LINE ประเทศไทย ชวนเยาวชนไทยเจาะลึก 4 ทักษะดิจิทัล "รู้รอด ปลอดภัย" ติดอาวุธรับมือภัยออนไลน์ที่กระทบเด็กและเยาวชนและมิจฉาชีพยุคใหม่

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

เจาะลึกทักษะดิจิทัลผ่าน 4 เซสชันแห่งการเรียนรู้จากเวิร์กช็อป "Digital Literacy for Youth" โดย LINE ประเทศไทย ร่วมกับสำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร โรงเรียนมัธยมนาคนาวาอุปถัมภ์ พร้อมด้วยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจากสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และมูลนิธิอินเทอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทย สร้าง "ภูมิคุ้มกันทางดิจิทัล" ให้เยาวชนรับมือกับกลโกงและการละเมิดในรูปแบบต่าง ๆ ในโลกออนไลน์ได้อย่างเท่าทัน พร้อมก้าวสู่โลกออนไลน์ได้อย่างปลอดภัยและสร้างสรรค์ โดยมีครูและนักเรียนโรงเรียนมัธยมนาคนาวาอุปถัมภ์เข้าร่วมกว่า 150 คน

LINE ประเทศไทย ชวนเยาวชนไทยเจาะลึก 4 ทักษะดิจิทัล "รู้รอด ปลอดภัย" ติดอาวุธรับมือภัยออนไลน์ที่กระทบเด็กและเยาวชนและมิจฉาชีพยุคใหม่

คู่มือเอาตัวรอด 101: เปลี่ยนโลกโซเชียลให้เป็นพื้นที่ปลอดภัย LINE ประเทศไทย ชวนเยาวชนไทยเจาะลึก 4 ทักษะดิจิทัล "รู้รอด ปลอดภัย" ติดอาวุธรับมือภัยออนไลน์ที่กระทบเด็กและเยาวชนและมิจฉาชีพยุคใหม่

สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) เผยสถิติที่น่าสนใจว่าคนไทยกว่า 94.7% เข้าถึงอินเทอร์เน็ต และมีโลกออนไลน์เสมือน "บ้านหลังที่สอง" ที่หลอมรวมเข้ากับชีวิตประจำวันจนแทบเป็นเนื้อเดียวกัน ด้วยเหตุนี้ทักษะความฉลาดทางดิจิทัล หรือ Digital Literacy จึงเป็นเกราะคุ้มกันสำคัญที่ทำให้เรารู้เท่าทันว่าสิ่งไหนคือเรื่องจริง สิ่งไหนปลอมหรือเสี่ยง ก่อนที่จะตัดสินใจคลิก แชร์ หรือโอนเงินออกไป การรู้วิธีตั้งค่าป้องกันบัญชีและข้อมูลส่วนตัวอย่างการใช้พาสเวิร์ดที่คาดเดายาก รวมถึงการตระหนักถึงผลกระทบของ "รอยเท้าดิจิทัล" (Digital Footprint) เป็นสิ่งที่มองข้ามไม่ได้ เพราะทุกอย่างที่เราโพสต์หรือกระทำลงไปในโลกโซเชียลจะถูกระบบบันทึกไว้เสมอ แม้จะพยายามลบออกในภายหลัง ข้อมูลเหล่านั้นก็ยังคงหลงเหลืออยู่ ซึ่งอาจย้อนกลับมาส่งผลเสียต่อชื่อเสียง หรือการพิจารณาสมัครงานในอนาคตได้หากเราเคยโพสต์เนื้อหาที่ไม่เหมาะสมเอาไว้

