Jobsdb by SEEK เผยเคล็ดลับสร้างความสุขในที่ทำงาน ย้ำคนไทยกว่า 80% ให้ความสำคัญกับงานที่มีคุณค่า แม้เกือบครึ่งยังต้องเผชิญภาวะหมดไฟ

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

เผยดัชนีความสุขคนทำงานไทยที่ 67% รั้งอันดับ 3 ในเอเชียแปซิฟิก พร้อมเจาะลึกการดูแลพนักงาน 4 เจนเนอเรชันในองค์กร ย้ำกุญแจสำคัญคือการบริหารจัดการบุคลากรเฉพาะตัว เพื่อยกระดับความผูกพันและรักษาบุคลากรคุณภาพอย่างยั่งยืน

Jobsdb by SEEK เผยเคล็ดลับสร้างความสุขในที่ทำงาน ย้ำคนไทยกว่า 80% ให้ความสำคัญกับงานที่มีคุณค่า แม้เกือบครึ่งยังต้องเผชิญภาวะหมดไฟ

Jobsdb by SEEK แพลตฟอร์มหางานออนไลน์ชั้นนำของประเทศไทยเผยผลสำรวจ Workplace Happiness Report ประจำปี 2568 จากกลุ่มตัวอย่างกว่า 1,000 คนในประเทศไทย พบว่าคนทำงานชาวไทยมีระดับความสุขโดยรวมอยู่ที่ 67% โดยจากรายงานจะมุ่งเน้นให้องค์กรตระหนักถึงความสำคัญของการสร้างความสุขในที่ทำงาน ซึ่งเป็นปัจจัยหลักในการขับเคลื่อนประสิทธิภาพและแรงจูงใจของบุคลากร ซึ่งประเทศไทยอยู่ในอันดับสามรองจากอินโดนีเซีย (82%) และฟิลิปปินส์ (77%) ในขณะที่สิงคโปร์ (56%) และ ฮ่องกง (47%) มีระดับความสุขที่ต่ำกว่า อย่างไรก็ตาม แม้ตัวเลขความสุขในภาพรวมของไทยจะอยู่ในเกณฑ์ที่ดี แต่ในรายงานกลับบ่งชี้ถึงให้เห็นถึงความท้าทายสำคัญที่องค์กรไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะภาวะหมดไฟ และความเครียดสะสม ซึ่งสะท้อนว่ายังมีพื้นที่อีกมากในการยกระดับและสร้างความสุขในการทำงานให้ยั่งยืนและมีประสิทธิภาพได้อย่างแท้จริง

คุณดวงพร พรหมอ่อน กรรมการผู้จัดการ Jobsdb by SEEK กล่าวว่า "จากรายงานของ Jobsdb by SEEK ชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่าพนักงานที่มีความสุขในการทำงานนั้น มีแนวโน้มที่จะทุ่มเทและทำงานเกินความคาดหวังสูงถึง 86% ขณะที่พนักงานที่ไม่มีความสุขในการทำงานจะมีสัดส่วนเพียง 54% เท่านั้น ข้อมูลนี้จึงสะท้อนให้เห็นว่าความสุขในงานที่ทำจะเป็นตัวแปรหลักที่มีผลต่อแรงจูงใจและการขับเคลื่อนองค์กร นอกจากนี้ พนักงานที่มีความสุขยังมักจะแนะนำองค์กรต่อผู้อื่นมากกว่าพนักงานที่ไม่มีความสุขถึง 35% แสดงให้เห็นว่าความสุขในที่ทำงานไม่เพียงแต่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการทำงาน แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการเสริมภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์กรผ่านตัวพนักงานเองได้อีกด้วย และแม้ว่าค่าตอบแทนจะเป็นปัจจัยสำคัญพื้นฐานที่ดึงดูดคนเก่งเข้ามาร่วมงาน แต่การสร้างคุณค่าของผลงานและความรู้สึกว่างานที่ทำนั้นได้รับการยอมรับ ตลอดจนถึงการมีเป้าหมายที่ชัดเจน ยังเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้พนักงานผูกพันและช่วยให้องค์กรเติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว"

