จากสภาวการณ์ในปัจจุบันปัญหามิจฉาชีพหลอกลวงการลงทุนทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้น ซึ่งสร้างความเสียหายแก่ทรัพย์สินของประชาชนจำนวนมาก และถือเป็นภัยร้ายแรงต่อสังคมและเศรษฐกิจของประเทศ ก.ล.ต. เล็งเห็นถึงปัญหาที่เกิดขึ้นและดำเนินการต่าง ๆ ทั้งมุ่งเน้นการป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหาย และปราบปรามเมื่อพบการกระทำผิด รวมทั้งบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาอย่างต่อเนื่อง
ก.ล.ต. จึงดำเนินการยกระดับ 5 มาตรการสำคัญ ซึ่งรวมถึงมาตรการที่ดำเนินการผ่านผู้ประกอบธุรกิจทั้งในฝั่งบริษัทหลักทรัพย์และสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อสกัดกั้นทุนเทา แก้ปัญหาบัญชีม้าและการหลอกลงทุน (Investment Scam) มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ดังนี้
- การรู้จักตัวตนของลูกค้าที่แท้จริง (KYC/CDD) สำหรับบริษัทหลักทรัพย์ ก.ล.ต. จะยกระดับการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า (CDD) ให้ครอบคลุมและมีความสอดคล้องของรายได้ อาชีพ พร้อมติดตามพฤติกรรมการลงทุน หากมีข้อสงสัย บริษัทหลักทรัพย์จะต้องตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้าอย่างเข้มข้น (Enhanced CDD) และรายงานธุรกรรมต้องสงสัย (Suspicious Transaction Report: STR) ต่อสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) นอกจากนี้ ยังเพิ่มการคุมเข้มการฝากและถอนต้องมีชื่อตรงกับบัญชีลูกค้าเท่านั้น และหน่วงธุรกรรมกลุ่มเสี่ยงสูง รวมทั้งการเพิ่มกลไกตรวจสอบการทำ Enhanced KYC
- ตรวจเข้มผู้ถือหุ้นใหญ่ ผู้มีอำนาจตัวจริงของผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับใบอนุญาต ปัจจุบัน ก.ล.ต. มีการกำกับดูแลโครงสร้างผู้ถือหุ้นรายใหญ่ เช่น การพิจารณาผู้ถือหุ้นรายใหญ่ให้ครอบคลุมผู้มีอำนาจควบคุมที่แท้จริงผ่านการถือหุ้นทางตรงและทางอ้อม รวมทั้งการที่ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ต้องไม่มีลักษณะต้องห้าม เช่น อยู่ระหว่างถูกกล่าวโทษหรือถูกดำเนินคดีตามกฎหมายฟอกเงิน เป็นต้น ทั้งนี้ เพื่อให้การกำกับเท่าทันต่อรูปแบบโครงสร้างผู้ถือหุ้นที่ซับซ้อนมากขึ้น รวมถึงสะท้อนผู้มีอำนาจควบคุมที่แท้จริงได้ ก.ล.ต. จึงจะมีการปรับปรุงให้ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ครอบคลุมถึงผู้ให้แหล่งเงินทุนแก่ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ และปรับลักษณะต้องห้ามให้ครอบคลุมการทำผิดกฎหมายฟอกเงินและกฎหมายการก่อการร้ายทั้งในไทยและต่างประเทศ
- ติดตามเส้นทางเงิน ป้องกันเงินเทา ปัจจุบัน ก.ล.ต. กำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลต้องรายงานข้อมูลธุรกรรมผ่านระบบ e-Reporting เพื่อรองรับการติดตาม ตรวจสอบ และรายงานภาพรวมธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัย รวมทั้งการคัดกรองธุรกรรมโดยใช้เครื่องมือตรวจสอบธุรกรรมบนบล็อกเชน (Blockchain Forensic Tool) แต่เพื่อให้การติดตามตรวจสอบเข้มข้นมากขึ้น ในระยะต่อไป ก.ล.ต. จะยกระดับการติดตามเส้นทางการเงินให้แม่นยำและตรงจุดมากยิ่งขึ้น โดยมีแนวทาง ดังนี้ 1) ยกระดับเครื่องมือวิเคราะห์เชิงลึก เพื่อติดตามเส้นทางเงินได้ถึงปลายทาง เพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจจับและป้องกันธุรกรรมผิดปกติ 2) ยกระดับมาตรฐานธุรกรรมการโอนสินทรัพย์ดิจิทัลให้สอดคล้องความเสี่ยง โดยให้เทียบเคียงธุรกรรมเงินสด 3) การใช้ Travel Rule โดยให้ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลจัดส่งข้อมูลผู้โอนไปพร้อมธุรกรรมการโอนสินทรัพย์ดิจิทัล และตรวจสอบข้อมูลในกรณีรับโอนสินทรัพย์ดิจิทัล 4) การกำกับดูแลการซื้อขายและแลกเปลี่ยน stablecoin ให้เทียบเคียงธุรกรรมเงินตราต่างประเทศ (FX) เพื่อป้องกันการใช้เป็นช่องทางของเงินเทา และ 5) ร่วมมือกับธนาคารแห่งประเทศไทย ในการกำกับดูแลการใช้วงเงินต่างประเทศ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันและสกัดธุรกรรมที่มีความเสี่ยงในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล
- เปิดเผยข้อมูลสำคัญให้ชัดเจน โปร่งใส และทันเวลา เพื่อให้ผู้ลงทุนมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจลงทุน เช่น บริษัทจดทะเบียนต้องเปิดเผยโครงสร้างผู้ถือหุ้นที่ชัดเจน รายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่ 10 อันดับแรก รายงานการเปลี่ยนแปลงการถือหุ้นเมื่อแตะทุกร้อยละ 5 ภายใน 3 วัน นับจากวันที่ทำธุรกรรม (T+3) ในแบบรายงาน 246 กำหนดเกณฑ์การทำคำเสนอซื้อ (Tender Offer) เมื่อถือหุ้นถึงระดับที่กำหนด รวมทั้งกำหนด Fiduciary Duties ของกรรมการและผู้บริหาร เพื่อป้องกันการใช้ประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ทับซ้อน โดย ก.ล.ต. จะพัฒนา Data Analytics ที่มีการเชื่อมโยงข้อมูลข้ามระบบ และนำข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อตรวจจับความผิดปกติ เช่น ความไม่สอดคล้องระหว่างรายชื่อผู้ถือหุ้นกับพฤติกรรมการซื้อขายจริง ข้อมูลผู้ถือหุ้นและการซื้อขายสินทรัพย์
- ผนึกกำลังหลายหน่วยงาน ปราบทุนเทา ก.ล.ต. ร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ เช่น กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในการปิดกั้นแพลตฟอร์มผิดกฎหมาย การขยายผลข้อมูลการยึดและอายัดทรัพย์จาก ปปง. และร่วมคณะทำงาน "Connect the Dots" เพื่อยกระดับการกำกับดูแลใน 3 มิติ ได้แก่ ตัวตน พฤติกรรม และเส้นทางเงิน และผนึกกำลังหลายหน่วยงานเชื่อมโยงข้อมูล และไล่เส้นทางเงินเพื่อให้การสกัดทุนเทาได้อย่างครบวงจร เช่น ยกระดับการแลกเปลี่ยนข้อมูล ทำงานร่วมกับพนักงานสอบสวนและหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง (Joint Operation) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการติดตามตรวจสอบข้อมูลและเส้นทางการเงิน เป็นต้น
นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ ก.ล.ต. ย้ำว่า "การยกระดับทั้ง 5 มาตรการ ทั้งการกำกับดูแลผู้ประกอบธุรกิจตัวกลางในตลาดทุนและตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล การเปิดเผยข้อมูล ตลอดจนการเชื่อมโยงการติดตามเส้นทางเงินอย่างครบมิติจะช่วยให้การสกัดทุนเทาเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยในระยะถัดไป ก.ล.ต. จะเร่งติดตามการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งคณะทำงาน Connect the Dots ในการเชื่อมโยงข้อมูล ติดตาม และวางแผนตรวจสอบเส้นทางเงินร่วมกันให้เห็นถึงปลายทางของธุรกรรมชัดเจนขึ้น เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถสกัดบัญชีม้าและธุรกรรมผิดปกติได้ตรงจุด พร้อมยกระดับความเชื่อมั่นของผู้ลงทุนและสร้างความโปร่งใสให้ตลาดทุนไทยในระยะยาว"
บลจ.บัวหลวง ประกาศจ่ายเงินปันผลกองทุน Thai ESGX และกองทุนหุ้นไทย
CGSI คว้ารางวัล Best Domestic Broker จาก FinanceAsia Awards 2026 ต่อเนื่องเป็นปีที่สาม
BBLAM เสนอขาย IPO 'กองทุนรวมบัวหลวงธนรัฐ 8/26' วันที่ 13-15 พ.ค. 2569
บล.เคพีเอ็ม โชว์ยอดจองหุ้นกู้ "ภัทรเฮ้าส์" ทะลุ 400 ล้านบาท ปิดการขายเต็ม 2 รอบซ้อน
บล. ลิเบอเรเตอร์ เปิดเวิร์กชอป "Global Technical Screener" ปูพรมความรู้คัดหุ้นสหรัฐฯ-จีน ด้วย TradingView เสริมอาวุธนักลงทุนไทยสู่ตลาดโลก
GBS ชี้เป้าหุ้นไทยเดือนพ.ค.แกว่งในกรอบ 1,470-1,545 จุด แนะสะสมกลุ่มค้าปลีกรับอานิสงส์ "ไทยช่วยไทย พลัส"
SCB Julius Baer คว้า 2 รางวัลยอดเยี่ยมด้าน Wealth Management ตอกย้ำบทบาทผู้นำ International Wealth Management ของเมืองไทย
Liberator เปิดเวทีใหญ่ "Liberator Investment Forum 2026" ชวนมองหาโอกาสลงทุนในโลกใหม่ กับกูรูธุรกิจ การลงทุน และ AI ชั้นนำของไทย