นายปริญญา สุวรรณชินกุล เจ้าหน้าที่บริหารอาวุโส สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) ยังเสริมด้วยว่า ภัยออนไลน์ในปัจจุบันนั้นใกล้ตัวและซับซ้อนกว่าที่คิด ไม่ว่าจะเป็นการระรานทางไซเบอร์ (Cyberbullying) ภาวะเสพติดอินเทอร์เน็ต (Web Addiction) ไปจนถึงความเหนื่อยล้าทางกาย (Digital Fatigue) จากการใช้งานที่เกินพอดี ยิ่งไปกว่านั้นมิจฉาชีพยุคใหม่ยังพัฒนาเครื่องมือที่ล้ำสมัยขึ้นทุกวัน เช่น การใช้ AI เลียนแบบหน้าตาหรือน้ำเสียงของคนใกล้ชิดเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ และมักใช้จิตวิทยาหลอกล่อด้วยอารมณ์มากกว่าเหตุผลเพื่อเร่งรัดให้เหยื่อรีบซื้อหรือรีบโอนเงิน วิธีป้องกันเบื้องต้นคือการตรวจสอบข้อมูลให้ถี่ถ้วนก่อนตัดสินใจจ่ายเงิน ไม่ว่าจะเป็นการเช็กรีวิวหรือการสังเกตบัญชีปลายทาง ซึ่งการโอนเข้าบัญชีรูปแบบบริษัทมักมีความปลอดภัยสูงกว่าชื่อบุคคลธรรมดา นอกจากนี้เรายังสามารถใช้หลัก "3 ส." เป็นเครื่องเตือนสติ ได้แก่ การ "สังเกต" ความผิดปกติ "สงสัย" ก่อนจะเชื่อ และ "สอบถาม" ผู้รู้หรือติดต่อสายด่วน 1212 เพื่อให้มั่นใจ

รู้ทันก่อนเสียรู้ CSAM และกลโกงที่มาในคราบ 'คนคุย'

นายณพล วรประทีป เจ้าหน้าที่คดีพิเศษชำนาญการ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ชี้ให้เห็นถึงรูปแบบของการแสวงหาประโยชน์ทางเพศออนไลน์ ในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น CSAM (Child Sexual Abuse Material) หรือ สื่อเกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็ก หรือสื่อลามกอนาจารเด็ก เช่น ภาพถ่าย วิดีโอ ภาพวาด ไลฟ์สด หรือภาพที่สร้างมาจาก AI ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพศเด็ก หรือการแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็ก ซึ่งถือเป็นหนึ่งในภัยคุกคามที่สร้างผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อผู้เสียหายในโลกดิจิทัลเป็นอย่างมาก ถัดมาคือ Sexting หรือ การส่งเนื้อหาหรือภาพที่สื่อไปในทางเพศให้แก่ผู้อื่น ความน่ากลัว คือ เมื่อภาพเหล่านั้นหลุดเข้าสู่โลกออนไลน์ไปแล้ว ระบบจะบันทึกและเผยแพร่ต่อไปอย่างไม่มีวันจบสิ้น โดยมิจฉาชีพมักใช้เทคนิค Grooming ในการค่อยๆ ตะล่อมสร้างความไว้ใจเป็นเวลานาน เพื่อหวังผลประโยชน์ทางเพศจากผู้เสียหาย หรือนำไปสู่การข่มขู่กรรโชกทรัพย์ที่เรียกว่า Sextortion ซึ่งสร้างรอยแผลใจและผลกระทบต่อชีวิตเหยื่ออย่างมหาศาล

สอดคล้องกับมุมมองจาก ดร.ศรีดา ตันทะอธิพานิช กรรมการผู้จัดการ มูลนิธิอินเทอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทย ชี้ให้เห็นถึงความน่ากลัวของการละเมิดทางเพศออนไลน์ (Sexual Abuse) ที่ซับซ้อนขึ้นจากการใช้ AI เข้ามาปลอมแปลง ทั้งการสร้างภาพลามกอนาจารเด็ก (CSAM) ไปจนถึงการปลอมเสียงและข้อมูลสินค้าเพื่อหลอกล่อเหยื่อ โดยมีข้อสังเกตสำคัญคือ "อะไรที่ดีเกินจริง มักไม่ใช่เรื่องจริง" ซึ่งคนร้ายมักใช้เป็นจุดเริ่มต้นของกระบวนการ Child Grooming หรือการตระเตรียมเหยื่อ 7 ขั้นตอน ตั้งแต่การล็อกเป้าหมาย หาจังหวะตีสนิท สร้างความไว้ใจด้วยภาพลักษณ์ที่ดูดี ใช้บุญคุณสร้างความสำคัญ ไปจนถึงการแยกเหยื่อให้อยู่ลำพัง เพื่อให้ฟังความลับ และจบลงด้วยการจับเนื้อต้องตัวหรือข่มขู่บังคับด้วยคลิปวิดีโอ เพื่อเรียกรับผลประโยชน์

นอกจากนี้ การระรานทางออนไลน์ (Cyberbullying) ยังเป็นอีกหนึ่งภัยร้ายที่รุนแรงกว่าการแกล้งกันในอดีต เพราะมีผู้เห็นเหตุการณ์จำนวนมาก และที่น่ากังวลคือผู้ที่เฝ้าสังเกตการณ์บางคนอาจกลายเป็นผู้ร่วมกระทำผิดโดยไม่รู้ตัวผ่านการแสดงความเห็นด้านลบซ้ำเติมเหยื่อ ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงทั้งทางร่างกายและจิตใจ ทำให้เหยื่อรู้สึกอับอาย ไร้ค่า และเสี่ยงต่อภาวะซึมเศร้า สำหรับแนวทางการรับมือคือการยึดหลัก 3 ข้อ ได้แก่ "Stop" หยุดตอบโต้ เพื่อไม่ให้เกิดการกระทำซ้ำ หรือเพิ่มความรุนแรงของสถานการณ์ "Block" ปิดกั้นผู้ที่มาระรานไม่ให้เข้ามาติดต่อหรือกระทำซ้ำได้อีก สุดท้ายคือ "Tell" ขอความช่วยเหลือจากผู้ที่ไว้ใจได้ หากเหตุการณ์ลุกลามผิดกฎหมาย ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดำเนินคดี

บ้านดิจิทัลที่ปลอดภัย: เทคนิคคัดกรองและป้องกันภัยบนแพลตฟอร์ม LINE

ปิดท้ายด้วยเทคนิคจาก LINE แพลตฟอร์มที่เป็นมากกว่าแอปแชท แต่อยู่ในหลายมิติของไลฟ์สไตล์เยาวชน ทั้งการสื่อสาร การเรียน เสพคอนเทนต์ ไปจนถึงการจัดการธุระส่วนตัวอย่างการจ่ายบิลต่างๆ สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญคือการรักษาพื้นที่ส่วนตัวไม่ให้คนแปลกหน้าเข้าถึงได้ง่ายจนเกินไป ควบคู่ไปกับการสร้างความรับผิดชอบในฐานะผู้ใช้งาน เพราะโลกออนไลน์ทิ้ง "รอยเท้าดิจิทัล" ไว้เสมอไม่ต่างจากการเดินบนชายหาด การหยุดคิดและตั้งคำถามกับตัวเองว่าสิ่งที่กำลังจะโพสต์หรือพิมพ์นั้น "จริงไหม ดีไหม และจำเป็นไหม" จึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้เรารับผิดชอบต่อข้อมูลส่วนตัว ข้อมูลที่ส่งต่อ และเคารพต่อคนอื่นในสังคมดิจิทัลได้อย่างยั่งยืน

