ตำบลป่าเด็ง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี เป็นพื้นที่ชนบทห่างไกลที่มีความท้าทายด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม เนื่องจากระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน เช่น รถขนส่งขยะ ไม่สามารถเข้ามาให้บริการได้ ด้วยสภาพพื้นที่ที่ถูกโอบล้อมด้วยภูเขาและตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ภายใต้พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 ยังมีข้อกำหนดทางกฎหมายที่เข้มงวด ได้แก่ การห้ามตั้งบ่อขยะ ห้ามนำขยะไปทิ้งในพื้นที่ป่า และห้ามเผาขยะภายในเขตอุทยานโดยเด็ดขาด เนื่องจากอาจก่อให้เกิดมลพิษและเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดไฟป่า
ชาวบ้านในพื้นที่จำเป็นต้องจัดการขยะครัวเรือนด้วยตนเอง โดยปริมาณขยะในชุมชนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เฉลี่ยวันละกว่า 2 ตัน ประกอบกับปัญหาโขลงช้างป่าที่มักลงมาคุ้ยเขี่ยขยะตามถังและจุดทิ้งขยะเพื่อหาอาหาร ส่งผลให้ขยะตกค้างถูกรื้อกระจัดกระจาย สร้างความสกปรกและกลายเป็นปัญหาเรื้อรังที่กระทบต่อความปลอดภัยและสุขอนามัยของคนในพื้นที่ ทั้งนี้ ในอดีตชาวบ้านมักใช้วิธีเผาขยะในระบบเปิดภายในชุมชน ซึ่งก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพโดยตรง
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทยเข้ามาสนับสนุนการจัดการขยะอย่างจริงจัง ภายใต้ "โครงการนำร่องระบบการจัดการขยะและการติดตามคาร์บอนฟุตพริ้นท์ในพื้นที่แก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี" โดยมุ่งเน้นการยกระดับการจัดการขยะสู่ระบบดิจิทัลในพื้นที่นำร่อง 3 แห่ง ได้แก่ องค์การบริหารส่วนตำบลป่าเด็ง โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนนเรศวรบ้านห้วยโสก และโรงเรียนบ้านห้วยกวางจริง เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาอย่างรอบด้าน ส่งผลให้การจัดการขยะในชุมชนและสถานศึกษามีความชัดเจนและเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น
เสียงจากสถานศึกษาต้นแบบ: มาตรการโรงเรียนปลอดขยะ
โรงเรียนป่าเด็งวิทยา เป็นหนึ่งในสถานศึกษาที่ตระหนักถึงปัญหาขยะทั้งภายในโรงเรียนและเขตรอบนอก นางจันทร์พร ผาดศรี ผู้อำนวยการโรงเรียนป่าเด็งวิทยา ได้กล่าวถึงมาตรการและแผนการดำเนินงานของโรงเรียนว่า "โรงเรียนป่าเด็งวิทยาได้ขับเคลื่อนโครงการโรงเรียนปลอดขยะ (Zero Waste School) เพื่อสร้างกระบวนการเรียนรู้และปลูกฝังจิตสำนึกให้ผู้เรียนตามหลัก 3Rs คือ Reduce ลดการใช้ Reuse ใช้ซ้ำ และ Recycle นำกลับมาใช้ใหม่ โดยแก้ปัญหาจากต้นทาง รณรงค์ให้ครูและนักเรียนลดใช้โฟมและใช้ถุงผ้าแทนถุงพลาสติก ส่งเสริมให้ห่อข้าวใส่กล่องข้าวหรือพกปิ่นโตและขวดน้ำมาเองเพื่อลดปริมาณขยะ มีการแยกขยะออกเป็น 4 ประเภทอย่างชัดเจน ได้แก่ ขยะอินทรีย์ที่เป็นเศษอาหารนำไปรวมกับเศษใบไม้แห้งและมูลสัตว์ เพื่อทำปุ๋ยหมักและใส่บ่อแก๊สซีวภาพ ขยะรีไซเคิลนำเข้าสู่ระบบธนาคารขยะและขยะแลกแต้มเพื่อสร้างรายได้และกระตุ้นพฤติกรรมเด็กให้มีการทิ้งขยะอย่างถูกต้อง ขยะทั่วไปอย่างถุงขนม นำไปประดิษฐ์เป็นสิ่งของเหลือใช้ ส่วนขยะอันตรายจะประสานงานกับอบต. เพื่อส่งไปกำจัดอย่างถูกวิธี ส่วนขยะที่เหลือจะนำไปเผาในเตาเผา ซึ่งการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมนี้ช่วยสร้างสุขภาวะที่ดีและทำให้โรงเรียนกลายเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน"
