บริษัท เบลนเดต้า จำกัด (Blendata) บริษัทในเครือบริษัท จีเอเบิล จำกัด (มหาชน) หรือ GABLE ผู้ให้บริการเทคโนโลยีด้าน Big Data และ AI ของไทย มองว่า การพัฒนาของ AI กำลังก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญที่ส่งผลต่อโครงสร้างการทำงานขององค์กรทั่วโลก จากเดิมที่เป็นเพียงเครื่องมือช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน สู่เทคโนโลยีที่มีบทบาทในการวางแผน ตัดสินใจ และดำเนินงานได้อย่างอัตโนมัติมากขึ้น โดยเฉพาะการมาของ Agentic AI และ Autonomous Agents ที่สามารถรับเป้าหมาย วางแผน ลงมือปฏิบัติ และตรวจสอบผลลัพธ์ได้ด้วยตนเอง ส่งผลให้หลายงานที่เคยต้องใช้ทีมงานขนาดใหญ่และใช้เวลาดำเนินการหลายวันหรือหลายสัปดาห์ สามารถลดระยะเวลาลงเหลือเพียงไม่กี่นาทีหรือไม่กี่ชั่วโมง พร้อมสร้างผลกระทบต่อรูปแบบการทำงาน โครงสร้างองค์กร และทักษะที่ตลาดแรงงานต้องการในอนาคต
นายณัฐนภัส รชตะวิวรรธน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท เบลนเดต้า จำกัด กล่าวว่า AI กำลังก้าวจากบทบาทของเครื่องมือสนับสนุนการทำงานไปสู่การเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการดำเนินธุรกิจ องค์กรที่สามารถผสานศักยภาพของบุคลากรเข้ากับความสามารถของ AI ได้อย่างเหมาะสม จะมีความได้เปรียบในการแข่งขันมากขึ้นในอนาคต โดย Blendata ได้นำ AI มาประยุกต์ใช้ในหลายกระบวนการ ตั้งแต่งานด้าน Software Engineering ที่ช่วยลดระยะเวลาการพัฒนาระบบจากหลักเดือนเหลือเพียงหลักวันหรือชั่วโมง งานด้าน Data Engineering และ Data Science ที่ช่วยลดระยะเวลาและทรัพยากรที่ใช้ในแต่ละโครงการ รวมถึงการให้บริการสนับสนุนลูกค้าด้วย AI ที่สามารถตอบสนองและช่วยแก้ไขปัญหาได้ตลอด 24/7 สอดคล้องกับการคาดการณ์ของ Gartner ที่ระบุว่า ภายในปี 2028 อย่างน้อย 15% ของการตัดสินใจในการทำงานประจำวันจะเกิดขึ้นโดย AI Agent และกว่า 33% ของซอฟต์แวร์องค์กรจะมีความสามารถด้าน Agentic AI สะท้อนให้เห็นว่า AI กำลังขยับบทบาทจากเครื่องมือสนับสนุนการทำงานไปสู่การเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการดำเนินงานและการตัดสินใจทางธุรกิจมากขึ้น
ประเด็นสำคัญในปัจจุบันไม่ใช่ว่า AI จะเข้ามาแทนที่มนุษย์หรือไม่ แต่คือองค์กรจะเลือกใช้ศักยภาพที่เพิ่มขึ้นจาก AI เพื่อสร้างการเติบโต พัฒนานวัตกรรม หรือเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างไร "เมื่อ AI สามารถช่วยให้คนหนึ่งคนสร้างผลงานได้มากขึ้นหลายเท่า องค์กรมีทางเลือกว่าจะนำศักยภาพดังกล่าวไปใช้เพื่อขยายธุรกิจ สร้างนวัตกรรมใหม่ หรือปรับลดต้นทุนการดำเนินงาน ซึ่งแต่ละองค์กรอาจตัดสินใจแตกต่างกัน" ทั้งนี้ งานที่มีลักษณะทำซ้ำตามขั้นตอนเดิม ใช้ข้อมูลในการตัดสินใจแบบคาดการณ์ได้ หรือทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการรวบรวมและส่งต่อข้อมูล มีแนวโน้มได้รับผลกระทบมากที่สุด ขณะที่งานที่ต้องอาศัยการคิดเชิงกลยุทธ์ ความเข้าใจบริบทธุรกิจ การบริหารความสัมพันธ์ และความรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ ยังคงเป็นบทบาทสำคัญของมนุษย์
นอกจากนี้ Blendata คาดว่าในช่วง 3-5 ปีข้างหน้า องค์กรจำนวนมากจะเริ่มปรับจากโครงสร้างแบบลำดับชั้น (Hierarchy) ไปสู่โครงสร้างที่คล่องตัวมากขึ้น หรือ Flat Organization เนื่องจาก AI ช่วยเพิ่มขีดความสามารถให้บุคลากรสามารถสร้างผลลัพธ์ได้มากกว่าเดิม "ในอดีต การเติบโตขององค์กรอาจหมายถึงการเพิ่มจำนวนคนในแต่ละระดับ แต่ในอนาคต องค์กรอาจไม่จำเป็นต้องมีลำดับชั้นมากเท่าเดิม เพราะบุคลากรระดับ Senior หรือ Specialist ที่มี AI เป็นผู้ช่วย สามารถสร้างผลลัพธ์ได้เทียบเท่าทีมงานขนาดใหญ่ในอดีต" อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวไม่ได้หมายถึงการหายไปของมนุษย์จากองค์กร แต่เป็นการเปลี่ยนผ่านจากรูปแบบองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยแรงงาน (Labor-Based Organization) ไปสู่การใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มศักยภาพของบุคลากร (Leverage-Based Organization) มากขึ้น โดยแม้ AI จะมีความสามารถสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ยังคงมีข้อจำกัดด้านความเข้าใจบริบท ความน่าเชื่อถือของข้อมูล และประสบการณ์เฉพาะทาง ทำให้ทักษะสำคัญในอนาคตไม่ใช่เพียงการใช้งาน AI แต่รวมถึงการตั้งคำถาม การคิดเชิงวิเคราะห์ (Critical Thinking) และความสามารถในการประเมินผลลัพธ์ที่ AI สร้างขึ้น
นายณัฐนภัส กล่าวทิ้งท้ายว่า "ในอดีต องค์กรแข่งขันกันด้วยจำนวนคน แต่ในอนาคต องค์กรจะแข่งขันกันด้วยผลลัพธ์จากศักยภาพของคนที่สามารถทำงานร่วมกับ AI ได้ดีที่สุด คนที่มีโอกาสสูงที่สุดไม่ใช่คนที่แข่งกับ AI แต่คือคนที่รู้วิธีใช้ AI เพื่อขยายขีดความสามารถของตนเอง และเปลี่ยนความได้เปรียบนั้นให้เป็นผลลัพธ์ทางธุรกิจที่จับต้องได้"
คาลเท็กซ์ ได้รับการรับรองหัวจ่ายเชื้อเพลิงมาตรฐานระดับสีทอง สะท้อนคุณภาพการบริการ ตอกย้ำความมั่นใจทุกการเติม
BAFS ส่งต่อโอกาส สร้างอนาคต มอบทุนการศึกษาแก่เยาวชน ประจำปีการศึกษา 2569
DSGPay เปิดให้บริการในประเทศไทยอย่างเป็นทางการภายใต้ใบอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย พร้อมช่วยภาคธุรกิจบริหารการชำระเงินระหว่างประเทศได้ง่าย รวดเร็ว และคุ้มค่ากว่าเดิม
เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จับมือ แมกซ์ โซลูชัน ยกระดับประสบการณ์ความบันเทิงไร้เงินสด เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ชำระค่าตั๋วหนังผ่าน Max Me Wallet พร้อมมอบสิทธิพิเศษแก่สมาชิก Max Card
MTS Gold Investment Token เปิดจองซื้อวันแรก 24 ก.ค. 69 ผลตอบแทนคงที่ 3% ต่อปี พร้อมโอกาสรับโบนัสส่วนต่างจากราคาทองคำตามสัดส่วนเมื่อครบ 3 ปี
กรุงศรีเผยผลกำไรสุทธิครึ่งแรกของปี 2569 จำนวน 16.91 พันล้านบาท สนับสนุนภาคอุตสาหกรรมศักยภาพการเติบโตสูง
เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท (SHR) เตรียมออกหุ้นกู้ชุดใหม่ อายุ 2 ปี 9 เดือน ดอกเบี้ย [4.40% - 4.60%] ต่อปี คาดเสนอขาย 14 - 16 กันยายน 2569
กลุ่ม MTS GOLD (แม่ทองสุก) เปิดตัว MTS Gold Investment Token โทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนในธุรกิจค้าทองคำครั้งแรกในไทย ชูผลตอบแทน 3% ต่อปี