บริษัท ฐิติกร จำกัด (มหาชน) หรือ TK ผู้ให้บริการเช่าซื้อรถจักรยานยนต์รายใหญ่ในประเทศไทย รายงานผลประกอบการไตรมาส 1/2569 รายได้รวม 222.8 ล้านบาท กำไรสุทธิ 23.1 ล้านบาท เผยหลังกลับมาเพิ่มการปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ในประเทศ ส่งผลการปล่อยสินเชื่อรถจักรยานยนต์รวมไตรมาส 1/2569 เพิ่มขึ้นกว่า 250% หรือ 2.5 เท่า เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา (YoY) ขณะที่ประสิทธิภาพการเก็บหนี้ดีขึ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศ พร้อมเดินหน้าตามแผนปี 2569 ตั้งเป้าพอร์ตสินเชื่อโต 50% จากปี 2568 โดยเฉพาะจากพอร์ตกลุ่มสินเชื่อที่มีหลักประกันและให้ผลตอบแทนเหมาะสมกับความเสี่ยง หนุนด้วยสภาพคล่องเงินสด เงินฝาก และเงินลงทุนรวม 3,342.0 ล้านบาท ณ ไตรมาส 1/2569 รองรับการขยายธุรกิจให้บรรลุเป้าหมาย
นางสาวปฐมา พรประภา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฐิติกร จำกัด (มหาชน) หรือ TK กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ได้มีมติอนุมัติงบการเงินสำหรับรอบบัญชีสิ้นสุดไตรมาส 1/2569 บริษัทฯ มีรายได้รวม 222.8 ล้านบาท ลดลง 16.8% จาก 267.9 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 23.1 ล้านบาท ลดลง 55.9% จาก 52.5 ล้านบาท ในช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา ทั้งนี้รายได้และกำไรสุทธิจากการดำเนินงานในไตรมาส 1/2569 สูงกว่าไตรมาสที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นถึงทิศทางการกลับมาเดินหน้าธุรกิจของบริษัทฯ อย่างชัดเจน หลังจากที่ TK ได้กลับมาเพิ่มการปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ในประเทศตั้งแต่ไตรมาส 2 ปี 2568 ที่ผ่านมา ภายหลังภาครัฐมีความชัดเจนในแนวทางการกำกับดูแลธุรกิจเช่าซื้อลีสซิ่ง
"สำหรับทิศทางการดำเนินธุรกิจในปี 2569 บริษัทฯ ตั้งเป้าการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อรวมเพิ่มขึ้น 50% จากปี 2568 ภายใต้กลยุทธ์ "เติบโตอย่างมีคุณภาพ" ด้วยการเน้นขยายพอร์ตในกลุ่มสินเชื่อที่มีหลักประกัน ครอบคลุม 4 ผลิตภัณฑ์หลัก ได้แก่ สินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ สินเชื่อจำนำทะเบียน สินเชื่อเช่าซื้อเครื่องจักร และสินเชื่อโซล่าเซลล์ ควบคู่กับการรักษาวินัยทางการเงินและบริหารต้นทุนทางการเงินให้อยู่ในระดับต่ำอย่างต่อเนื่อง" นางสาวปฐมา กล่าว
ทั้งนี้ ณ สิ้นปี 2568 บริษัทฯ มีสภาพคล่องซึ่งเป็นเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด รวมถึงเงินฝากประจำกับธนาคารและเงินลงทุนรวม 3,342.0 ล้านบาท (งบรวม) ซึ่งเป็นสภาพคล่องส่วนเกินจำนวนมากพอที่บริษัทฯ พร้อมนำมาใช้ปล่อยสินเชื่อ เพื่อสนับสนุนการขยายพอร์ตให้บรรลุเป้าหมายการดำเนินงานในปี 2569
ด้าน นายประพล พรประภา กรรมการและรองผู้จัดการ บริษัท ฐิติกร จำกัด (มหาชน) หรือ TK กล่าวว่า ในไตรมาส 1/2569 รายได้รวม 222.8 ล้านบาท โดยกว่า 49.4% ของรายได้มาจากบริการสินเชื่อรถจักรยานยนต์ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของ TK ขณะที่รายได้อื่น ๆ อาทิ รายได้จากรถเช่า สินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ สินเชื่อจำนำทะเบียนรถจักรยานยนต์ ฯลฯ มี 50.6% สำหรับพอร์ตสินเชื่อในประเทศและต่างประเทศ ณ ไตรมาส 1/2569 มีสัดส่วน 42 : 58 รวมมูลค่าพอร์ตเช่าซื้อรวม 1,896.9 ล้านบาท ทั้งนี้ ยอดปล่อยสินเชื่อรถจักรยานยนต์ของทั้ง 3 ประเทศ คือ ประเทศไทย กัมพูชา และ สปป.ลาว ในไตรมาส 1/2569 เติบโตมากกว่า 250% หรือ 2.5 เท่า เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา (YoY) ซึ่งทั้ง 3 ตลาด ยอดปล่อยสินเชื่อเติบโตต่อเนื่อง 2 ไตรมาส ตั้งแต่ไตรมาส 4/2568 ในด้านการบริหารต้นทุน บริษัทฯ มีค่าใช้จ่ายรวม 199.1 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายในการบริหาร 146.5 ล้านบาท ต้นทุนทางการเงิน 2.4 ล้านบาท สถานะเงินสด เงินฝากธนาคาร และเงินลงทุน อยู่ที่ 3,342.0 ล้านบาท และอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) อยู่ที่ 0.06 เท่า
