ดีป้า เดินหน้าจัดกิจกรรม Cloud Transformation Local Connect: เชื่อมเมือง เชื่อมข้อมูล เชื่อมอนาคต ครั้งที่ 1 พื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก กิจกรรมภายใต้โครงการ Cloud Transformation เพื่อส่งเสริมให้หน่วยงานรัฐท้องถิ่นสามารถประยุกต์ใช้ซอฟต์แวร์ในรูปแบบ SaaS บนระบบคลาวด์ ยกระดับการบริหารจัดการเมืองและการให้บริการประชาชน ตั้งเป้าผลักดันรัฐบาลดิจิทัลไม่น้อยกว่า 400 หน่วยงานท้องถิ่น ประชาชนได้รับประโยชน์จากบริการดิจิทัลกว่า 4 ล้านคน เสริมสร้างทักษะด้านคลาวด์แก่เจ้าหน้าที่รัฐกว่า 4,000 คน และสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจมากกว่า 133 ล้านบาท มุ่งสู่การเป็นเมืองอัจฉริยะประเทศไทย
สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า เปิดกิจกรรม Cloud Transformation Local Connect: เชื่อมเมือง เชื่อมข้อมูล เชื่อมอนาคต ครั้งที่ 1 พื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก กิจกรรมภายใต้โครงการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์เพื่อเมืองอัจฉริยะท้องถิ่น (Cloud Transformation) ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้หน่วยงานของรัฐโดยเฉพาะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) สามารถประยุกต์ใช้ซอฟต์แวร์ในรูปแบบ Software as a Service (SaaS) บนระบบคลาวด์ ยกระดับการบริหารจัดการเมืองและการให้บริการประชาชน โดยได้รับเกียรติจากนายวรวิทย์ ยอแสง รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ผู้บริหารและผู้แทนจากหน่วยงานต่าง ๆ ร่วมในพิธีเปิดกิจกรรม ซึ่งมี ดร.ศุภกร สิทธิไชย รักษาการแทนผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า ดร.อรฉัตร เลียงพิบูลย์ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมเมืองอัจฉริยะ รวมถึงผู้บริหารและพนักงาน ดีป้า ให้การต้อนรับ ณ ห้องประชุมเปรมปรีดา โรงแรมเซ็นทารา อยุธยา
นายวรวิทย์ ยอแสง รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ "พระนครศรีอยุธยา เมืองประวัติศาสตร์อัจฉริยะ" โดยระบุว่า จังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้กำหนดวิสัยทัศน์การพัฒนาเมืองอัจฉริยะไว้ว่า อยุธยานครประวัติศาสตร์ เมืองแห่งมรดกโลก น่าเที่ยว น่าอยู่ ก้าวสู่เมืองอัจฉริยะ ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของโลกในปัจจุบัน 'ข้อมูล' ได้กลายเป็นทรัพยากรสำคัญและเป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของการพัฒนาเมือง เทคโนโลยีคลาวด์จึงมิใช่เพียงเครื่องมือทางเทคนิค แต่เป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงข้อมูล เชื่อมโยงบริการภาครัฐ และเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างทุกภาคส่วน เพื่อสร้างรากฐานที่เข้มแข็งให้กับการพัฒนาเมืองอัจฉริยะที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างสมดุลและยั่งยืน
ด้าน ดร.ศุภกร สิทธิไชย รักษาการแทนผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ "Transfer Local to Global with Cloud Transformation" โดยระบุว่า การขับเคลื่อนองค์กรด้วยคลาวด์ต้องเริ่มต้นจากความเข้าใจนโยบาย Cloud First Policy ที่เน้นให้หน่วยงานพิจารณาการใช้คลาวด์เป็นอันดับแรก แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกระบบหรือทุกข้อมูลต้องถูกย้ายขึ้นไปบนคลาวด์ การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่จำเป็นต้องทำให้เสร็จภายในวันเดียว