เมื่อจำนวนบริษัทจดทะเบียนใน SET และ mai เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เทคโนโลยีสำหรับการประชุมผู้ถือหุ้นและการกำกับดูแลกิจการกำลังก้าวสู่ Digital Governance Infrastructure ที่มีบทบาทสำคัญต่อระบบนิเวศตลาดทุน
การกำกับดูแลกิจการ (Corporate Governance) เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่กำหนดความเชื่อมั่นของตลาดทุน และเทคโนโลยีมีบทบาทที่สำคัญอย่างยิ่งในการยกระดับกระบวนการบริหารจัดการองค์กรและการสื่อสารกับผู้ถือหุ้นมากขึ้น สอดคล้องกับการเติบโตของตลาดทุนไทย ซึ่งในปี 2568 มีบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) รวมประมาณ 868 บริษัท และมีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวมกว่า 16.1 ล้านล้านบาท โดยจำนวนบริษัทจดทะเบียนเพิ่มขึ้น ประมาณ 0.9% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า (YoY) การขยายตัวดังกล่าวทำให้บริษัทจดทะเบียนใหม่ จึงจำเป็นต้องปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่สำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การจัดประชุมผู้ถือหุ้น การเปิดเผยข้อมูล และการลงคะแนนเสียงของผู้ถือหุ้นที่มีความซับซ้อนและมีรายละเอียดค่อนข้างมาก ส่งผลให้องค์กรจำนวนมากเริ่มเปลี่ยนผ่านสู่ ระบบดิจิทัล ที่ช่วยให้การประชุมมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้และสามารถบริหารจัดการข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
(สถิติภาพรวมตลาดรายปี ณ วันที่ 27/02/2569 https://www.set.or.th/th/market/statistics/market-statistics/main)
ประเทศไทยเป็นหนึ่งในตลาดทุนสำคัญของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ปัจจุบันมีบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) รวมกันมากกว่าแปดร้อยบริษัท ซึ่งทุกบริษัทต้องจัดประชุมผู้ถือหุ้นเป็นประจำทุกปี พร้อมทั้งต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ด้านการเปิดเผยข้อมูลและมาตรฐานการกำกับดูแลกิจการที่เข้มงวดมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เมื่อจำนวนบริษัทจดทะเบียนเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันความคาดหวังของนักลงทุนต่อความโปร่งใส ประสิทธิภาพ และความรวดเร็วของกระบวนการกำกับดูแลกิจการก็เพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย เทคโนโลยีจึงเริ่มเข้ามามีบทบาทในฐานะโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของระบบนิเวศตลาดทุน ซึ่งไม่เพียงสามารถอำนวยความสะดวกในการจัดประชุมผู้ถือหุ้นแล้ว แต่ยังสามารถยกระดับการบริหารจัดการข้อมูลผู้ถือหุ้น ระบบการลงคะแนนเสียงแบบเรียลไทม์
แนวโน้มดังกล่าวทำให้แพลตฟอร์มที่พัฒนาเพื่อรองรับกระบวนการด้าน Corporate Governance จะเป็นส่วนหนึ่งของ Digital Governance Infrastructure ของตลาดทุนไทย และเป็นธุรกิจที่สามารถเติบโตในลักษณะ Platform-based Model ที่มีศักยภาพในการขยายบริการ รองรับองค์กรจำนวนมากผ่านระบบเดียว
หนึ่งในบริษัทเทคโนโลยีไทยที่มีบทบาทสำคัญในโครงสร้างพื้นฐานด้านนี้คือ บริษัท อินเวนท์เทค ซิสเท็มส์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ Inventech Systems ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์และดิจิทัลโซลูชันสำหรับองค์กร ซึ่งมีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมมากกว่า 20 ปี
ปัจจุบัน Inventech Systems ให้บริการระบบและแพลตฟอร์มดิจิทัลแก่ลูกค้ากว่า 300 องค์กร ครอบคลุมทั้งบริษัทจดทะเบียน หน่วยงานภาคธุรกิจ และองค์กรขนาดใหญ่ โดยมีบริษัทจดทะเบียนใช้บริการ และรองรับการจัดประชุมผู้ถือหุ้นทั้งแบบ Physical Meeting และ Electronic Meeting รวมหลายพันการประชุมต่อปี ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถของแพลตฟอร์มในการรองรับองค์กรจำนวนมากในระดับอุตสาหกรรม
