กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เผยสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือและบางส่วนของภาคตะวันออกเฉียงเหนือพุ่งสูงในระดับกระทบต่อสุขภาพ ซึ่งส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจของประชาชนแนะเร่งดูแลสุขภาพ สวมหน้ากากป้องกัน และหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง พร้อมเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง
แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า สถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 วันที่ 28 มีนาคม 2569 พบพื้นที่ที่มีค่าฝุ่นอยู่ในระดับสีแดง 9 จังหวัด ได้แก่ น่าน พะเยา ลำปาง ลำพูน เชียงราย เชียงใหม่ แพร่ แม่ฮ่องสอน และนครพนม โดยค่าฝุ่นสูงสุดอยู่ที่ ตำบลลี้ อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน โดยค่าสูงสุดเท่ากับ 198.3 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และอีก 28 จังหวัดในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันตก ที่มีค่าฝุ่นอยู่ในระดับสีส้ม สอดคล้องกับ สถานการณ์ผลกระทบต่อสุขภาพและพฤติกรรมการป้องกันตนเองจากการรับสัมผัสฝุ่น PM 2.5 ระหว่างวันที่ 1 มกราคม - 28 มีนาคม 2569 พบว่า ประชาชนเริ่มมีอาการที่เกี่ยวข้องกับการรับสัมผัสฝุ่นเพิ่มขึ้น กว่า 55% โดยส่วนใหญ่มีอาการคัดจมูก มีน้ำมูก ไอ และระคายเคืองตา
แพทย์หญิงอัมพร กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมอนามัย จึงขอเน้นย้ำข้อควรปฏิบัติเพื่อสุขอนามัยที่ดีในช่วงวิกฤตฝุ่นสูง ดังนี้ 1) สวมหน้ากากอนามัยที่สามารถกรองฝุ่นละอองขนาดเล็กได้ เช่น N95 หรือ KN95 อย่างถูกวิธี 2) หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งหรือการอยู่นอกอาคารเป็นเวลานาน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ได้แก่ เด็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่มีโรคประจำตัว 3) งดการเผาในที่โล่ง การจุดธูป การทำกิจกรรมปิ้งย่าง และหมั่นตรวจสอบสภาพยานพาหนะเพื่อลดการปล่อยควันดำ 4) ปิดประตูหน้าต่างให้มิดชิดเพื่อป้องกันฝุ่นเข้าสู่ตัวอาคาร หมั่นทำความสะอาดบ้าน และแนะนำให้ใช้ "ห้องปลอดฝุ่น" หากค่าฝุ่นภายนอกสูงเกินมาตรฐาน ศึกษาข้อมูลได้ที่ https://podfoon.anamai.moph.go.th/ 5) ติดตามสถานการณ์ตรวจค่าคุณภาพอากาศเป็นประจำผ่านแอปพลิเคชัน Air4Thai, AirBKK หรือ Life Dee ก่อนวางแผนออกนอกบ้าน
"คาดการณ์ว่าในสัปดาห์นี้ ค่าฝุ่น PM2.5 ยังมีแนวโน้มเกินมาตรฐานอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากสภาพอากาศปิดและมีการเผาในที่โล่งเพิ่มขึ้นในหลายพื้นที่ ซึ่งหากร่างกายได้รับสัมผัสฝุ่นในปริมาณสูงหรือเป็นระยะเวลานาน อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคระบบหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงโรคทางเดินหายใจเรื้อรัง และอาจนำไปสู่โรคมะเร็งปอดได้ในระยะยาว จึงขอให้ประชาชนดูแลสุขภาพตนเองอย่างเคร่งครัด หากมีข้อสงสัยหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่ สายด่วนกรมอนามัย 1478" อธิบดีกรมอนามัย กล่าว
กรมอนามัย รณรงค์ส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เนื่องในสัปดาห์นมแม่โลกและวันแม่แห่งชาติ ชวนทำความรู้จัก "พ.ร.บ.นมผง" ช่วยปกป้องทารกจากการตลาดและโฆษณา
สธ. - ภาคีเครือข่าย ชู "One Goal, One Commitment" รวมพลังขับเคลื่อนนมแม่อย่างเดียว 6 เดือนสู่เป้าหมายประเทศไทย
โออาร์ มอบเงิน 5 ล้านบาทสนับสนุน "รถพระราชทานเพื่อแม่และเด็กไทย" ให้กรมอนามัย เพื่อส่งเสริมสุขภาพอนามัยแม่และเด็กไทย
กรมอนามัยผนึกภาคีทั่วประเทศ จัด "Health Promotion Synergy 2026" สานพลังเครือข่าย ยกระดับระบบส่งเสริมสุขภาพไทยรับอนาคต
กรมอนามัย ชวนรุ่นใหญ่วัยเก๋าแอคทีฟ ต่อยอดกระแสแอโรบิกสวนลุม สร้างทุกจังหวะ ให้มีคุณค่า"ขยับทุกวัน แข็งแรงทุกวัย"
กรมอนามัย-ไลอ้อน (ประเทศไทย) เดินหน้า "เด็กไทยฟันดี" ปี 2 ขยายโอกาสเข้าถึงบริการทันตกรรมเชิงป้องกัน สร้างรากฐานสุขภาพช่องปากที่ดีอย่างยั่งยืน
กรมอนามัย-ไลอ้อน (ประเทศไทย) เดินหน้า "เด็กไทยฟันดี" ปี 2 ขยายโอกาสเข้าถึงบริการทันตกรรมเชิงป้องกัน สร้างรากฐานสุขภาพช่องปากที่ดีอย่างยั่งยืน
กรมอนามัยประกาศรางวัล GREEN Health Quality Awards 2026 เชิดชูโรงแรม-แหล่งท่องเที่ยว-อุทยานแห่งชาติ ต้นแบบด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม
วันประชากรโลก 2569 กรมอนามัย ชู "เด็กเกิดน้อย แต่ต้องเติบโตอย่างมีคุณภาพ" เร่งสร้างทุนมนุษย์รับสังคมสูงวัย