TK ยังคงให้ความสำคัญกับการบริหารค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่แน่นอน ทั้งจากปัจจัยภายในด้านหนี้ครัวเรือนที่ยังคงสูง และปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางที่กระทบต่อราคาพลังงาน การท่องเที่ยวที่ชะลอตัว ค่าครองชีพของประชาชนที่อยู่ในระดับสูง รวมถึงราคาน้ำมันที่ปรับเพิ่มขึ้นซึ่งเป็นการเพิ่มต้นทุนให้แก่บริษัทฯ
นายประพล กล่าวเพิ่มเติมถึงแผนการดำเนินงานเพื่อให้บรรลุเป้าหมายในปี 2569 ว่า สำหรับตลาดในประเทศในปีนี้บริษัทฯ ยังไม่มีแผนขยายสาขาเพิ่มเติม แต่จะมุ่งเน้นการพัฒนาสาขาที่มีอยู่ให้มีประสิทธิภาพในการทำงานที่ดียิ่งขึ้น ทั้งในด้านยอดการปล่อยสินเชื่อและการบริการลูกค้า ควบคู่ไปกับการควบคุมคุณภาพลูกหนี้ การเพิ่มประสิทธิภาพในการติดตามทวงถามหนี้ และการให้ความช่วยเหลือลูกค้าตามแนวทางของธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งสะท้อนผลในไตรมาส 1/2569 ผ่านอัตราการเก็บหนี้ที่ปรับตัวดีขึ้น เพื่อให้พอร์ตเติบโตอย่างแข็งแรงและมีคุณภาพ
ขณะที่ตลาดต่างประเทศ ภาพรวมไตรมาส 1/2569 พอร์ตลูกหนี้ในต่างประเทศ เพิ่มขึ้น 17.5% จากสิ้นปี 2568 โดย 909.4 ล้านบาท เป็นพอร์ตลูกหนี้ในกัมพูชา ซึ่งเติบโตขึ้น 18.2% และ 188.7 ล้านบาท เป็นพอร์ตลูกหนี้ใน สปป.ลาว ซึ่งเติบโตขึ้น 14.6% ทั้งนี้ ในประเทศกัมพูชา บริษัทฯ คาดว่าจะมีการขยายสาขาเพิ่มในจังหวัดที่เศรษฐกิจมีการเติบโต เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการและคาดว่าจะเปิดสาขาเพิ่มได้ภายในปีนี้ ส่วนใน สปป. ลาว ยังคงดำเนินงานในสาขาเดิม โดยยังไม่มีแผนขยายสาขาเพิ่มในปีนี้
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีและแอปพลิเคชันอย่างต่อเนื่อง เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้าและช่วยลดต้นทุนในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนลูกค้าใช้งานเพิ่มขึ้น สะท้อนถึงการตอบรับเชิงบวกของลูกค้าต่อระบบดิจิทัลของบริษัทฯ
"TK ยังคงเดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน ด้วยจุดแข็งด้านสภาพคล่องที่แข็งแกร่ง ความเชี่ยวชาญในธุรกิจเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ที่สั่งสมมายาวนาน และเครือข่ายสาขาในตลาดเป้าหมายทั้งในประเทศและต่างประเทศ ควบคู่กับการพัฒนาผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่หลากหลายเพื่อตอบโจทย์ลูกค้า โดยมีการสร้างคุณค่าให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่ายเป็นจุดหมายปลายทาง" นายประพล กล่าวสรุป
TK รักษามาตรฐานการกำกับดูแล ได้ 100 คะแนนเต็ม AGM Checklist ต่อเนื่อง 18 ปีซ้อน
TK พร้อมรับการกำกับ ธปท. ชี้หากหลักเกณฑ์เช่าซื้อใหม่เข้มเกิน เสี่ยงผู้บริโภคหันสู่หนี้นอกระบบ เสนอ 3 แนวทาง "คุ้มครอง-เข้าถึง-ยั่งยืน"
TK ประชุมผู้ถือหุ้นปี 2568 อนุมัติปันผล 0.20 บาท/หุ้น รวมจ่ายปันผล 100 ลบ.
TK ผลประกอบการ 2567 รายได้ 1,295.7 ล้านบาท ปันผล 100 ล้านบาท 0.20 บาทต่อหุ้น ย้ำฐานการเงินแน่น พร้อมมองหาโอกาสลงทุน เน้นลูกค้าคุณภาพ มุ่งโตยั่งยืน
TK ผลประกอบการไตรมาส 3/2567 รายได้รวม 288.4 ล้านบาท มูลค่าพอร์ตลูกหนี้ เช่าซื้อ - กู้ยืม 2,210 ล้านบาท
TK รับรางวัล Investors' Choice Award ปี 2567 คะแนนเต็ม 100 ต่อเนื่อง 17 ปี
TK ครึ่งปี 67 รายได้รวม 694.8 ล้านบาท คงเดินเกมเข้มงวดอนุมัติสินเชื่อ ถือเงินสดและเงินฝาก 2,690.5 ล้าน พร้อมปล่อยให้ลูกหนี้คุณภาพ
TK นำทีมจิตอาสารวมใจบริจาคโลหิตให้แก่โรงพยาบาลศิริราช ปริมาณโลหิตบริจาคต่อเนื่อง 23 ครั้ง รวม 836,000 ซีซี