หนึ่งในแพลตฟอร์มหลักของบริษัทคือ Inventech Connect ซึ่งถูกพัฒนาขึ้นเพื่อรองรับการจัดประชุมผู้ถือหุ้นแบบครบวงจร ตั้งแต่การลงทะเบียนผู้ถือหุ้นและผู้รับมอบฉันทะ ไปจนถึงระบบลงคะแนนเสียงออนไลน์แบบเรียลไทม์ (e-Voting) และระบบสรุปผลการประชุมอัตโนมัติ โดยสามารถเชื่อมต่อข้อมูล e-Proxy จากศูนย์รับฝากหลักทรัพย์และรองรับรูปแบบการลงคะแนนตามหลัก One Share One Vote และ Cumulative Voting ตามมาตรฐานของตลาดทุน
แพลตฟอร์มดังกล่าวยังรองรับการใช้งานหลายภาษาและหลายแพลตฟอร์ม เพื่อให้เหมาะสมกับการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนและองค์กรขนาดใหญ่ที่มีผู้ถือหุ้นจำนวนมาก รวมถึงองค์กรที่มีนักลงทุนต่างชาติ โดยออกแบบในลักษณะระบบกลางที่สามารถขยายการให้บริการได้อย่างต่อเนื่องตามการเติบโตของตลาดทุน
ฐานลูกค้าของ Inventech Systems ครอบคลุมองค์กรจากหลากหลายอุตสาหกรรมในตลาดทุนไทย อาทิ กลุ่มธุรกิจการเงิน บริการ อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร สินค้าอุตสาหกรรม เทคโนโลยี และสินค้าอุปโภคบริโภค รวมถึงบริษัทจดทะเบียนในตลาด SET และ mai นอกจากนี้ ระบบของบริษัทยังรองรับองค์กรที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Non-listed Companies) รวมถึงการจัดประชุมผู้ถือหุ้นกู้และกระบวนการประชุมสำหรับตราสารหนี้ (Bondholders Meeting) สะท้อนบทบาทของแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ครอบคลุมระบบนิเวศของตลาดทุนในวงกว้าง
ในด้านมาตรฐานความปลอดภัยของข้อมูล บริษัทได้รับการรับรอง ISO/IEC 27001:2022 ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลด้านการบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล ขณะที่ระบบการลงคะแนนผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ยังผ่านการประเมินความสอดคล้องจากสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) และบริการ IR Smart สำหรับเว็บไซต์นักลงทุนสัมพันธ์ได้รับอนุญาตจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในฐานะผู้ให้บริการที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ
บทบาทของแพลตฟอร์มดังกล่าวทำให้ Inventech Systems เป็นหนึ่งในผู้พัฒนา โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของตลาดทุนไทยที่สามารถขยายบริการรองรับองค์กรจำนวนมากในลักษณะ Platform Infrastructure
บริษัท เทคลีด เอ็นพีเอ็น จำกัด (มหาชน) หรือ TECHLEAD เข้าลงทุนซื้อกิจการ Inventech Systems มูลค่าประมาณ 420 ล้านบาท ส่งผลให้ Inventech เป็นหนึ่งในบริษัทลูกของกลุ่ม TECHLEAD การลงทุนครั้งนี้สะท้อนกลยุทธ์ของบริษัทในการขยายพอร์ตธุรกิจจากผู้ให้บริการเทคโนโลยี ไปสู่การพัฒนา Digital Platform และ Digital Infrastructure ที่สามารถสร้างรายได้ต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน การเติบโตของตลาดทุนไทยและจำนวนบริษัทจดทะเบียนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องยังเปิดโอกาสให้แพลตฟอร์มเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับ การกำกับดูแลกิจการ และการบริหารจัดการผู้ถือหุ้น มีบทบาทมากขึ้นในฐานะโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของตลาดทุน การลงทุนใน Inventech Systems จึงช่วยเสริมศักยภาพของ TECHLEAD ในการต่อยอดบริการดิจิทัล และรองรับการขยายตัวของตลาดทุนไทยในระยะยาว
TISCO เข้าร่วมโครงการ JUMP+ เดินหน้าสู่ธุรกิจยั่งยืน ตอกย้ำพันธกิจสร้างมูลค่าเพิ่มแก่ผู้มีส่วนได้เสีย
KFENFIX คว้า Morningstar Awards 2026 ตอกย้ำศักยภาพกองทุนตราสารหนี้ของ บลจ.กรุงศรี
SAPPE ร่วมลั่นระฆังงาน Ring the Bell for Gender Equality 2026 เฉลิมฉลองวันสตรีสากล พร้อมขับเคลื่อนความเท่าเทียมสู่ระบบเศรษฐกิจที่ครอบคลุม
A5 เข้าร่วม JUMP+ ยกระดับศักยภาพองค์กร ขยายธุรกิจหลัก-ต่อยอดธุรกิจใหม่ ปักหมุดรายได้เติบโต 30% ในปี 71
"KJL" กางแผนปี 69 ตั้งเป้ารายได้แตะ 1.3 พันลบ. เสริมเครือข่ายขายทั่วประเทศ รุกอุตสาหกรรม Data Center และ พลังงานสะอาด
ONEE โชว์ศักยภาพงาน Oppday เผยผลประกอบการปี 68 รายได้พุ่งทะลุ 7,316 ล้านบาท กำไร 448 ล้านบาท
ORN ขานรับโครงการ JUMP+ ยกระดับมาตรฐานองค์กร
SMO โชว์ศักยภาพในงาน Opportunity Day Year End 2025 กางแผนขยายกำลังผลิต ดันศักยภาพเติบโตระยะยาว