ผลักดันการเปลี่ยนผ่านของประเทศไทยด้วยนวัตกรรมและความร่วมมือภายในประเทศ
- ผลประกอบการปี พ.ศ. 2568: รายได้จากยอดขาย 0 พันล้านยูโร อัตรากำไรก่อนหักดอกเบี้ยและภาษี และอัตรากำไรจากการดำเนินงาน ร้อยละ 2 กระแสเงินสดอิสระกว่า 300 ล้านยูโร
- แนวโน้มสำหรับปี พ.ศ. 2569: ยอดขายเติบโต ร้อยละ 2 ถึง ร้อยละ 5 อัตรากำไรก่อนหักดอกเบี้ยและภาษี และอัตรากำไรจากการดำเนินงาน ร้อยละ 4 ถึง ร้อยละ 6 กระแสเงินสดอิสระเป็นบวก
- ไทยก้าวสู่การเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ที่ขับเคลื่อนโดยซอฟต์แวร์ พลังงานไฟฟ้า และการผลิตขั้นสูง
- มร. โจเซฟ ฮง "แรงขับเคลื่อนเชิงบวกในการดำเนินธุรกิจในปีที่ผ่านมาสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ บ๊อช ต่อการเติบโตในระยะยาวของไทย"
- ผู้นำด้านนวัตกรรม: การลงทุนเชิงรุกเพื่อสร้างความได้เปรียบทางเทคโนโลยีและการเติบโตในอนาคต
ท่ามกลางความท้าทายจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และข้อจำกัดทางการค้า กลุ่มบริษัท บ๊อช มุ่งมั่นสร้างโอกาสการเติบโตในตลาดโลกอย่างเต็มศักยภาพ ด้วยความแข็งแกร่งด้านนวัตกรรม สำหรับปีงบประมาณปัจจุบัน บ๊อช ยังคงรักษาระดับการลงทุนที่สำคัญต่ออนาคตในสัดส่วนที่สูงเช่นเดียวกับในปีที่ผ่านมา เฉพาะในปี พ.ศ. 2568 เพียงปีเดียว Bosch ได้ทุ่มงบประมาณการลงทุนกว่า 12 พันล้านยูโร สำหรับการวิจัยและพัฒนา รวมถึงการลงทุนในสินทรัพย์ถาวร ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ตั้งเป้าการเติบโตของยอดขายสำหรับปี พ.ศ. 2569 อยู่ระหว่างร้อยละ 2 ถึง ร้อยละ 5 ในส่วนอัตรากำไรก่อนหักดอกเบี้ยและภาษี และอัตรากำไรจากการดำเนินงาน ร้อยละ 4 ถึง ร้อยละ 6 จากผลประกอบการประจำปี สเตฟาน ฮาร์ตุง ประธานคณะกรรมการบริหารของ Robert Bosch GmbH กล่าวว่า "ในฐานะผู้นำด้านเทคโนโลยีระดับโลก เรามุ่งมั่นที่จะกำหนดทิศทางของเทคโนโลยีสำคัญ ทั้งระบบอัตโนมัติ เทคโนโลยีดิจิทัล พลังงานไฟฟ้า และปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งล้วนเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะนำไปสู่การเติบโตทางธุรกิจและสามารถสร้างผลกำไรได้" เมื่อพูดถึงความแข็งแกร่งด้านนวัตกรรม บ๊อช เป็นหนึ่งในบริษัทที่ยื่นขอจดสิทธิบัตรมากที่สุดในยุโรป โดยในปี พ.ศ. 2568 บ๊อช ได้ยื่นจดสิทธิบัตรกว่า 6,300 รายการ และยังคงครองตำแหน่งผู้นำอย่างต่อเนื่องในประเทศเยอรมนี แม้ต้องเผชิญกับความท้าทายหลายประการ บ๊อช ยังคงสามารถสร้างรายได้จากผลประกอบการในปี พ.ศ. 2568 ด้วยยอดขาย 91.0 พันล้านยูโร เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากปีที่ผ่านมา (ปี พ.ศ. 2567: 90.3 พันล้านยูโร) เมื่อปรับผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนแล้ว ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนการเติบโตร้อยละ 4.1 ขณะที่อัตรากำไรก่อนหักดอกเบี้ยและภาษี และอัตรากำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ ร้อยละ 2 ซึ่งลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า (ปี พ.ศ. 2567: ร้อยละ 3.5)
