กินอย่างไรให้ปลอดภัย? แนะนำวิธีปรับพฤติกรรมต้านต่อมลูกหมากโต

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

เมื่อผู้ชายก้าวเข้าสู่วัย 40 ปีขึ้นไป ความเปลี่ยนแปลงทางร่างกายหลายอย่างเริ่มปรากฏให้เห็นชัดเจนขึ้น หนึ่งในปัญหาที่สร้างความรำคาญใจและบั่นทอนคุณภาพชีวิตมากที่สุดคือเรื่องของการปัสสาวะที่ไม่คล่องตัวเหมือนสมัยหนุ่ม ๆ ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนสำคัญของโรคต่อมลูกหมากโต ถึงแม้ต่อมลูกหมากโตจะเป็นความเสื่อมตามวัยที่ไม่สามารถป้องกันได้ 100% แต่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เลือกรับประทานอาหารและปรับการใช้ชีวิตประจำวัน สามารถชะลอการลุกลาม บรรเทาอาการ และลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนได้

กินอย่างไรให้ปลอดภัย? แนะนำวิธีปรับพฤติกรรมต้านต่อมลูกหมากโต

โรคต่อมลูกหมากโต ภัยเงียบของผู้ชาย

ต่อมลูกหมาก (Prostate) เป็นอวัยวะในระบบสืบพันธุ์เพศชายที่มีลักษณะคล้ายโดนัท โดยมีท่อปัสสาวะลอดผ่านตรงกลาง เมื่ออายุมากขึ้น เนื้อเยื่อบริเวณนี้มักจะเจริญเติบโตจนมีขนาดใหญ่ขึ้นและเข้าไปกดเบียดท่อปัสสาวะให้ตีบแคบลง ทำให้เกิดปัญหาในการขับถ่ายปัสสาวะ กินอย่างไรให้ปลอดภัย? แนะนำวิธีปรับพฤติกรรมต้านต่อมลูกหมากโต

สัญญาณเตือนที่บอกว่าคุณอาจเสี่ยงต่อมลูกหมากโต

  • ปัสสาวะบ่อย โดยเฉพาะต้องตื่นมาปัสสาวะกลางดึกหลายครั้ง
  • ปัสสาวะไหลอ่อน ไม่พุ่ง ไหล ๆ หยุด ๆ
  • ต้องเบ่ง หรือรอนานกว่าปัสสาวะจะออก
  • ปัสสาวะไม่สุด รู้สึกเหมือนมีน้ำปัสสาวะค้างอยู่
  • กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ หรือปวดปัสสาวะอย่างรุนแรงฉับพลัน

กินอย่างไรให้ปลอดภัย? โภชนาการต้านต่อมลูกหมากโต

อาหารที่เรารับประทานเข้าไปทุกวัน มีผลโดยตรงต่อระดับฮอร์โมนและกระบวนการอักเสบในร่างกาย ซึ่งเป็นปัจจัยกระตุ้นให้ต่อมลูกหมากขยายตัว การเลือกกินให้เป็นจึงเป็นจุดเริ่มต้นง่าย ๆ ที่ช่วยดูแลสุขภาพต่อมลูกหมากได้ตั้งแต่วันนี้ กินอย่างไรให้ปลอดภัย? แนะนำวิธีปรับพฤติกรรมต้านต่อมลูกหมากโต

พืชผักที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง

การรับประทานอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงช่วยปกป้องได้ ดังนี้

  • มะเขือเทศ อุดมไปด้วยไลโคปีน (Lycopene) ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดความผิดปกติของต่อมลูกหมาก แต่ต้องปรุงสุกด้วยความร้อนและไขมันเล็กน้อยจะช่วยให้ร่างกายดูดซึมไลโคปีนได้ดีขึ้น
  • บรอกโคลี และพืชตระกูลกะหล่ำ มีสารซัลโฟราเฟน ที่ช่วยปกป้องเซลล์และลดการอักเสบ
  • ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ มีวิตามินซีและสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยลดภาวะเครียดระดับเซลล์

ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง

ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง เช่น น้ำเต้าหู้ เต้าหู้ เทมเป้ และนัตโตะ อาหารกลุ่มนี้มีสารไอโซฟลาโวน ซึ่งเป็นไฟโตเอสโตรเจนตามธรรมชาติ มีส่วนช่วยในการปรับสมดุลและลดผลกระทบจากฮอร์โมนเพศชายที่ไปกระตุ้นให้ต่อมลูกหมากโต

ไขมันดี (HDL) และโอเมก้า 3

การเลือกรับประทานอาหารที่มีไขมันดีและโอเมก้า 3 ไม่ว่าจะเป็นปลาทะเลน้ำลึก เช่น ปลาแซลมอน ปลาทู และถั่วเปลือกแข็ง ไขมันดีจะช่วยลดการอักเสบในร่างกายโดยรวม ซึ่งส่งผลดีต่อเนื้อเยื่อต่อมลูกหมาก

กลุ่มอาหารที่ควรหลีกเลี่ยงหรือลดปริมาณ

  • เนื้อแดง และอาหารไขมันสูง
  • ไขมันทรานส์และน้ำมันพืชบางชนิด
  • ผลิตภัณฑ์จากนมวัว เนย และชีส
  • เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และคาเฟอีน เช่น ชา กาแฟ น้ำอัดลม

5 วิธีปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน ชะลอภาวะต่อมลูกหมากโต

นอกจากการรับประทานอาหารแล้ว ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตก็มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการประคับประคองอาการไม่ให้รุนแรงขึ้น แนะนำให้ปรับพฤติกรรม ดังต่อไปนี้

1. ควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน (BMI ปกติ)

ความอ้วนและไขมันส่วนเกินที่สะสมบริเวณหน้าท้อง จะส่งผลให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจนเพิ่มขึ้น ซึ่งฮอร์โมนตัวนี้เมื่อมีมากเกินไปจะไปกระตุ้นให้ต่อมลูกหมากโตเร็วขึ้น การลดน้ำหนักจึงเป็นการลดภาระของร่างกายและลดความเสี่ยงโดยตรง

2. ออกกำลังกายแบบแอโรบิกอย่างสม่ำเสมอ

การเดินเร็ว วิ่งจ็อกกิ้ง หรือว่ายน้ำ อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ ไม่เพียงช่วยคุมน้ำหนัก แต่ยังกระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิต ลดการเกร็งตัวของกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน และลดการอักเสบในร่างกายได้ดีเยี่ยม

3. บริหารการดื่มน้ำให้ถูกเวลา

ผู้ป่วยต่อมลูกหมากโตมักมีปัญหาตื่นมาปัสสาวะกลางดึก แนะนำให้ลดหรืองดการดื่มน้ำปริมาณมาก ๆ ในช่วง 2-3 ชั่วโมงก่อนเข้านอน เพื่อลดปริมาณปัสสาวะที่ไปสะสมในเวลากลางคืน และในระหว่างวันไม่ควรกลั้นปัสสาวะ ควรเข้าห้องน้ำอย่างสม่ำเสมอ

4. เลิกการสูบบุหรี่

ควันบุหรี่เต็มไปด้วยสารพิษที่ทำลายระบบหลอดเลือดและส่งผลเสียต่อระบบทางเดินปัสสาวะ การสูบบุหรี่จัดจะยิ่งเพิ่มความรุนแรงของอาการต่อมลูกหมากโต และเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคแทรกซ้อนอื่น ๆ ด้วย

5. จัดการความเครียด และนอนหลับให้เพียงพอ

ความเครียดสะสมทำให้กล้ามเนื้อหูรูดและกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานเกิดการหดเกร็ง ส่งผลให้ปัสสาวะลำบากยิ่งขึ้น การพักผ่อนให้เพียงพอ 7-8 ชั่วโมง และทำจิตใจให้แจ่มใส จะช่วยให้ฮอร์โมนในร่างกายทำงานได้อย่างสมดุล

หากปรับพฤติกรรมแล้วอาการไม่ดีขึ้น ควรทำอย่างไร?

