SCB CIO มองเงินเฟ้อยังลดลงยากเฟดมีโอกาสคงดอกเบี้ยสูง ชี้ธีมAIหนุนตลาดหุ้นโลกแนะลงทุนเน้นหุ้นสหรัฐฯ-เกาหลีใต้

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

SCB CIO มองว่า เศรษฐกิจโลกยังเผชิญแรงกดดันจากห่วงโซ่อุปทานที่ตึงตัว ทั้งด้านพลังงาน อาหาร และสินค้าเกษตร จากความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ มาตรการกีดกันการค้าสหรัฐฯ และผลกระทบจากเอลนีโญ ซึ่งอาจทำให้เงินเฟ้อลดลงได้ยาก ส่งผลให้ Fed มีแนวโน้มคงดอกเบี้ยสูงนานขึ้น การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI ยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาดหุ้นโลก ในปีนี้คาดว่า กลุ่ม Hyperscalers จะออกหุ้นกู้ประมาณ 1.7 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ส่วน OpenAI และ Anthropic คาดว่าจะระดมทุนรวมกันไม่ต่ำกว่า 6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ คาดเม็ดเงินบางส่วนอาจออกจากหุ้นผู้นำ AI เดิม และเพิ่มความผันผวนให้กับหุ้นกลุ่ม AI ในระยะสั้น แนะนักลงทุนควรคัดเลือกหุ้นอย่างระมัดระวัง ไม่ลงทุนแบบเหมารวม เน้นบริษัทที่มีงบดุล กระแสเงินสด และอัตรากำไรแข็งแกร่ง รองรับการลงทุนขนาดใหญ่ได้ การจัดพอร์ตระยะยาวควรเน้นพันธบัตร และหุ้นกู้คุณภาพดีระยะสั้นถึงกลางของสหรัฐฯ พร้อมลงทุนในหุ้นสหรัฐฯที่ได้ประโยชน์จากAI หุ้นเกาหลีใต้ที่ได้แรงหนุนจากวัฎจักรเซมิคอนดักเตอร์ รวมถึง REITs โครงสร้างพื้นฐาน และทองคำ ส่วนระยะสั้น แนะหาโอกาสเพิ่มผลตอบแทนในธีมโครงสร้างพื้นฐาน AI และ Mega Forces เช่น พลังงานสะอาด โครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ เซมิคอนดักเตอร์ รวมทั้ง แร่หายากและโลหะเชิงยุทธศาสตร์

SCB CIO มองเงินเฟ้อยังลดลงยากเฟดมีโอกาสคงดอกเบี้ยสูง ชี้ธีมAIหนุนตลาดหุ้นโลกแนะลงทุนเน้นหุ้นสหรัฐฯ-เกาหลีใต้

นายศรชัย สุเนต์ตา, CFA Deputy Head of High Net Worth and Affluent Banking ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า SCB CIO ได้ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองกับ BlackRock และประเมินว่าเศรษฐกิจโลกยังเผชิญแรงกดดันจากห่วงโซ่อุปทานที่ตึงตัว ทั้งในด้านพลังงาน อาหาร และพืชผลทางการเกษตร ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากความตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลให้เส้นทางขนส่งสำคัญ โดยเฉพาะบริเวณช่องแคบฮอร์มุซมีความเสี่ยงต่อการสะดุดมากขึ้น

ขณะเดียวกัน สหรัฐฯยังมีแผนออกมาตรการกีดกันการค้าผ่านการเสนอปรับขึ้นภาษีนำเข้าครอบคลุม 60 ประเทศ หรือคิดเป็น 99.4% ของสินค้านำเข้า เพื่อตอบโต้ประเด็นการละเมิดสิทธิแรงงาน ซึ่งอาจเพิ่มแรงกดดันด้านต้นทุนต่อภาคธุรกิจและผู้บริโภค นอกจากนี้ ปรากฎการณ์เอลนีโญที่มีแนวโน้มยืดเยื้อและรุนแรงขึ้น ยังอาจกระทบต่อผลผลิตภาคการเกษตรและหนุนความต้องการใช้ไฟฟ้าให้เพิ่มสูงขึ้น ปัจจัยเหล่านี้ทำให้เงินเฟ้อยังหนืด และมีแนวโน้มปรับลดลงได้ยากขึ้น ส่งผลให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ Fed อาจจำเป็นต้องคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับสูงเป็นระยะเวลานานขึ้น และทำให้นักลงทุนต้องการผลตอบแทนชดเชยความเสี่ยงจากสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น