การพัฒนาธุรกิจในประเทศไทย
แม้ต้องเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย บ๊อช ประเทศไทย ยังคงสามารถรักษาการเติบโตอย่างต่อเนื่องในปี พ.ศ. 2568 โดยมียอดขายจากการดำเนินงานของบริษัทในเครือทั้งหมด อยู่ที่ 463 ล้านยูโร หรือ 17.2 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น ร้อยละ 1.3 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2568 บ๊อช ประเทศไทย มีจำนวนพนักงานกว่า 1,850 คน สะท้อนถึงบทบาทของบริษัทฯ ในฐานะกำลังสำคัญที่ขับเคลื่อนและสนับสนุนเศรษฐกิจในประเทศอย่างมั่นคง และตอกย้ำถึงวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่ง บริษัทฯ จึงได้รับการรับรองให้เป็น "Great Place to Work" ต่อเนื่องเป็นปีที่สาม โดย Great Place to Work Institute ซึ่งเป็นองค์กรอิสระที่ประเมินวัฒนธรรมในองค์กรผ่านกระบวนการที่เข้มงวด ครอบคลุมทั้งการรับฟังความคิดเห็นของพนักงานอย่างเป็นความลับผ่านแบบสำรวจ Trust Index(TM) และการพิจารณาแนวปฏิบัติด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลขององค์กร รางวัลนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของบริษัทในการส่งเสริมทัศนคติเชิงบวกในการทำงานและการมีส่วนร่วมของพนักงานทุกคน
มร. โจเซฟ ฮง, กรรมการผู้จัดการ บ๊อช ประเทศไทย กล่าวว่า "การเติบโตในปี พ.ศ. 2568 สะท้อนถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของเราในการเติบโตไปพร้อมกับประเทศไทย ด้วยการขยายการดำเนินงานในประเทศ เสริมสร้างความร่วมมือกับพันธมิตร และการลงทุนในเทคโนโลยีแห่งอนาคต เรากำลังดำเนินธุรกิจเชิงรุก เพื่อวางรากฐานที่แข็งแกร่ง สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของภาคอุตสาหกรรมและการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน แม้ในช่วงที่ตลาดยังคงเปลี่ยนแปลงก็ตาม" บ๊อช ประเทศไทยก้าวสู่ปี พ.ศ. 2569 ด้วยมุมมองเชิงรุกและมุ่งสู่อนาคต โดยมีแรงขับเคลื่อนจากการลงทุนอย่างต่อเนื่อง ศักยภาพภายในประเทศที่แข็งแกร่ง และการให้ความสำคัญกับการคว้าโอกาสใหม่ๆ ในกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีการเติบโตสูง
ในปีที่ผ่านมา การดำเนินงานแผนกวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีเครื่องยนต์ของ บ๊อช ครบรอบ 10 ปี ตอกย้ำบทบาทที่เพิ่มขึ้นของประเทศไทย ไม่เพียงแต่ในฐานะศูนย์กลางการผลิตระดับโลกเท่านั้น แต่ยังเป็นฐานสำคัญด้านวิศวกรรมขั้นสูงและการพัฒนาเทคโนโลยีอีกด้วย ขณะเดียวกัน ธุรกิจโซลูชันระบบขับเคลื่อน ยังประสบความสำเร็จโดยบรรลุเป้าหมายสำคัญด้านการผลิต ตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง บริษัทฯ ได้ส่งมอบคอนเนคเตอร์รวมกว่า 500 ล้านชิ้น และหัวฉีดน้ำมันเบนซินกว่า 50 ล้านชิ้น ให้แก่ลูกค้าทั่วโลก