หากปรับพฤติกรรมและเลือกรับประทานอาหารแล้ว อาการก็ยังคงรบกวนชีวิตประจำวัน เช่น ปัสสาวะไม่ออกเลย ปวดปัสสาวะรุนแรง หรือมีการติดเชื้อซ้ำซ้อน จำเป็นต้องได้รับการรักษาทางการแพทย์ ซึ่งปัจจุบัน เทคโนโลยีการรักษาโรคต่อมลูกหมากโตมีความก้าวหน้าไปมาก ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด มีตั้งแต่

  • การใช้ยา เพื่อคลายกล้ามเนื้อรอบต่อมลูกหมากหรือยาลดขนาดต่อมลูกหมาก
  • การรักษาด้วยไอน้ำร้อน เป็นเทคโนโลยีใหม่ที่พ่นไอน้ำเข้าไปทำให้เซลล์ส่วนเกินฝ่อลง
  • การผ่าตัดส่องกล้องหรือเลเซอร์ เป็นการตัดคว้านหรือใช้เลเซอร์สลายเนื้องอกที่ขวางทางเดินปัสสาวะ โดยไม่มีแผลหน้าท้อง ฟื้นตัวไว

สรุปบทความ

โรคต่อมลูกหมากโตเป็นเรื่องธรรมชาติของผู้ชายวัยเก๋า แต่การทนทุกข์ทรมานจากอาการปัสสาวะขัดไม่ใช่เรื่องที่ต้องทน หากคุณมีอายุ 40 ปีขึ้นไปและเริ่มมีอาการผิดปกติ หรือต้องการตรวจคัดกรองสุขภาพต่อมลูกหมาก ที่โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 9 แอร์พอร์ต เรามีแพทย์ที่พร้อมให้คำปรึกษา ตรวจวินิจฉัยอย่างแม่นยำ และวางแผนการรักษาที่เหมาะสมกับสภาวะร่างกายของคุณที่สุด เพื่อให้คุณกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่ ไร้ความกังวลในทุก ๆ วัน

คำถามที่พบบ่อย

หากปรับพฤติกรรมและอาหารแล้ว ต่อมลูกหมากที่โตจะหดเล็กลงจนเป็นปกติไหม?

การปรับพฤติกรรมและอาหาร ไม่สามารถทำให้ต่อมลูกหมากที่โตแล้วหดเล็กลงกลับไปเท่าขนาดเดิมได้ แต่การปรับพฤติกรรมจะช่วยชะลอไม่ให้ต่อมลูกหมากโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ช่วยลดการอักเสบ และบรรเทาอาการปัสสาวะติดขัดให้ดีขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้โรคทวีความรุนแรงจนถึงขั้นต้องผ่าตัดฉุกเฉิน

ซื้ออาหารเสริมหรือวิตามินบำรุงต่อมลูกหมากมารับประทานเอง ปลอดภัยและช่วยได้จริงไหม?

แม้สารอาหารบางชนิด เช่น ไลโคปีน หรือสังกะสี (Zinc) จะมีงานวิจัยว่ามีส่วนช่วยบำรุงต่อมลูกหมากได้ แต่ไม่แนะนำให้ซื้ออาหารเสริมมารับประทานเองเพื่อหวังผลในการรักษาโรค เนื่องจากร่างกายแต่ละคนตอบสนองต่างกัน และอาจส่งผลเสียต่อตับหรือไตได้ หากเริ่มมีอาการปัสสาวะขัด ควรพบแพทย์เพื่อตรวจประเมินอาการและรับการรักษาที่ตรงจุดและปลอดภัย

การหลั่งอสุจิบ่อย ๆ ช่วยป้องกันโรคต่อมลูกหมากโตได้จริงหรือ?

ยังไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ยืนยันชัดเจนว่า การหลั่งอสุจิบ่อยจะช่วยลดขนาดหรือป้องกันโรคต่อมลูกหมากโตได้โดยตรง การป้องกันและชะลอความเสื่อมที่ได้ผลดีและมีงานวิจัยรองรับชัดเจนที่สุดคือ การดูแลสุขภาพองค์รวม เช่น ควบคุมน้ำหนัก ออกกำลังกาย รับประทานผักผลไม้ที่มีกากใยสูง และลดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์


ข่าวโรคต่อมลูกหมากโต+ต่อมลูกหมากวันนี้

สมุนไพรไทย "พืชสกุลพลับพลึง - กระชายดำ" ทางเลือกใหม่ยับยั้งความเสี่ยงต่อมลูกหมากโต จากทีมวิจัยจุฬาฯ

ทีมนักวิจัยจุฬาฯ พัฒนาทางเลือกใหม่ลดความเสี่ยงต่อมลูกหมากโต ชูสมุนไพรไทย "พืชสกุลพลับพลึง" และ "กระชายดำ" ช่วยยับยั้งกลไกการเกิดโรคได้ตรงจุด ไม่กระทบสมรรถภาพทางเพศ ผลงานเด่นคว้ารางวัลเหรียญทองระดับนานาชาติ พร้อมเปิดโอกาสยกระดับสมุนไพรไทยสู่ตลาดสุขภาพโลก คุณตื่นมาปัสสาวะกลางดึกบ่อยหรือเปล่า? หรือใช้เวลาปัสสาวะในห้องน้ำมากกว่าปกติหรือไม่ ? หากคำตอบคือ "ใช่" และคุณเป็นผู้ชายวัย 40 ปีขึ้นไป อย่ามองข้ามอาการเหล่านี้ เพราะมันอาจเป็นสัญญาณเตือนของ "โรคต่อมลูกหมากโต"แม้ในปัจจุบันการรักษาทางการ

โรคต่อมลูกหมากโตไม่เพียงสร้างความรำคาญ แต... การรักษาโรคต่อมลูกหมากโตด้วยไอน้ำ — โรคต่อมลูกหมากโตไม่เพียงสร้างความรำคาญ แต่ยังส่งผลกระทบกับชีวิตประจำวัน หากมีอาการรุนแรงอาจต้องเข้ารับการผ่าตัด...

ปัญหาสุขภาพเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวและส่งผลกร... ล่าสุด ! ศูนย์ทางเดินปัสสาวะ บำรุงราษฎร์ ผ่านการรับรองจากสถาบันบอสตัน ไซเอนทิฟิก สหรัฐอเมริกา — ปัญหาสุขภาพเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวและส่งผลกระทบต่อไลฟ์สไตล์กา...

รพ.จุฬาฯ ตรวจต่อมลูกหมาก ใน "โครงการรณรงค... รพ.จุฬาฯ ตรวจต่อมลูกหมาก — รพ.จุฬาฯ ตรวจต่อมลูกหมาก ใน "โครงการรณรงค์การตรวจสุขภาพของต่อมลูกหมากให้ชายสูงอายุ เนื่องในวโรกาสวันคล้ายวัน...

ใน "โครงการรณรงค์การตรวจสุขภาพของต่อมลูกห... รพ.จุฬาฯ ขอเชิญตรวจสุขภาพต่อมลูกหมากฟรี!! — ใน "โครงการรณรงค์การตรวจสุขภาพของต่อมลูกหมากให้ชายสูงอายุ เนื่องในวโรกาสวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษา...

ลาบอรี เสร็จสิ้นการลงทุนเชิงกลยุทธ์ในบริษัทเมดิ-เทต จำกัด

ลาบอรี เมดิคัล เทคโนโลยีส์ (Laborie Medical Technologies หรือ "LABORIE") ในเมืองโทรอนโต ประเทศแคนาดา ได้เสร็จสิ้นการลงทุนในบริษัทเมดิ-เทต จำกัด (Medi-Tate Ltd.) ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองอากิวา ประเทศอิสราเอลแล้ว โดยเมดิ-เทต เป็นบริษัท...