บทบาทขององค์กรกับการลดช่องว่างเพื่อสร้างความสุขที่ยั่งยืน

จากรายงาน Workplace Happiness Report ชี้ให้เห็นว่า หัวใจสำคัญของการสร้างความสุขในที่ทำงานยุคใหม่คือ การบริหารจัดการสมดุลระหว่างสิ่งที่พนักงานให้ความสำคัญกับสิ่งที่พนักงานได้รับในชีวิตจริง โดยปัจจุบันคนทำงานไทยมีระดับความสุขกับปัจจัยต่าง ๆ ดังนี้

  1. 70% มีระดับความสุขกับโลเคชันสถานที่ทำงาน ซึ่งเป็นปัจจัยที่ตัดสินใจได้ตั้งแต่ก่อนเริ่มงาน
  2. 66% มีระดับความสุขกับโอกาสในการเรียนรู้และพัฒนาทักษะ
  3. 65% มีระดับความสุขกับหน้าที่ความรับผิดชอบในแต่ละวัน
  4. 64% มีระดับความสุขกับเพื่อนร่วมงานและรู้สึกมีเป้าหมายในงานที่ทำ
  5. 63% มีระดับความสุขกับความมั่นคงในอาชีพการงาน

องค์กรควรใส่ใจปัจจัยที่พนักงานให้ความสำคัญ และปรับปรุงสิ่งที่พนักงานยังรู้สึกขาดอยู่ เพื่อให้ทุกคนสามารถทำงานได้อย่างมีแรงจูงใจและรู้สึกมีคุณค่า แม้พนักงานจะมีความพึงพอใจในหน้าที่และความรับผิดชอบสูงถึง 65% แต่กลับมีเพียง 53% เท่านั้นที่พึงพอใจกับภาระงาน และความกดดันที่ได้พบเจอจริงระหว่างการทำงาน ซึ่งภาระงานที่เหมาะสมนี้ถือเป็นปัจจัยสำคัญอันดับ 2 ที่ขับเคลื่อนความสุขของคนไทย ดังนั้น องค์กรจึงควรสนับสนุนการมอบหมายงานที่น่าสนใจ การบริหารจัดการปริมาณงานให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ไม่น้อยหรือมากจนเกินไป รวมถึงการสร้างเส้นทางการเติบโตในสายงานที่ชัดเจน เพื่อยกระดับประสบการณ์การทำงานจากเพียงแค่ 'อยู่ได้' ไปสู่การทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนในระยะยาว

เจาะลึกความสุขต่างเจนเนอเรชัน เพื่อการบริหารจัดการบุคลากรแบบเฉพาะตัว

รายงานฉบับนี้จาก Jobsdb by SEEK ชี้ให้เห็นว่า ความต้องการและปัจจัยที่สร้างความสุขของคนทำงานแต่ละช่วงวัยมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากคนแต่ละเจนเนอเรชันมีระดับประสบการณ์การทำงานและภาระความรับผิดชอบในชีวิตที่แตกต่างกัน การทำความเข้าใจแบบเฉพาะเจาะจงนี้ จะช่วยให้องค์กรสามารถออกแบบสวัสดิการหรือแนวทางการดูแลสวัสดิภาพที่ตรงใจพนักงานมากขึ้น นอกจากนี้ยังจะช่วยดึงดูดผู้สมัครที่มีคุณภาพและเพิ่มความผูกพันของพนักงานต่อองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพเช่นกัน