อีกด้านหนึ่ง แม้การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI Infrastructure จะเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจโลกยุคใหม่ แต่การเติบโตดังกล่าวก็มาพร้อมกับความต้องการใช้ทรัพยากรจำนวนมาก ทั้งพลังงาน วัตถุดิบ แรงงาน และโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง การสร้างศูนย์ข้อมูล หรือ Data Center เพิ่มขึ้นในหลายพื้นที่ ซึ่งอาจส่งผ่านไปยังต้นทุนสินค้าและบริการในระบบเศรษฐกิจในระยะต่อไป

ทั้งนี้ กลุ่มผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ หรือ Hyperscalers จำเป็นต้องระดมทุนเพิ่มทั้งผ่านการออกหุ้นกู้และการเสนอขายหุ้น เพื่อนำเงินไปลงทุนรองรับการเติบโตของ AI ท่ามกลางภาวะต้นทุนทางการเงินที่ยังอยู่ในระดับสูง โดยคาดว่าในปี 2569 กลุ่ม Hyperscalers จะออกหุ้นกู้ราว 1.7 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้นประมาณ 70% จากปีก่อนหน้า และมีมูลค่าใกล้เคียงกับยอดรวมของการออกหุ้นกู้ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา โดยการระดมทุนจะเกิดขึ้นผ่านตลาดทุนหลักทั้งในสหรัฐฯ ยุโรปและญี่ปุ่น นอกจากนี้ ดีล IPO ขนาดใหญ่ของบริษัท AI ชั้นนำ เช่น OpenAI และ Anthropic ซึ่งคาดว่าจะระดมทุนรวมกันไม่ต่ำกว่า 6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ อาจดึงสภาพคล่องบางส่วนออกจากหุ้นผู้นำ AI เดิม และเพิ่มความผันผวนให้กับหุ้นกลุ่ม AI ในระยะสั้น

ผลกระทบต่อสินทรัพย์ลงทุนจะแตกต่างกันไปตามระดับการได้อานิสงส์จากวัฏจักรการลงทุนด้าน AI โดยกลุ่มที่มีแนวโน้มได้ประโยชน์ชัดเจน ได้แก่ หุ้นเทคโนโลยีของสหรัฐฯ และบริษัทเทคโนโลยีต้นน้ำในเอเชีย เช่น ผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์ ชิปหน่วยความจำ และฮาร์ดแวร์ ซึ่งจะเป็นปัจจัยสนับสนุนตลาดหุ้นญี่ปุ่น ไต้หวัน และเกาหลีใต้ ขณะที่ตลาดในกลุ่มละตินอเมริกา มีโอกาสได้รับประโยชน์จากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่อยู่ในระดับสูง ขณะที่ ธุรกิจที่พึ่งพาพลังงาน วัตถุดิบ หรือแรงงานจำนวนมาก จะเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น

โดยรวม SCB CIO มองว่า AI ยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาดหุ้นโลก อย่างไรก็ตาม นักลงทุนไม่ควรลงทุนในหุ้นกลุ่ม AI แบบเหมารวม แต่ควรคัดเลือกบริษัทที่มีศักยภาพรองรับการลงทุนขนาดใหญ่ โดยพิจารณาจากความแข็งแกร่งของงบดุล กระแสเงินสด และความสามารถในการรักษาอัตรากำไรให้ไม่ตึงตัวเกินไป ขณะเดียวกัน นักลงทุนควรพิจารณากระจายเงินลงทุนไปยังโครงสร้างพื้นฐานที่จับต้องได้ เช่น ศูนย์ข้อมูล โรงไฟฟ้า และโครงข่ายไฟฟ้า ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญต่อการเติบโตของ AI และยังได้รับแรงหนุนจากปัจจัยเชิงโครงสร้างระยะยาวอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน หรือการแบ่งขั้วอำนาจทางเศรษฐกิจ และภูมิรัฐศาสตร์โลก กลยุทธ์ดังกล่าวจะช่วยลดความเสี่ยงจากการกระจุกตัวในหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่เพียงไม่กี่ราย ซึ่งปัจจุบันเริ่มมีมูลค่าหุ้น หรือ valuation อยู่ในระดับที่ตึงตัวมากขึ้น

"การที่ตลาดหุ้นพึ่งพาบริษัทขนาดใหญ่เพียงไม่กี่แห่งมากเกินไป ทำให้ผลตอบแทนของตลาดผูกโยงกับปัจจัยเฉพาะของบริษัทเหล่านั้นมากขึ้น แม้ผลประกอบการของบริษัทผู้นำยังคงแข็งแกร่ง แต่หากมีปัจจัยลบเกี่ยวกับ AI เข้ามากระทบเพียงเล็กน้อย ก็อาจสร้างความผันผวนและกดดันให้ดัชนีปรับตัวลงแรงกว่าปกติได้ ดังนั้น นักลงทุนยังควรมีหุ้นกลุ่ม AI อยู่ในพอร์ต แต่ต้องบริหารน้ำหนักการลงทุนอย่างรอบคอบ เพื่อไม่ให้เกิดความเสี่ยงจากการกระจุกตัว" นายศรชัย กล่าว