แต่ควรเริ่มต้นจากการแก้ปัญหาเล็ก ๆ ที่สามารถสร้างประโยชน์แก่ประชาชนได้จริง ขณะเดียวกัน คลาวด์ไม่ได้แก้ปัญหาได้ทุกเรื่อง องค์กรเองจะต้องประเมินความพร้อมและปรับกระบวนการในการทำงานควบคู่ไปด้วย ในส่วนของการบริหารจัดการข้อมูลถือเป็นรากฐานของการตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพ องค์กรต้องมีการกำกับดูแล ตรวจสอบ และคัดกรองข้อมูลก่อนนำไปใช้งานหรือเผยแพร่ การพิจารณาว่าจะย้ายข้อมูลใดขึ้นก่อนควรเริ่มสำรวจจากข้อมูลที่สามารถเปิดเผยได้และไม่ใช่ความลับ เช่น ข้อมูลการนัดหมายหรือบริการที่ต้องการให้ประชาชนรับรู้อยู่แล้ว ส่วนข้อมูลบางประเภทที่มีความอ่อนไหว อาทิ ข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชน การเก็บไว้บนคลาวด์ต้องคำนึงถึงเรื่องความปลอดภัยเป็นสำคัญ
ดร.ศุภกร กล่าวต่อว่า สำหรับการบริหารจัดการงบประมาณและการเลือกใช้ระบบ แนะนำให้เลือกใช้บริการที่มีอยู่แล้วหรือระบบที่พร้อมใช้งานเพื่อลดความซ้ำซ้อนและป้องกันการใช้งบประมาณเกินความจำเป็น เว้นแต่จะเป็นบริการที่มีความซับซ้อน ความท้าทายสำคัญของหน่วยงานภาครัฐคือบริการคลาวด์มักเป็นรูปแบบยืดหยุ่นที่จ่ายตามการใช้งานจริง ซึ่งจัดการได้ยากในระบบจัดซื้อจัดจ้าง แนวทางแก้ไขเบื้องต้นคือ การพิจารณาจัดซื้อในอัตราพื้นฐานไว้ก่อน ส่วนการเลือกผู้ให้บริการนั้นต้องคำนึงถึงความสามารถในการดึงข้อมูลกลับคืนมาได้หากต้องการเปลี่ยนผู้ให้บริการ โดยต้องไม่ปล่อยให้องค์กรผูกติดกับผู้ให้บริการรายใดรายหนึ่ง
"ปัจจัยสำคัญที่จะทำให้การเปลี่ยนแปลงสำเร็จคือ ความพร้อมของบุคลากร ไม่เพียงแต่เจ้าหน้าที่ไอทีเท่านั้น แต่พนักงานและผู้บริหารทุกระดับต้องทำความเข้าใจและเรียนรู้การใช้งาน เพื่อช่วยลดภาระงานในอนาคต สุดท้ายแล้ว ทุกบริการที่ดีต้องมีจุดเริ่มต้นจากความต้องการของประชาชน องค์กรต้องสามารถวัดผลได้ว่า การนำเทคโนโลยีมาใช้นั้นทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพและคล่องตัวขึ้นจริงหรือไม่ ซึ่งเป้าหมายสูงสุดของการทำคลาวด์คือ การเปลี่ยนเทคโนโลยีเพื่อยกระดับบริการ และเปลี่ยนบริการเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน" รักษาการแทนผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า กล่าว
ขณะที่ ดร.อรฉัตร เลียงพิบูลย์ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมเมืองอัจฉริยะ กล่าวว่า "ปัจจุบันประเทศไทยมีพื้นที่ที่ได้รับการรับรองตราสัญลักษณ์เมืองอัจฉริยะแล้ว 37 เมืองใน 25 จังหวัด โดยการพัฒนาเมืองอัจฉริยะให้เข้าถึงประชาชนได้อย่างแท้จริงจำเป็นต้องเริ่มต้นจากการยกระดับขีดความสามารถขององค์กรท้องถิ่นในฐานะหน่วยงานที่อยู่ใกล้ชิดประชาชนมากที่สุด เพราะการทรานส์ฟอร์มประเทศต้องเริ่มต้นจากการ ทรานส์ฟอร์มองค์กรแต่ที่ผ่านมาหน่วยงานรัฐท้องถิ่นส่วนใหญ่ยังเผชิญข้อจำกัดด้านงบประมาณและศักยภาพในการลงทุนพัฒนาระบบดิจิทัลด้วยตนเอง จึงเป็นที่มาของโครงการ Cloud Transformation ที่ตั้งเป้าหมายระยะแรกให้ 400 หน่วยงานรัฐท้องถิ่นมีบริการซอฟต์แวร์บนระบบคลาวด์ใช้เพื่อยกระดับบริการภาคประชาชนและการบริหารจัดการภายในองค์กร ประชาชนได้รับประโยชน์จากบริการดิจิทัลกว่า 4 ล้านคน เสริมสร้างทักษะด้านคลาวด์แก่เจ้าหน้าที่รัฐกว่า 4,000 คน และสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจมากกว่า 133 ล้านบาท
สำหรับบริการซอฟต์แวร์บนระบบคลาวด์ที่เข้าร่วมโครงการ ดีป้า คัดเลือกจากบริการดิจิทัลที่ได้รับตราสัญลักษณ์ dSURE และผ่านการขึ้นทะเบียนบนบัญชีบริการดิจิทัลแล้วรวม 100 ผลิตภัณฑ์และบริการ ครอบคลุม 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ (1) ระบบบริการเพื่อประชาชนโดยตรง เช่น ระบบรับเรื่องร้องเรียนร้องทุกข์ และระบบดูแลผู้สูงอายุ (2) ระบบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานภายในหน่วยงาน เช่น ระบบจัดการครุภัณฑ์ และระบบวิเคราะห์ข้อมูลจากกล้องวงจรปิด และ (3) ระบบเพื่อส่งเสริมการพัฒนาเมืองอัจฉริยะทั้ง 7 ด้าน โดย ดีป้า ไม่เพียงถ่ายทอดองค์ความรู้ในการเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับบริบทของแต่ละท้องถิ่น แต่ยังทำหน้าที่จับคู่ความต้องการของท้องถิ่นเข้ากับบริการดิจิทัลของผู้ประกอบการไทยให้เกิดการประยุกต์ใช้อย่างเป็นรูปธรรมผ่านการสนับสนุนในรูปแบบสิทธิ์การใช้งานผลิตภัณฑ์/บริการดิจิทัลที่เข้าร่วมโครงการ มูลค่าสูงสุด 200,000 บาทต่อโครงการ เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 12 เดือน
นอกจากนี้ ภายในกิจกรรมยังมีการบรรยายและเวทีเสวนาในหัวข้อต่าง ๆ โดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงกิจกรรม Idea to Impact Lab: จากข้อเสนอสู่เวที Smart City Solutions Awards 2026 โดยผู้แทนจากฝ่ายส่งเสริมเมืองอัจฉริยะ ดีป้า เพื่อเฟ้นหาโซลูชันสำหรับเมืองอัจฉริยะที่โดดเด่น ตลอดจนกิจกรรมจับคู่ธุรกิจที่เปิดโอกาสให้ผู้บริหารหรือผู้แทนจาก อปท. และผู้ให้บริการดิจิทัลได้พบกัน
สำหรับกิจกรรม Cloud Transformation Local Connect: เชื่อมเมือง เชื่อมข้อมูล เชื่อมอนาคต จัดขึ้นต่อเนื่อง 4 ครั้ง ครอบคลุมทุกภูมิภาค ประกอบด้วย ครั้งที่ 1 พื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออกในวันนี้ ครั้งที่ 2 พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ วันที่ 16 กรกฎาคม 2569 ครั้งที่ 3 พื้นที่ภาคเหนือ วันที่ 23 กรกฎาคม 2569 และครั้งที่ 4 พื้นที่ภาคใต้ วันที่ 3 สิงหาคม 2569 ซึ่งผลงานที่เกิดขึ้นภายในกิจกรรมที่มีความโดดเด่นจะได้รับคัดเลือกเป็นผลงานต้นแบบเข้าประกวด Smart City Solutions Awards ภายในเดือนกันยายน 2569
โครงการ Cloud Transformation เปิดรับสมัครหน่วยงานภาครัฐท้องถิ่นที่สนใจเข้าร่วมโครงการได้แล้ววันนี้ สามารถดูรายละเอียดผลิตภัณฑ์และบริการ พร้อมแจ้งความประสงค์เข้าร่วมโครงการได้ที่ https://short.depa.or.th/CloudCity หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม [email protected], LINE OA: depaThailand และ Facebook Page: depa Thailand
ธนาคารกรุงเทพผนึก 5 ภาคีร่วม MOU ฟื้นฟูป่าถ้ำเสือ จ.เพชรบุรี
ปตท.สผ. ประสบความสำเร็จนำแท่นหลุมผลิตกลับมาใช้ใหม่ทั้งโครงสร้างครั้งแรกในไทย
"SN Group" เผยเบื้องหลังน้ำพุ One Bangkokจากระบบน้ำสู่แลนด์มาร์กแห่งประสบการณ์เมือง
เปิดฉาก "Thai Water Expo และ Water Forum 2026" ฉลอง 10 ปีแห่งความสำเร็จ ตอกย้ำบทบาทศูนย์กลางเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านน้ำของภูมิภาค
คุรุสภาพุ่งเป้าถอดรหัส "ครูต้นแบบ" สกัด 80 องค์ความรู้ ยกระดับครูไทยรับโลกยุคใหม่
SVT ยกระดับธุรกิจด้วย AI สู่ Smart Retail ที่ทันสมัย สร้างการเติบโตแข็งแกร่ง
BEST Express ตอกย้ำตำแหน่ง ผู้เชี่ยวชาญการจัดการพัสดุชิ้นใหญ่ พร้อมบริการส่งพัสดุถึงปลายทางอย่างมืออาชีพทั่วไทย
เอ็ม บี เค คิกออฟกิจกรรม Roadshow Show "ข.ขวดรักษ์โลก ตอน แยกขวด ช่วยน้อง ปี 2 เชิญชวนน้อง ๆ แยกขยะ มุ่งสร้างสังคมไร้ขยะยั่งยืน