สานต่อความสำเร็จอย่างงดงาม พร้อมลุยเวิลด์ทัวร์แบบจัดเต็ม
เดลล์ เทคโนโลยีส์ แต่งตั้ง ริชาร์ด แมคลาฟลิน เป็นประธานภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ญี่ปุ่น และจีน
สายการบินแควนตัสเปิดตัวแคมเปญ 'New Year, New Zealand' สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย
วว. ผนึกกำลัง Health 104 ยกระดับผลิตภัณฑ์สุขภาพ/ความงามของไทย สู่ตลาดออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์
Amazing Thailand Souped Up Grand Prix ตอกย้ำตำนานงานแดร็กไทยที่ยิ่งใหญ่ที่สุดปีที่ 18 ปิดฉากสุดเดือด 132 คันซัดเต็มพิกัด คนดูล้นสนามกว่า 1.6 หมื่นคน
มาสด้าประกาศลงทุน MHEV 5 พันล้าน ชูไทยฐานส่งออก ขานรับบอร์ดอีวีออกมาตรการสนับสนุน
Australasians in Thailand: เผยเส้นทางธุรกิจของชาวออสตราเลเชียนในแดนสยาม