แม้โรงเรียนจะเล็งเห็นถึงปัญหาการจัดการขยะทั้ง 4 ประเภท แต่การเผาขยะยังคงสร้างมลพิษและควัน ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของคนในชุมชน โรงเรียนจึงได้หารือร่วมกับชาวบ้านและปราชญ์ท้องถิ่น เพื่อพัฒนาเตาเผาที่สามารถลดมลพิษและลดปริมาณควันจากการเผาขยะ ขณะเดียวกัน ได้มีการจัดทำบ่อแก๊สชีวภาพบอลลูนเพื่อรองรับขยะเศษอาหารจากโรงอาหารและจากครู นักเรียนที่พักในหอพัก โดยได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิศุภนิมิตฯ และองค์การบริหารส่วนตำบลป่าเด็งในการติดตั้งเตาเผาและบ่อแก๊สชีวภาพดังกล่าว ซึ่งแก๊สที่ผลิตได้ถูกนำมาใช้สำหรับการหุงต้มในหอพักนักเรียน
หลังจากที่มูลนิธิศุภนิมิตฯ เข้ามาให้การสนับสนุนอย่างเป็นระบบ ได้ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับมาตรการของโรงเรียน จนทำให้โรงเรียนป่าเด็งวิทยากลายเป็นพื้นที่ต้นแบบในการรณรงค์ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเยาวชน นอกจากการสนับสนุนการคัดแยกขยะต้นทางผ่านกิจกรรมของนักเรียนแล้ว โรงเรียนยังได้บูรณาการเนื้อหาการจัดการขยะเข้าไปในรายวิชาต่าง ๆ พร้อมจัดทำหลักสูตรเฉพาะด้าน เพื่อสร้างจิตสำนึกและความเข้าใจเรื่องการแยกและกำจัดขยะอย่างถูกวิธี สิ่งที่ตามมาคือ นักเรียนสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปถ่ายทอดต่อให้กับครอบครัวและชุมชน จนเกิดแรงกระเพื่อมในระดับครัวเรือนที่ตระหนักถึงการคัดแยกขยะเพื่อลดปริมาณขยะที่ต้องเผาให้น้อยที่สุด
พลังสนับสนุนจากภาคประชาสังคม สู่ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม
ดร.วิมลรัตน์ สีสัน ผู้จัดการฝ่ายดำเนินพันธกิจภาคสนามกลุ่มพื้นที่ภาคเหนือและภาคกลาง มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ระบุถึงแนวคิดการทำงานและเป้าหมายของโครงการว่า "มูลนิธิศุภนิมิตฯ ได้ให้ความสำคัญและเล็งเห็นถึงปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม ได้มุ่งขับเคลื่อนแนวคิด Zero Waste - Zero Landfill ร่วมกับชุมชน เพื่อร่วมแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศจากควันไฟในการเผาขยะแบบเปิดที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพเด็กนักเรียนและคนในชุมชน เราสนับสนุนทั้งองค์ความรู้ งบประมาณ โดยเริ่มต้นที่ตัวเด็กนักเรียน และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเยาวชน ครอบครัว และชุมชน โดยให้ความรู้และสร้างความตระหนักในการลดปริมาณขยะ รวมทั้งสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้งานได้จริง เช่น