  • Gen Z (อายุ 18-29 ปี): คนกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่มีระดับความสุขต่ำที่สุด (59%) และรู้สึกหมดไฟสูงสุดถึง (51%) เนื่องจากเป็นช่วงเริ่มต้นเส้นทางอาชีพที่ต้องเผชิญกับความท้าทายในการปรับตัวและเรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ โดยปัจจัยที่ช่วยสร้างความสุขให้กับคนกลุ่มนี้คือ ทีม/เพื่อนร่วมงาน (61%) และ โอกาสในการเรียนรู้และพัฒนา (70%) การสนับสนุนจากหัวหน้างานและบรรยากาศการทำงานที่เป็นมิตรจึงเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความมั่นใจให้แก่คนรุ่นใหม่
  • Millennials (อายุ 30-44 ปี): คนกลุ่มนี้มีระดับความสุขอยู่ที่ 67% โดยมักถูกเรียกว่าเป็นกลุ่มที่มีภาระความรับผิดชอบจากการดูแลครอบครัวไปพร้อมกัน ความสุขของคนกลุ่มนี้จึงขึ้นอยู่กับความสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน (67%) และ เป้าหมายในการทำงาน (62%) ดังนั้นองค์กรที่มอบรูปแบบการทำงานที่ยืดหยุ่นจึงมีแต้มต่อในการรักษาคนกลุ่มนี้ไว้ได้ในระยะยาว
  • Gen X (อายุ 45-59 ปี): มีระดับความสุขอยู่ที่ 72% เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีความก้าวหน้าในอาชีพและมีฐานรายได้สูงที่สุด ซึ่งปัจจัยขับเคลื่อนความสุขคือ หน้าที่ความรับผิดชอบในแต่ละวัน (69%) และ โอกาสในการเรียนรู้และพัฒนา (65%) แม้ว่าจะอยู่ในระดับผู้บริหาร แต่คนกลุ่มนี้ก็ยังคงต้องการการยอมรับในผลงานและเงินเดือนที่สอดคล้องกับความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้น
  • Baby Boomers (อายุ 60-64 ปี): เป็นกลุ่มที่มีความสุขในการทำงานสูงที่สุดถึง 75% และรู้สึกหมดไฟน้อยที่สุด เนื่องจากอยู่ในช่วงปลายของการทำงาน จึงมีความผูกพันกับองค์กรสูงและมีแนวโน้มที่จะทำงานต่อกับองค์กรเดิมมากที่สุด โดยปัจจัยหลักที่ให้ความสำคัญคือ ความพึงพอใจในหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบในแต่ละวัน สมดุลชีวิตระหว่างชีวิตส่วนตัวและการทำงาน ส่งผลให้คนกลุ่มนี้มีความต้องการเปลี่ยนงานเพียง 33% เท่านั้น

ความแตกต่างเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าองค์กรไม่สามารถใช้แนวทางเดียว ในการดูแลพนักงานทั้งหมดได้ แต่สามารถนำข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้ไปออกแบบแนวทางปฏิบัติให้เหมาะสมกับแต่ละช่วงวัย เช่น การสร้างระบบเมนเทอร์สำหรับ Gen Z หรือปรับรูปแบบการทำงานให้ยืดหยุ่นขึ้นเพื่อกลุ่มคน Millennials เพื่อเพิ่มระดับการมีส่วนร่วมและรักษาบุคลากรให้เติบโตไปพร้อมกับองค์กรอย่างยั่งยืน

จากข้อมูลเชิงลึกสู่การยกระดับองค์กรอย่างยั่งยืน

รายงานฉบับนี้ไม่ได้เป็นเพียงสถิติตัวเลขเท่านั้น แต่คือเครื่องมือทางกลยุทธ์ที่ผู้ประกอบการและฝ่ายทรัพยากรบุคคลสามารถนำไปปรับใช้เพื่อแก้ปัญหาในหน้างานได้จริง ไม่ว่าจะเป็น 'การดึงดูดคนเก่ง' ด้วยการนำเสนอโอกาสการเติบโตและเป้าหมายที่ชัดเจน หรือ 'การรักษาบุคลากรคุณภาพ' ผ่านการดูแลสวัสดิภาพที่ตอบโจทย์พนักงานในแต่ละกลุ่มอายุ นอกจากนี้ องค์กรยังสามารถนำข้อมูลเรื่อง 'ภาวะหมดไฟ' ไปปรับใช้เป็นสัญญาณเตือนภัยเพื่อรีบวางแผนในการดูแลสุขภาวะทางจิตใจและการจัดการภาระงานให้เหมาะสม ซึ่งล้วนส่งผลโดยตรงต่อการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและภาพลักษณ์เชิงบวกขององค์กรในระยะยาว

Jobsdb by SEEK ในฐานะ Total Solution สำหรับตลาดการจ้างงานออนไลน์ เรามุ่งมั่นที่จะเป็นมากกว่าแค่แพลตฟอร์มคัดสรรบุคลากร แต่เป็นพันธมิตรที่พร้อมแชร์ข้อมูลเชิงลึกเพื่อช่วยให้องค์กรเข้าใจพฤติกรรมของคนทำงานและสามารถวางแผนกลยุทธ์ด้านบุคลากรได้อย่างแม่นยำ 'การสร้างวัฒนธรรมแห่งเป้าหมาย' ที่พนักงานรู้สึกว่างานมีคุณค่าและได้รับการยอมรับ จึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะเปลี่ยนความสุขในที่ทำงานให้กลายเป็นความสำเร็จอันยั่งยืนของธุรกิจได้อย่างแท้จริง

สามารถอ่านรายละเอียดและดาวน์โหลดรายงาน Workplace Happiness Report ประจำปี 2568 ฉบับเต็มได้ที่ https://th.employer.seek.com/th/market-insights/workplace-happiness-index-2026-thai


ข่าวการบริหารจัดการ+เอเชียแปซิฟิกวันนี้

ออนิกซ์ ร่วมมือกับพันธมิตรทางการเงิน LH Bank เดินหน้าพัฒนาโครงการ "EQ Phuket" โรงแรมระดับลักชัวรีแห่งใหม่ในจังหวัดภูเก็ต

ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป (ONYX Hospitality Group) บริษัทชั้นนำในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ด้านการบริหารจัดการโรงแรม รีสอร์ต เซอร์วิส อพาร์ตเมนต์ และที่พักอาศัยระดับหรู ประกาศความคืบหน้าสำคัญของโครงการ "อีคิว ภูเก็ต" (EQ Phuket) โรงแรมระดับลักชัวรีแห่งใหม่ในจังหวัดภูเก็ต ด้วยการลงนามในสัญญาสนับสนุนทางการเงินกับ LH Bank เพื่อผลักดันการพัฒนาโครงการให้เป็นไปตามแผนงานอย่างเป็นรูปธรรม พิธีลงนามจัดขึ้นเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 ณ โอเรียนเต็ล กรุงเทพ (Oriental Residence Bangkok) โดยมี นายยุทธชัย จรณะจิตต์

กทม. แจงแนวทางบริหารสัญญาณไฟจราจรบริเวณจุดตัดทางรถไฟ เร่งพัฒนาระบบไฟจราจรอัจฉริยะ-แก้ปัญหาจุดเสี่ยงอุบัติเหตุจราจร

นายสิทธิพร สมคิดสรรพ์ ผู้อำนวยการสำนักการจราจรและขนส่ง (สจส.) กทม. กล่าวกรณีสื่อสังคมออนไลน์มีข้อสังเกตเกี่ยวกับการบริหารจัดการสัญญาณไฟจราจรบริเวณจุดตัดทางรถไฟบริเวณถนนอโศก-ดินแดง ...

ทีทีบี คว้ารางวัลแห่งความสำเร็จติดต่อกันเ... ทีทีบี คว้า 5 รางวัล จากเวที Extel Asia ตอกย้ำความเชื่อมั่นจากนักลงทุนระดับสากล — ทีทีบี คว้ารางวัลแห่งความสำเร็จติดต่อกันเป็นปีที่ 4 จากการจัดอันดับ 16th...

เผยยอดประหยัดพลังงานเทียบเท่าการจ่ายไฟให้... Nuvola Media หนุนโครงการ Keppel South Central บรรลุเป้าหมายความยั่งยืน — เผยยอดประหยัดพลังงานเทียบเท่าการจ่ายไฟให้บ้านเรือนในสิงคโปร์กว่า 1,200 หลัง พร้อม...

AUMOVIO ส่งมอบโซลูชันการเข้าถึงรถยนต์ด้วย... AUMOVIO คว้าสัญญาระบบกุญแจอัจฉริยะ CoSmA ส่งมอบโซลูชันการเข้าถึงรถยนต์แบบครบวงจร — AUMOVIO ส่งมอบโซลูชันการเข้าถึงรถยนต์ด้วยระบบกุญแจดิจิทัล CoSmA แบบครบว...