บ๊อช ยังคงมุ่งพัฒนาโซลูชันซอฟต์แวร์ยานยนต์ โดยให้ความสำคัญกับผู้ใช้งานเป็นหลัก เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป โดยมุ่งยกระดับด้านความปลอดภัยและความสะดวกสบายในการใช้งานยานยนต์ ด้วยโซลูชันหลัก ได้แก่ ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง และโซลูชันซอฟต์แวร์และระบบอัจฉริยะ ด้วยชุดควบคุมอุปกรณ์ขับเคลื่อนที่หลากหลาย ช่วยให้ระบบบริหารจัดการการขับเคลื่อนรองรับการทำงานได้อย่างครอบคลุม เช่น ระบบช่วยเลี้ยวในพื้นที่แคบ ซึ่งช่วยยกระดับประสบการณ์การขับขี่ให้สอดคล้องกับผู้ใช้งานตามรายบุคคล พร้อมทั้งสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบการขับขี่ยานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์ ในขณะเดียวกัน บ๊อช ประเทศไทย ยังเดินหน้าขยายธุรกิจด้านเทคโนโลยีการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า เพื่อรองรับการเติบโตที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้กำหนดแผนการผลิตซึ่งมีการใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศเพิ่มขึ้นในปี พ.ศ. 2569
แผนกอะไหล่ยานยนต์ ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่งโดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการอะไหล่ซ่อมบำรุงหลัก อาทิ ใบปัดน้ำฝน แบตเตอรี่ หัวเทียน และไส้กรองต่าง ๆ การเติบโตดังกล่าวนี้ ได้รับการสนับสนุนจากการขยายเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายอย่างต่อเนื่อง รวมถึง ศูนย์บริการดีเซลบ๊อช และร้านจำหน่ายอะไหล่และแบตเตอรี่ ซึ่งช่วยขยายการเข้าถึงบริการให้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ ขณะเดียวกัน ช่องทางผู้ผลิตชิ้นส่วนอุปกรณ์ดั้งเดิมยังมีแนวโน้มทรงตัวจากความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับลูกค้ากลุ่มผู้ผลิตอุปกรณ์ดั้งเดิม
ในภาคธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภค แผนกเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ระดับพรีเมียมอย่างต่อเนื่อง อาทิ เครื่องซักผ้าและเครื่องอบผ้า Series 8 รวมถึงเครื่องดูดฝุ่นรุ่น Unlimited 10
แผนกเครื่องมือไฟฟ้า เสริมความแข็งแกร่งและรักษาตำแหน่งทางการตลาดได้อย่างต่อเนื่องผ่านการเติบโตในกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องมือไฟฟ้าไร้สาย การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ และการขยายโซลูชันสำหรับภาคอุตสาหกรรม การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่ประสบความสำเร็จ อาทิ ระบบจัดเก็บเครื่องมือ L?Boxx Contractor และปากกาวัดไฟแบบไม่สัมผัสแรงดันรุ่น GVD 1000?17 การยกระดับการมีส่วนร่วมทางดิจิทัล ควบคู่กับแคมเปญการตลาดที่มุ่งเป้าอย่างชัดเจน และมาตรการต่อต้านสินค้าลอกเลียนแบบ ช่วยให้การเติบโตธุรกิจออนไลน์ขยายการเข้าถึงลูกค้าทั่วประเทศได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
ในภาคธุรกิจเทคโนโลยีอุตสาหกรรม บ๊อช เร็กซ์รอธ ประเทศไทย ดำเนินธุรกิจในมาตรฐานที่มั่นคงและยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ตามความต้องการที่จะดำเนินธุรกิจด้วยระบบอัตโนมัติ เปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัล และการผลิตอย่างยั่งยืนในภาคอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น ยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ และโลจิสติกส์ บริษัทฯ เสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจหลักเช่น ไฮดรอลิก อย่างต่อเนื่อง พร้อมเร่งขยายการเติบโตในด้านระบบอัตโนมัติภายในโรงงาน ผ่านโซลูชันการขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์ นอกจากนี้ การพัฒนาพันธมิตรทางธุรกิจยังคงเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญ เพื่อขยายการเข้าถึงตลาดและส่งมอบโซลูชันคุณภาพสูงที่ตอบโจทย์ความต้องการในประเทศ
ในส่วนเทคโนโลยีหม้อไอน้ำอุตสาหกรรม บ๊อช เดินหน้าให้ความสำคัญกับโซลูชันหม้อไอน้ำที่มีประสิทธิภาพด้านพลังงาน เพื่อสนับสนุนกลุ่มลูกค้าที่ต้องการบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ความมุ่งมั่นดังกล่าวสะท้อนให้เห็นผ่านการลงนามบันทึกความเข้าใจร่วมกันกับบริษัท ไทยยูเนี่ยน ในปีที่ผ่านมา เพื่อศึกษาและพัฒนาโซลูชันหม้อไอน้ำที่ลดการปล่อยคาร์บอนและปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงาน เพื่อสนับสนุนเป้าหมายด้านความยั่งยืนของบริษัท
ในปี พ.ศ. 2568 Bosch ประเทศไทย ได้เปิดตัวโครงการ "Innovision Young Gen with Bosch" เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนรุ่นใหม่ พร้อมเปิดเวทีให้นักเรียน นักศึกษาได้แสดงศักยภาพ ความคิดสร้างสรรค์ และความคิดริเริ่มด้านนวัตกรรม นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมโครงการที่ได้รับการคัดเลือกยังได้รับโอกาสพิเศษในการขึ้นเวทีแบ่งปันประสบการณ์ในงาน Global Compact Network Thailand Expo ซึ่งช่วยขยายการมีส่วนร่วมกับเครือข่ายนักนวัตกรรมและผู้ที่มีแนวคิดร่วมกันในวงกว้างยิ่งขึ้น
กลยุทธ์ปี พ.ศ. 2573: นวัตกรรมและความแตกต่างคือกุญแจสู่การเติบโต
ปัจจุบันอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศจีนกำลังเป็นผู้กำหนดมาตรฐานระดับราคา ดังนั้น ฮาร์ตุง เล็งเห็นว่าการขยายบทบาทความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมเป็นปัจจัยสำคัญสู่ความสำเร็จในการขยายโอกาสทางธุรกิจ โดยเฉพาะในตลาดยานยนต์ รวมถึงการขับเคลื่อนกลยุทธ์ ของบริษัท ซึ่งตั้งเป้าให้ บ๊อช ก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในสามผู้จัดจำหน่ายชั้นนำในตลาดหลักของบริษัท อุปสรรคทางการค้าและความคาดหวังของผู้ใช้งานที่แตกต่างกันในแต่ละภูมิภาค นับเป็นทั้งความท้าทายและโอกาสในการพัฒนาโซลูชันเพื่อตอบสนองในแต่ละระดับภูมิภาค "ในการแข่งขันระดับนานาชาติ ความได้เปรียบไม่ได้อยู่ที่ต้นทุนเพียงอย่างเดียว แต่ที่สำคัญที่สุดคือการสร้างความแตกต่าง" ฮาร์ตุงกล่าว พร้อมชี้ว่าเครือข่ายการดำเนินงานระดับโลกของ บ๊อช คือข้อได้เปรียบเชิงการแข่งขัน "เราสามารถปรับข้อเสนอและห่วงโซ่อุปทานให้สอดคล้องกับเงื่อนไขของแต่ละภูมิภาค ขณะเดียวกัน ก็ยังคงส่งมอบคุณภาพในมาตรฐานระดับสากลได้" ในปีนี้ บ๊อช ก้าวสู่วาระครบรอบ 140 ปี ความมุ่งมั่นด้านนวัตกรรมที่สั่งสมมาอย่างยาวนานยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ก่อกำเนิดทิศทางเชิงกลยุทธ์ของบริษัท และตอกย้ำความตั้งใจในการรักษาบทบาทการเป็นพันธมิตรด้านเทคโนโลยีชั้นนำ ท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางธุรกิจและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
แนวโน้มธุรกิจปี 2026: วางรากฐานทางการเงินสำหรับการลงทุนเชิงกลยุทธ์ในอนาคต
บ๊อช ประเมินว่าแนวโน้มการชะลอตัวของเศรษฐกิจในปี พ.ศ. 2568 จะยังคงส่งผลต่อเนื่องมายังปีปัจจุบัน ด้วยระดับความไม่แน่นอนค่อนข้างสูง ซึ่งมีสาเหตุหลักจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และผลกระทบที่ยังไม่สามารถคาดการณ์ได้จากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งยังคงเป็นปัจจัยกดดันต่อระดับเงินเฟ้อและผลผลิตทางเศรษฐกิจโลกอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ แรงกดดันด้านราคาและการแข่งขันยังคงสูงอยู่ อย่างไรก็ตาม ในช่วงสามเดือนแรกของปี บ๊อช ยังคงสามารถรักษาระดับยอดขายไว้ได้ใกล้เคียงกับระยะเวลาเดียวกับของปีก่อนหน้า และเมื่อปรับผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนแล้ว รายได้เพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 5 ทั้งนี้ บ๊อช คาดว่าเศรษฐกิจโลกจะยังคงเติบโตในระดับปานกลาง ใกล้เคียงกับช่วงหลายปีที่ผ่านมา "ความสามารถในการแข่งขันคือรากฐานของการเติบโตอย่างมีกำไร และนั่นคือเหตุผลที่เรากำลังเร่งยกระดับศักยภาพด้านนี้อย่างจริงจัง" Markus Forschner สมาชิกคณะกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน (CFO) Robert Bosch GmbH กล่าว "สิ่งนี้ช่วยเสริมความแข็งแกร่งและความยืดหยุ่นของบริษัทในการรับมือกับความท้าทายที่กำลังจะเกิดขึ้น พร้อมทั้งเพิ่มขีดความสามารถในการลงทุนเพื่ออนาคตไปพร้อมกัน"
เทคโนโลยีเซนเซอร์ในฐานะกลไกขับเคลื่อนนวัตกรรม: ระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์แสริมความแข็งแกร่งด้านยอดขาย
บ๊อช เดินหน้าพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง อาทิ ไมโครอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยีเซนเซอร์ บ๊อช เชื่อมั่นในเทคโนโลยีภายใต้แนวคิด "เทคโนโลยีเพื่อชีวิต" ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญต่อการเติบโตในอนาคต ผู้เชี่ยวชาญประเมินว่าตลาดเซนเซอร์ทั่วโลกอาจมีมูลค่าสูงกว่า 440 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี พ.ศ. 2574 บ๊อช มีโอกาสได้รับประโยชน์จากการเติบโตอันเกิดจากการประยุกต์ใช้งานที่หลากหลาย ทั้งนี้ เซนเซอร์ของบริษัทมีบทบาทที่สำคัญเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่องในอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ ตัวอย่างเช่น แพลตฟอร์มเซนเซอร์ BMI5 ช่วยจำลองสภาพแวดล้อมได้อย่างสมจริง และช่วยให้หุ่นยนต์สามารถค้นหาเส้นทางและปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ในสภาพแวดล้อมที่ซับซ้อนหรือยากต่อการทำงาน ด้วยการนำเสนอโซลูชันเซนเซอร์ที่มีศักยภาพสูงสุดในปัจจุบัน บ๊อช ประเมินว่าบริษัทฯ มีความพร้อมอย่างยิ่งในการคว้าโอกาสจากกลุ่มตลาดที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ด้วยความพร้อมเชิงเทคโนโลยี บ๊อช ประเมินว่าบริษัทฯ อยู่ในสถานะที่เหมาะสมในการรองรับการขยายตัวของกลุ่มตลาดที่มีอัตราการเติบโตสูง โดยเฉพาะด้านการขับขี่อัตโนมัติ ซึ่งเซนเซอร์วัดแรงเฉื่อยถูกมองว่าเป็นองค์ประกอบหลักของเทคโนโลยีในอนาคต และมีศักยภาพในการสร้างยอดขายเพิ่มเติม เซนเซอร์เหล่านี้ช่วยให้ยานพาหนะสามารถระบุตำแหน่งและรับรู้สภาพแวดล้อมได้อย่างแม่นยำ แม้ในสถานการณ์ที่สัญญาณจากกล้องหรือระบบ GPS ไม่สามารถใช้งานได้ "เซนเซอร์เหล่านี้ทำงานในรถยนต์อัตโนมัติในลักษณะเดียวกับระบบการทรงตัวของหูชั้นในของมนุษย์" ฮาร์ตุง กล่าว โดยนักวิเคราะห์คาดว่าตลาดเซนเซอร์อัจฉริยะในภาคยานยนต์จะเติบโตกว่าสองเท่า และมีมูลค่าเกินกว่า 80,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในช่วงกลางทศวรรษหน้า
นวัตกรรมด้านการขับเคลื่อน: อัลกอริทึมและระบบส่งกำลังช่วยเร่งการเติบโต
บ๊อช คาดว่าภายในปี พ.ศ. 2573 ตลาดซอฟต์แวร์ยานยนต์จะมีมูลค่าราว 200 พันล้านยูโร จากปัจจัยดังกล่าว ฮาร์ตุง ประธานคณะกรรมการบริหารของ Robert Bosch GmbH ประเมินว่า การขับเคลื่อนด้วยระบบซอฟต์แวร์ เป็นโอกาสการเติบโตที่สำคัญในอนาคต "บ๊อช เป็นผู้นำในด้านนี้ และกำลังผสาน AI เข้ากับประสบการณ์การขับขี่อย่างเป็นรูปธรรม" ฮาร์ตุง กล่าว Bosch AI Extension Platform รุ่นใหม่ เป็นคอมพิวเตอร์ประมวลผลสมรรถนะสูงที่รองรับการทำงานของปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งเมื่อนำมาผสานร่วมกับโซลูชันการตรวจจับและรับรู้ภายในห้องโดยสาร จะเปลี่ยนการขับขี่ให้กลายเป็นประสบการณ์ที่ปรับแต่งเฉพาะบุคคลได้อย่างลึกซึ้ง "รถยนต์สามารถเรียนรู้ลักษณะเฉพาะผู้ขับขี่และผู้โดยสาร และปรับทุกองค์ประกอบของยานยนต์ให้เหมาะสม ตั้งแต่การควบคุมการขับขี่ไปจนถึงระบบความปลอดภัยในกรณีเกิดอุบัติเหตุ" นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ในโซลูชันระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตทางธุรกิจทั่วโลก ร่วมกับเทคโนโลยีเซนเซอร์และคอมพิวเตอร์ยานยนต์ส่วนกลาง บ๊อช ได้รับคำสั่งซื้อรวมมูลค่า 10 พันล้านยูโรในปี พ.ศ. 2568 "รถยนต์แห่งอนาคตจะต้องอาศัยทั้งอัลกอริทึมและระบบขับเคลื่อนควบคู่กัน" ฮาร์ตุงกล่าวถึงการขยายตัวของธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า พร้อมระบุว่า "ภายในปีนี้ บ๊อช จะส่งมอบโซลูชันและส่วนประกอบสำหรับการขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้ามากกว่า 7 ล้านหน่วย" โดยเมื่อเร็ว ๆ นี้ บ๊อช ได้ประกาศการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนกับ Tata AutoComp Systems ในประเทศอินเดีย โดยตั้งแต่ช่วงกลางปีเป็นต้นไป บริษัทร่วมทุนดังกล่าวจะมุ่งเน้นการพัฒนา การผลิต และการจำหน่ายเพลาขับไฟฟ้าและมอเตอร์ไฟฟ้าเพื่อตอบสนองตลาดในอินเดีย
นวัตกรรมในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคและบริการ: ปัญญาประดิษฐ์เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของธุรกิจ
นอกจากนี้ AI ยังเป็นโอกาสการเติบโตที่สำคัญทั้งในธุรกิจบริการและผลิตภัณฑ์ เช่น เตาอบรุ่นใหม่ที่ติดตั้งฟังก์ชันสั่งงานด้วยเสียงบนพื้นฐานของ AI ได้ช่วยเปิดโอกาสด้านการขายให้กับกลุ่มธุรกิจ BSH Hausgeraete ทั้งนี้ ระบบดังกล่าวไม่ต้องพึ่งพาลำโพงภายนอกหรือแอปพลิเคชันเพิ่มเติมแต่อย่างใด ขณะเดียวกัน ธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านในกลุ่มตลาดระดับพรีเมียมและลักชัวรีทั่วโลกยังมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในตลาดอเมริกาเหนือ นักวิเคราะห์ตลาดคาดการณ์ว่ายอดขายเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านทั่วโลกจะมีปริมาณรวมราว 5 พันล้านเครื่อง ภายในปี พ.ศ. 2573 AI มีบทบาทสำคัญในการผลักดันนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเครื่องมือไฟฟ้า โดยนับตั้งแต่ต้นปี กลุ่มผลิตภัณฑ์ "Expert" จำนวน 30 รุ่นแรกได้เข้าสู่ตลาด และยกระดับมาตรฐานใหม่ของเครื่องมือไฟฟ้าสำหรับการใช้งานระดับมืออาชีพ ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวรวมถึงเครื่องสแกนผนังรุ่นใหม่ ซึ่งสามารถตรวจจับวัตถุในผนังหลากหลายประเภท และเป็นครั้งแรกที่นำเทคโนโลยีระบบเรดาร์ของ บ๊อช มาทำงานร่วมกับเทคโนโลยี AI ธุรกิจด้านบริการของ บ๊อช ก็ได้ใช้ประโยชน์จากการนำปัญญาประดิษฐ์ มาใช้งานเช่นกัน หน่วยกลุ่มบริการธุรกิจและโซลูชั่นระดับโลก คาดว่าจะสามารถสร้างการเติบโตของยอดขายเฉลี่ยในระดับสองหลักต่อปีภายในปี พ.ศ. 2573 ด้วยแอปพลิเคชันที่ขับเคลื่อนด้วย AI หมวดงานบริการครอบคลุมถึงโซลูชันด้านการเดินทางและขนส่งแบบดิจิทัล เช่น ระบบ eCall และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน รวมถึงบริการสำหรับผู้ประกอบการกองยานพาหนะและผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์
ผลการดำเนินงานปีธุรกิจ พ.ศ. 2568: ความแข็งแกร่งทางการเงิน สภาพคล่อง และการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา
ในปีธุรกิจ พ.ศ. 2568 บ๊อช สามารถสร้างกระแสเงินสดอิสระในระดับบวกประมาณ 300 ล้านยูโร (ปี พ.ศ. 2567: ประมาณ 900 ล้านยูโร) ขณะที่สัดส่วนการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาอยู่ที่ ร้อยละ 8.7 ของยอดขาย (ปี พ.ศ. 2567: ร้อยละ 8.6) โดยมีค่าใช้จ่ายด้านการวิจัยและพัฒนารวมกว่า 7.9 พันล้านยูโร Markus Forschner สมาชิกคณะกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน (CFO) บริษัท Robert Bosch GmbH กล่าวว่า "แม้ในช่วงเวลาที่ท้าทาย บ๊อช ยังคงพร้อมที่จะลงทุนล่วงหน้าอย่างต่อเนื่อง" พร้อมเสริมว่า "การลงทุนในสินทรัพย์ถาวรยังคงอยู่ในเกณฑ์สูง" โดยบริษัทได้ดำเนินการลงทุนล่วงหน้าในหลากหลายผลิตภัณฑ์ที่มีความสำคัญเชิงกลยุทธ์ในด้านยานยนต์ไฟฟ้า เซมิคอนดักเตอร์ และเทคโนโลยีระบบควบคุมเบรกขั้นสูง ด้วยอัตราส่วนเงินทุนที่ร้อยละ 41.6 หุ้นส่วนของทุนยังคงอยู่ในระดับแข็งแกร่ง (ปี พ.ศ. 2567: ร้อยละ 44.3) โดยกลุ่มบริษัท บ๊อช ยังคงรักษาความมั่นคงทางการเงินไว้ได้ แม้ว่าสภาพคล่องตามงบกระแสเงินสดรวมจะปรับลดลงมาอยู่ที่ 7,400 ล้านยูโร เทียบกับ 8,200 ล้านยูโรในปีก่อนหน้า
ทั้งนี้ บ๊อช ได้ดำเนินการลงทุนเชิงรุกในหลายภาคธุรกิจที่มีความสำคัญต่ออนาคต อาทิ ยานยนต์ไฟฟ้า เซมิคอนดักเตอร์ และระบบควบคุมเบรกขั้นสูงที่ใช้เทคโนโลยีล้ำสมัย สัดส่วนเงินทุน ของ บ๊อช ยังคงอยู่ในระดับสูงที่ ร้อยละ 41.6 (ปี พ.ศ. 2567: ร้อยละ 44.3) โดยกลุ่มบริษัท บ๊อช ยังคงมีความแข็งแกร่งทางการเงินอย่างมั่นคง แม้ว่าสภาพคล่องตามงบกระแสเงินสดรวมจะลดลงมาอยู่ที่ 7.4 พันล้านยูโร (ปี พ.ศ. 2567: 8.2 พันล้านยูโร)
ปีธุรกิจ พ.ศ. 2568: การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างจำนวนพนักงาน
ณ สิ้นปี พ.ศ. 2568 กลุ่มบริษัท บ๊อช มีจำนวนพนักงานทั่วโลกทั้งสิ้น 412,774 คน (ปี พ.ศ. 2567: 417,859 คน) ลดลงประมาณ ร้อยละ 1 หรือคิดเป็นจำนวน 5,085 คน โดยการปรับลดดังกล่าวส่งผลกระทบมากที่สุดต่อกลุ่มธุรกิจด้านยานยนต์และในระดับภูมิภาค โดยเฉพาะในประเทศเยอรมนี
ปอร์เช่ เปิดคัว คาเยนน์ คูเป้ อิเล็กทริค ใหม่ ยกระดับประสบการณ์ SUV ด้วยพลังงานไฟฟ้าและดีไซน์จาก 911 ในตำนาน
พลัส พร็อพเพอร์ตี้ วาง BCP รับความเสี่ยงพลังงานไฟฟ้า ย้ำ "อาคารต้องพร้อมมากกว่าที่เคย"
บางจากฯ ส่งมอบรถดับเพลิง EV คันแรกของไทย โดยความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ให้บริการในชุมชน เสริมคุณภาพชีวิต ความปลอดภัย และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
"นิวสกาย เอ็นเนอร์จี" เดินเครื่องสำเร็จ First Synchronization โครงการกำจัดมูลฝอยอ่อนนุช ป้อนพลังงานสะอาดสู่ระบบไฟฟ้าไทย เสริมความมั่นคงพลังงานยั่งยืน
ปอร์เช่ ประเทศไทย คว้ารางวัล The Most Exciting SUV EV ในงานมอเตอร์โชว์ 2026 ตอกย้ำความสำเร็จการเปิดตัวคาเยนน์ อิเล็กทริค ใหม่
ฮุนไดเร่งเครื่องแรง! รุกไม่พัก ส่งตัวท็อปล่าสุดชนมอเตอร์โชว์ 2026 กับ Hyundai new STARGAZER และ Hyundai all-new SANTA FE Hybrid with HTRAC AWD ครบ จบ ทั้งฟังก์ชัน-ไฮเทค-ปลอดภัย
OMODA & JAECOO ยกทัพยนตรกรรมไฟฟ้าหลากสไตล์ บุกงาน Motor Show 2026! นำทัพโดย THE NEW OMODA C5 EV และนวัตกรรมอัจฉริยะที่ตอบโจทย์ทุกการขับขี่อย่างยั่งยืน
เมอร์เซเดส-เบนซ์ เปิดตัว The-all new electric CLA ในราคา 2.29 ล้านบาท เฉลิมฉลอง 140 ปี แห่งนวัตกรรมยานยนต์กับข้อเสนอพิเศษ "140 Years of Innovation Offer"