ถังหมักบ่อแก๊สชีวภาพแบบบอลลูน ปิ่นโตห่อข้าว และที่สำคัญคือการสนับสนุนนวัตกรรมเตาเผาขยะชีวมวลลดมลพิษให้กับหมู่บ้านและสถานศึกษา รวมถึงจับมือกับพันธมิตรนำแพลตฟอร์มดิจิทัลเข้ามาช่วยบริหารจัดการและบันทึกข้อมูลขยะตั้งแต่ต้นทาง เพื่อยกระดับสู่ระบบที่สามารถติดตามข้อมูลด้านการลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ได้อย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้ในระดับสากล และยังต่อยอดการเพิ่มมูลค่าขยะเพื่อสร้างรายได้ให้กับครัวเรือนอีกด้วย โดยเป้าหมายสูงสุดของโครงการคือ อยากเห็นเด็ก ๆ มีความตระหนัก และอยากให้ทุกคน รวมถึงสมาชิกในชุมชนรู้สึกว่าพวกเขาคือเจ้าของโครงการที่ช่วยทำให้สิ่งแวดล้อมดีขึ้น ด้วยการกำจัดขยะ ลดปริมาณขยะ ซึ่งการให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมเป็นอีกหนึ่งยุทธศาสตร์การดำเนินงานของมูลนิธิศุภนิมิตฯ จึงมีแผนขยายโมเดลการทำงานลักษณะนี้ไปยังพื้นที่อื่น ๆ ด้วย อาทิ เพชรบุรี ราชบุรี อุทัยธานี รวมถึงพื้นที่ในภาคตะวันออก โดยรายละเอียดของการดำเนินการอาจจะต่างไปจากพื้นที่ป่าเด็ง แต่รูปแบบจะยังคงเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างโรงเรียน หน่วยงานภาครัฐในพื้นที่ ชุมชน และภาคเอกชน"
ปราชญ์ชาวบ้านและนวัตกรรมท้องถิ่น: เตาเผาขยะชีวมวลลดมลพิษ
ภาคชุมชนเองก็มีการตื่นตัวและจัดการขยะควบคู่กันไปอย่างเป็นระบบ โดยนายโกศล แสงทอง รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลป่าเด็ง และปราชญ์เกษตร ผู้คิดค้นและทำวิจัยเกี่ยวกับเตาเผาขยะชีวมวลลดมลพิษ กล่าวว่า "พื้นที่ป่าเด็งติดข้อกฎหมายอุทยานฯ ห้ามเผาขยะแบบเปิดในที่โล่ง ศูนย์วิจัยชุมชนเครือข่ายร่วมใจตามรอยพ่อ อบต.ป่าเด็ง จึงได้ศึกษาวิจัยและจดอนุสิทธิบัตร เตาเผาขยะชีวมวลลดมลพิษ ที่ได้รับการรับรองจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ออกแบบมาเพื่อลดปริมาณควันและฝุ่นละอองที่จะปล่อยสู่อากาศ โดยจะปล่อยมลพิษ 8-10 ppm จากปกติ 1,400 ppm หากชุมชนมีการคัดแยกขยะอย่างถูกต้อง ขยะทั่วไปที่ส่งมาเผาในเตาจะเหลือเศษขี้เถ้าเพียง 3% เท่านั้น อบต. จึงร่วมกับมูลนิธิศุภนิมิตฯ ให้ความรู้แก่ประชาชนในพื้นที่ในการคัดแยกขยะก่อนเผา เพื่อนำขยะบางประเภท เช่น พลาสติก มาสกัดเป็นน้ำมันตามขบวนการไพโรไลซิส (Pyrolysis) และนำไปใช้กับเครื่องยนต์บางชนิด เช่น เครื่องตัดหญ้า เครื่องสูบน้ำ ฯลฯ"
เสียงสะท้อนจากประชาชนในพื้นที่
นางสาวหัสถญา อัคนียาน ตัวแทนประชาชนจากชุมชนป่าเด็ง ได้เล่าถึงการขับเคลื่อนระดับครัวเรือนว่า "หมู่บ้านแห่งนี้มีคนอยู่ประมาณ 60 ครอบครัว ตอนนี้ทุกคนมีความตื่นตัวในเรื่องขยะกันมาก ทางอบต. และมูลนิธิศุภนิมิตฯ เข้ามาให้ความรู้แก่ชาวบ้านเกี่ยวกับการคัดแยกขยะและการเผาขยะ โดยชาวบ้านจะแยกขยะที่ขายได้ออกมา ส่วนขยะอื่น ๆ จะนำมาเผา ตอนที่ยังไม่มีเตาเผาแต่ละบ้านจะเผาขยะกันเองควันมลพิษก็จะเยอะ แต่เมื่อมูลนิธิศุภนิมิตฯ มาทำเตาเผาให้ ควันที่เกิดตอนเผาขยะก็ลดน้อยลงมาก ทุกคนก็จะรวบรวมขยะที่คัดแยกแล้วของบ้านตนเองมาเผาที่เตาเผานี้ ขี้เถ้าที่เหลือจากการเผาก็นำมาขุดหลุมฝัง ซึ่งตั้งแต่มีการคัดแยกขยะ และมีเตาเผาสำหรับเผาขยะที่เหลือจากการคัดแยกแล้ว ทำให้ชุมชนสะอาด มองแล้วสบายตามากขึ้น"
ก้าวต่อไปสู่ความยั่งยืนบนฐานข้อมูลที่จับต้องได้
ความสำเร็จในการจัดการขยะของชุมชนป่าเด็งในวันนี้ ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการรักษาความสะอาดของหมู่บ้านหรือการมีเตาเผาขยะชีวมวลที่ลดมลพิษเท่านั้น แต่ได้พัฒนาเป็นระบบนิเวศการจัดการขยะที่เติบโตอย่างยั่งยืนจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน จากนี้ไป พื้นที่นำร่องทั้ง 3 แห่งจะกลายเป็นต้นแบบสำคัญในการบูรณาการระบบดิจิทัลเพื่อวิเคราะห์และยกระดับการจัดการข้อมูลขยะอย่างเต็มรูปแบบ ถือเป็นการเปลี่ยนผ่านจากการคาดเดาไปสู่การใช้ฐานข้อมูลจริงในการบริหารจัดการ ลดความซ้ำซ้อน และเพิ่มประสิทธิภาพของการกำจัดขยะปลายทาง
การเดินทางของ "ป่าเด็งโมเดล" ไม่ได้เป็นเพียงการจัดเก็บขยะให้พ้นสายตาในพื้นที่เท่านั้น แต่คือการสร้างมาตรฐานใหม่ในการติดตาม "คาร์บอนฟุตพริ้นท์" ที่สามารถตรวจสอบผลลัพธ์ได้ในระดับสากล ถือเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ที่แสดงให้เห็นว่า แม้ชุมชนจะตั้งอยู่ใจกลางผืนป่าตะวันตกและต้องเผชิญกับข้อจำกัดหลายด้าน แต่ด้วยนวัตกรรมท้องถิ่น การสนับสนุนจากมูลนิธิศุภนิมิตฯ และหัวใจที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมของคนในพื้นที่ ก็สามารถร่วมกันสร้างอนาคตที่ยั่งยืน มอบสิ่งแวดล้อมที่ดีและคืนอากาศบริสุทธิ์ให้แก่เด็กและเยาวชนในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานได้อย่างแท้จริง
ร่วมสนับสนุนโครงการดี ๆ กับมูลนิธิศุภนิมิตฯ เพื่อร่วมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับเด็กและเยาวชนได้ที่
www.worldvision.or.th
DPU เผยความสำเร็จ SUN Thailand ปี 69 ขับเคลื่อนสร้างการเปลี่ยนแปลง 'เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม'
เอสซีจี ชูนวัตกรรมเขียว ปูนคาร์บอนต่ำ โชว์ศักยภาพในงาน Cemtech ASIA 2026 สู่ความเป็นผู้นำใน ASEAN มุ่งมั่น Net Zero Pathway
KFC Harvest สานต่อแนวคิด "ไม่ทิ้ง... ให้ใครต้องหิว" สร้างคุณค่าจากอาหารส่วนเกินสู่สังคมอย่างยั่งยืน
ปตท. ชวนรวมพลังคนรักษ์โลก ในพิธีมอบรางวัลลูกโลกสีเขียว ครั้งที่ 24 พร้อมเปิดเวทีเสวนาศูนย์เรียนรู้ ปตท. ถอดบทเรียนความสำเร็จเพื่อความยั่งยืน
ดานิลี่ จับมือองค์กรพันธมิตร เปิดเวทีสานเสวนาชุมชน 2569 มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
วว. โชว์ผลงานขับเคลื่อน BCG Model แก้วิกฤตสิ่งแวดล้อมและ PM2.5 อย่างยั่งยืน @มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2569
"ชีวิตติดปีก" แรงไม่หยุด! ไทยพีบีเอสเผยยอดส่งผลงานทะลุ 2,000 ชิ้น ต่อยอดพลังคนรักธรรมชาติ
โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ จับมือ Avalon สร้างสรรค์ Sea Soul Collection และชุดน้ำชายามบ่ายเพื่อสิ่งแวดล้อม