ทั้งนี้ SCB CIO แนะนำให้นักลงทุนจัดพอร์ตเชิงรุกและกระจายความเสี่ยงในหลากหลายสินทรัพย์ สำหรับการลงทุนระยะยาวตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป แนะนำเน้นสร้างกระแสเงินสดผ่านพันธบัตรและหุ้นกู้คุณภาพดีระยะสั้นถึงกลางของสหรัฐฯ ซึ่งมีความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าตราสารหนี้ระยะยาว หากนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ปานกลางขึ้นไป แนะนำแบ่งเงินลงทุนบางส่วนเข้าสู่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ โดยเน้นคัดเลือกบริษัทที่มีพื้นฐานแข็งแกร่ง มีความสามารถในการทำกำไรและได้รับประโยชน์จาก AI อย่างชัดเจน รวมถึงตลาดหุ้นเกาหลีใต้ ซึ่งมีโอกาสได้แรงหนุนจากวัฏจักรขาขึ้นของกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ นอกจากนี้ ควรมีกลุ่ม REITs และสินทรัพย์โครงสร้างพื้นฐานคุณภาพดีในพอร์ต เพื่อช่วยสร้างกระแสเงินสด และเพิ่มเสถียรภาพให้กับพอร์ตการลงทุน รวมถึงมีกองทุนทองคำเพื่อช่วยกระจายความเสี่ยงในภาวะที่ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ยังอยู่ในระดับสูง

สำหรับการลงทุนระยะสั้น SCB CIO แนะนำให้นักลงทุนหาโอกาสเพิ่มผลตอบแทนในธีมที่ได้รับแรงหนุนจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI และ Mega Forces สำคัญของโลก เช่น กองทุนพลังงานสะอาด โครงสร้างพื้นฐานโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ รวมทั้ง ผู้ผลิตแร่หายากและโลหะเชิงยุทธศาสตร์ โดยสินทรัพย์เหล่านี้สอดคล้องกับแรงขับเคลื่อนระยะยาวจาก AI การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน และการแบ่งขั้วทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งยังมีแนวโน้มเป็นธีมการลงทุนสำคัญต่อไป

ที่มา: Economics and Portfolio Strategy (EPS) ประจำเดือน มิ.ย. 2569
จัดทำโดย SCB CIO ณ วันที่ 22 มิถุนายน 2569 ทั้งนี้ ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ผู้ลงทุนควรใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจลงทุน

คำเตือน

  • การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง รวมถึงควรขอคำแนะนำเพิ่มเติมจากผู้ประกอบธุรกิจก่อนตัดสินใจลงทุน
  • เนื่องจากกองทุนไม่ได้ป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวน ผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน/หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้
  • สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ SCB Call Center โทร. 02-777-7777

ข่าวห่วงโซ่อุปทาน+สินค้าเกษตรวันนี้

สศก. เร่งวางแผนโลจิสติกส์เกษตร ปี 2571-2575รับมือ Climate Change หนุน Green Logistics ยกระดับสินค้าเกษตรไทย

นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า ระบบโลจิสติกส์ภาคการเกษตร เป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงผลผลิตจากเกษตรกรสู่ตลาด ตั้งแต่การรวบรวม ขนส่ง แปรรูป กระจายสินค้า ไปจนถึงการส่งออก หากมีประสิทธิภาพจะช่วยลดต้นทุน รักษาคุณภาพผลผลิต เพิ่มโอกาสทางการตลาด และเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันสินค้าเกษตรไทย โดยเฉพาะในช่วงที่ภาคเกษตรต้องเผชิญความท้าทายจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ภาวะชะงักงันของห่วงโซ่อุปทาน หรือ Supply Shock รวมถึงผลกระทบจาก การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ นายพีรพันธ์

นางธัญธิตา บุญญมณีกุล รองเลขาธิการสำนักงา... โครงการส่งเสริมและพัฒนาสินค้าเกษตรชีวภาพ หนุนเกษตรกรสร้างรายได้จากสมุนไพร-แมลงเศรษฐกิจ — นางธัญธิตา บุญญมณีกุล รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.)...

นายสุริยา ศรีนาโค เกษตรอำเภอบ้านแหลม พร้อ... สำนักงานเกษตรอำเภอบ้านแหลม ส่งเสริมและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตเกลือทะเลให้ได้มาตรฐาน — นายสุริยา ศรีนาโค เกษตรอำเภอบ้านแหลม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษ...