บมจ. ไทย ออโต ทูลส์ แอนด์ ดาย (TATG) รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1/69 กวาดรายได้รวม 611.32 ลบ. ปรับตัวลดลงเล็กน้อยจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ยังคงรักษาอัตราการทำกำไรได้ดีที่ 18.23 ลบ. เติบโตเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 36.86% โตสวนกระแสอุตสาหกรรมยานยนต์ที่เติบโตแบบค่อยเป็นค่อยไป หวังดีมานด์โดยรวมกลับมาปรับตัวดีขึ้น จากแรงหนุนด้านความต้องการของผู้เปิดใจในกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้า และมาตรการสนับสนุนต่างๆ จากภาครัฐ รวมถึงเทคโนโลยีที่ทันสมัย ด้าน AI Automation จะเข้ามาช่วยเสริมประสิทธิภาพในการผลิต ช่วยเพิ่มอัตราการทำกำไรให้สูงขึ้น ส่งให้อุตสาหกรรมยานยนต์กลับมาคึกคักได้อีกครั้ง
ดร.พยุง ศักดาสาวิตร ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทย ออโต ทูลส์ แอนด์ ดาย จำกัด (มหาชน) หรือ TATG ผู้ออกแบบและผลิตเครื่องมือสำหรับอุตสาหกรรมรถยนต์ (Tooling) ครอบคลุมถึงการออกแบบและผลิตแม่พิมพ์สำหรับปั๊มขึ้นรูปโลหะ (Stamping Dies) อุปกรณ์จับยึดเพื่อการตรวจสอบ (Checking Fixtures) อุปกรณ์จับยึดเพื่อการประกอบ (Assembly Jigs) และผลิตชิ้นส่วนรถยนต์แบบปั๊มขึ้นรูปโลหะ (Automotive Press Parts) แบบ One Stop Service เปิดเผยผลการดำเนินงานของ TATG ในงวดไตรมาส 1/69 บริษัทฯ มีรายได้รวมจำนวน 611.32 ล้านบาท ปรับตัวลดลงเล็กน้อยร้อยละ 9.64 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากการหดตัวของรายได้ธุรกิจผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ คิดเป็นร้อยละ 8.49 และรายได้ธุรกิจออกแบบผลิตเครื่องมือ คิดเป็นร้อยละ 20.39 ซึ่งเป็นผลกระทบต่อเนื่องจากการชะลอตัวของกลุ่มลูกค้ารถยนต์สันดาปและรถกระบะ ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้า และมาตรการสินเชื่อที่เข้มงวดขึ้น ส่งผลให้กำลังซื้อและปริมาณคำสั่งซื้อในตลาดโดยรวมปรับตัวลดลง
ขณะเดียวกัน บริษัทฯ สามารถรักษาระดับการทำกำไรสุทธิได้ที่ 18.23 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 4.91 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 36.86 โดยปัจจัยหลักมาจากการบริหารจัดการ โครงสร้างต้นทุนและค่าใช้จ่ายดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ต้นทุนขาย ต้นทุนบริการ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการขายปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
จากการประเมินภาพรวมกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ ในไตรมาส 1/69 จะเห็นได้ว่ามีการปรับตัวไปในทิศทางที่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2568 โดยส่วนหนึ่งได้รับแรงสนับสนุนจากงาน Bangkok International Motor Show และการเร่งการผลิตเพื่อส่งออก ทั้งนี้กลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ยังคงเป็นดาวเด่นเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยมาตรการ EV 3.5 ยังคงมีผลบังคับใช้จนถึงสิ้นปี 2570 โดยใน ปี 2569 นี้ เงื่อนไขการผลิตชดเชยจะเข้มงวดขึ้นเป็นอัตรา 1:2 (นำเข้า 1 คัน ต้องผลิตในไทย 2 คัน) ทั้งนี้ยังคงมีปัจจัยสนับสนุนการเติบโตของรถยนต์ไฟฟ้าจากสถานการณ์สงครามระหว่างสหรัฐและอิหร่านที่ส่งผลต่อราคาน้ำมันโลกที่พุ่งสูงขึ้นในหลายๆประเทศ รวมถึงสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่ถดถอยมาก่อนหน้าแล้วนั้น ส่งผลกระทบโดยตรงให้ผู้บริโภคหันมาสนใจกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) และ รถยนต์ Hybrid (HEV) เพิ่มมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ทั้งนี้ตามรายงานของสภาอุตสาหกรรมชี้ให้เห็นว่า Segment ของรถกระบะ (PPV) ยังคงเผชิญกับความท้าทาย จากปัญหาหนี้ครัวเรือนที่ยังสูงและความเข้มงวดของสินเชื่อ ภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไปจึงส่งผลต่อ กลุ่มรถกระบะ (PPV) และรถยนต์สันดาป (ICE) เดิมที่อยู่ในช่วงการปรับตัวอย่างหนักภายใต้การเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม
โดย ดร.พยุง กล่าวเพิ่มเติมว่า ถึงแม้ภาพรวมและทิศทางต่างๆ ในปี 2569 จะไม่เอื้ออำนวยต่อการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยมากนัก แต่ถึงอย่างไรกำลังซื้อและความต้องการด้านการใช้งานรถยนต์ก็ยังมีความจำเป็น และมีดีมานด์เข้ามาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ปัจจัยเชิงบวกที่มีผลต่อการเติบโตของบริษัทฯ ในอนาคต ก็ยังเป็นแรงหนุนได้เป็นอย่างดี ได้แก่ 1) การเข้ามาของเทคโนโลยี AI Automation ในการเพิ่มประสิทธิภาพของการผลิต เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน และลดการสูญเสียในระบบการผลิต ทำให้บริษัทฯ สามารถรักษาอัตรากำไร (Margin) ได้ดีแม้ในสภาวะที่ราคาวัตถุดิบมีการผันผวน 2) ปัจจัยจากทิศทางเศรษฐกิจและนโยบายภาครัฐ ที่สนับสนุนให้รถยนต์นั่งแบบไฟฟ้า (BEV) และรถยนต์นั่งแบบ Hybrid (HEV) เป็น Segment หลักที่ขยายตัวอย่างชัดเจน จากความต้องการของผู้บริโภค รวมถึงการสนับสนุนให้มีการใช้การผลิตชิ้นส่วนภายในประเทศ ยังเป็นโอกาสให้ผู้ประกอบการได้มีโอกาสในการแข่งขันในตลาดได้มากขึ้น
ทั้งนี้ด้วยศักยภาพในการบริการแบบครบวงจร (One-Stop Service) ของกลุ่มบริษัท ไทย ออโต ทูลส์ นั้น ยังคงสามารถรักษามาตรฐานในการให้บริการ และรักษาฐานลูกค้าหลักได้อย่างเหนียวแน่น ส่งผลให้กลุ่มบริษัทฯ ยังคงแข่งขันได้แม้ในสภาวะของการเปลี่ยนถ่ายของอุตสาหกรรมยานยนต์ได้เป็นอย่างดี พร้อมไปต่อเดินหน้าธุรกิจ มุ่งสู่การเป็นผู้นำอุตสาหกรรมแม่พิมพ์โลหะ อุปกรณ์จับยึด และชิ้นส่วนยานยนต์ในภูมิภาคเอเชีย ด้วยความเชี่ยวชาญ และขีดความสามารถในการแข่งขันเหนือคู่แข่ง ดันเป้าหมายรายได้ในปี 2569 ให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง
TATG โชว์ผลงาน Q3/68 กำไรพุ่ง 187% งวด 9 เดือน กวาดรายได้ทะลุ 2,000 ลบ. มอง Q4/68 รับแรงหนุนตลาดยานยนต์ฟื้นตัว - EV โตแรง - บริหารต้นทุนโดดเด่น
TATG ประกาศผลงานครึ่งปีแรก 68 กวาดรายได้ 1,376 ลบ. กำไร 42.5 ลบ. มองครึ่งปีหลัง รับดีมานด์ในประเทศ นโยบายรัฐหนุนอุตฯ ยานยนต์
TATG โชว์งบ Q1/68 กำไรโต 31% รับธุรกิจกลุ่ม Tooling พุ่ง - คุมต้นทุนเยี่ยม ลุยเสริมแกร่งเครื่องจักรอัตโนมัติ วางเป้ารายได้ปี 68 โตอีก 10%
TATG โชว์ผลงานปี 67 ปั๊มรายได้ 2,701 ล้านบาท - กำไรโตกว่า 46% เสริมแกร่งสายการผลิต รับดีมานด์ปี 68 มองอุตสาหกรรมยานยนต์ฟื้นตัว
TATG เผยผลงาน 9 เดือนปีนี้ ปั๊มรายได้ 2,040 ลบ. เดินหน้าลงทุนเครื่องจักรใหม่ รองรับดีมานด์อุตสาหกรรมยานยนต์ฟื้น
ก.ล.ต. นับหนึ่งไฟลิ่ง "บมจ. ไทย ออโต ทูลส์ แอนด์ ดาย" เสนอขาย IPO 100 ล้านหุ้น เดินหน้าเข้า mai พร้อมยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์
ไทย ออโต ทูลส์ แอนด์ ดาย รับรางวัลธุรกิจดาวเด่น จากชมรมบัวหลวง เอสเอ็มอี
"ไทย ออโต ทูลส์ แอนด์ ดาย (TATG)" ผู้ผลิตแม่พิมพ์โลหะ และชิ้นส่วนยานยนต์ ยื่นไฟลิ่งขายไอพีโอ 100 ล้านหุ้น จ่อเทรดใน SET