สำหรับแนวทางป้องกันภัยและรักษาความเป็นส่วนตัว คือ "ไม่คลิก ไม่แชร์ เจอให้รีพอร์ต" หากพบพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม สามารถกดรายงานปัญหาได้ทันทีทั้งจากหน้าโปรไฟล์ ห้องแชท หรือข้อความแชทโดยตรง ในส่วนของบัญชีทางการ (LINE Official Account) ของแท้ต้องสังเกต "สัญลักษณ์รูปโล่" ที่อยู่หน้าชื่อบัญชีเสมอ นอกจากนี้ควรตั้งค่า "ปิดกั้นข้อความจากคนไม่รู้จัก" ในเมนูความเป็นส่วนตัว เพื่อกรองข้อความแปลกปลอมที่ส่งมาจากบุคคลที่เราไม่ได้เพิ่มเป็นเพื่อน และที่สำคัญที่สุดคือการรักษาความลับของ "รหัสยืนยันตัวตน (OTP)" อย่างเคร่งครัด เพราะเป็นรหัสสำคัญที่ใช้ยืนยันตัวตนเพียงครั้งเดียวภายในเวลาที่กำหนด ซึ่งหากข้อมูลนี้รั่วไหลอาจนำไปสู่การถูกโจรกรรมบัญชีได้

ทั้งหมดนี้ คือ ความรู้ดีๆ จากเวิร์กช็อป "Digital Literacy for Youth" ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการติดอาวุธให้เยาวชนไทยก้าวทันภัยไซเบอร์ที่ซับซ้อนขึ้นทุกวัน ผ่านความร่วมมือของทุกภาคส่วนเพื่อสร้าง "ภูมิคุ้มกันดิจิทัล" ที่เริ่มต้นง่ายๆ จากการมีสติคัดกรองข้อมูล การรู้จักรักษาพื้นที่ส่วนตัว และการใช้เทคโนโลยีอย่างรับผิดชอบ เพราะท้ายที่สุดแล้ว ความปลอดภัยออนไลน์ที่ยั่งยืนจะเกิดขึ้นได้ เมื่อผู้ใช้งานทุกคนร่วมกันเปลี่ยนความรู้ให้เป็นการลงมือทำ เพื่อสร้างสังคมดิจิทัลที่ปลอดภัยและสร้างสรรค์สำหรับทุกคน


ข่าวสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์+มูลนิธิอินเทอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทยวันนี้

ETDA เฟ้นหาแนวคิดสุดเจ๋ง! จัด EDC Pitching "Digital in Hand จุดแคมเปญ เค้นไอเดีย ศิลปะป้องกันตัวจากภัยออนไลน์" เปิดรับสมัครแล้ววันนี้

สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA (เอ็ตด้า) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จับมือ มูลนิธิอินเทอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทย, ศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์ สำนักข่าวไทย อสมท และ บริษัท เด็กดี อินเตอร์แอคทีฟ จำกัด (Dek-D) เร่งติดอาวุธความรู้ให้รู้เท่าทันการใช้ออนไลน์ ยกระดับโปรแกรม ETDA Digital Citizen หรือ EDC สู่กิจกรรมการแข่งขัน EDC Pitching ปีแรก ในหัวข้อ "Digital in Hand จุดแคมเปญ เค้นไอเดีย ศิลปะป้องกันตัวจากภัยออนไลน์" ชวนเหล่า EDC Trainer ประชาชนที่สนใจ ทุกเพศ ทุกวัย ทุก Gen ร่วมส่ง

สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโล... สสวท. ชวนครูไทยเรียนรู้ AI ฟรี ในโครงการ "AI for Teachers รุ่นที่ 2" เสริมศักยภาพการสอนยุคใหม่ — สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ร่วมก...

เฟ้นหาสุดยอดนวัตกรรม AI อย่างมีธรรมาภิบาล... ETDA เปิดเวที 'Responsible AI Innovation Hackathon' — เฟ้นหาสุดยอดนวัตกรรม AI อย่างมีธรรมาภิบาล เพื่อประชาชนเข้าถึงความยุติธรรมที่โปร่งใส มั่นใจ และเท่าเ...

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยสำ... "ETDA ผนึก TMA" เปิดเวที "Beyond the Ranking" ปลดล็อกศักยภาพ วางยุทธศาสตร์ดิจิทัลไทยสู่ TOP ของโลก — กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยสำนักงานพัฒนาธ...