มูลนิธิใบไม้ปันสุข จัดกิจกรรม "เสริมพลังครูต้นแบบ สร้างเครือข่ายการเรียนรู้" ณ โรงกลั่นน้ำมันบางจาก พระโขนง เพื่อขยายผลการพัฒนาครูชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 (ป.1) ในการแก้ไขปัญหาเด็กอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ โดยการสร้างเครือข่ายผ่านครูต้นแบบ เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์ไปสู่โรงเรียนในวงกว้าง มูลนิธิใบไม้ปันสุข กลุ่มบริษัทบางจาก ดำเนินงานร่วมกับทุ่งสักอาศรม ในการพัฒนาครู ป.1 และบุคลากรทางการศึกษา ผ่านโครงการ "อ่านเขียนเรียนสนุก ปั้นเด็กจิ๋วเป็นเด็กแจ๋ว" โดยมุ่งเน้นการพัฒนากระบวนการสอนภาษาไทยอย่างเป็นระบบ ควบคู่กับการติดตามและให้คำแนะนำครูอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เด็กสามารถอ่านออกเขียนได้อย่างมีคุณภาพ ปัจจุบันมีโรงเรียนในเครือข่ายกว่า 370 แห่ง ใน 61 จังหวัดทั่วประเทศ
นายยอดพจน์ วงศ์รักมิตร ประธานกรรมการมูลนิธิใบไม้ปันสุข กล่าวว่า มูลนิธิใบไม้ปันสุขก่อตั้งโดยกลุ่มบริษัทบางจาก ที่ได้รับการสนับสนุนจากภาคส่วนต่าง ๆ ที่มีความตั้งใจร่วมกันเพื่อขับเคลื่อนงานด้านการศึกษา โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาเด็กอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ โดยเฉพาะการพัฒนาครูชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ซึ่งเป็นพื้นฐานการเรียนรู้ของเยาวชน ด้วยจุดเริ่มต้นของการอ่าน การเขียน จะส่งผลต่อ ความคิดและการเรียนรู้ในทุกช่วงชั้น
จากการสังเกตการณ์กิจกรรมนี้ พบว่า "การจัดเวทีให้คุณครูได้ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกันจะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งและสนับสนุนให้เกิดการทำงานรูปแบบเครือข่ายยิ่งขึ้น โดยมูลนิธิฯ จะส่งเสริมให้มีกิจกรรมในลักษณะนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความยั่งยืนและขยายผลเชิงบวกต่อระบบการศึกษาไทยให้มากขึ้น นอกจากนี้ในการก้าวสู่ปีที่ 10 มูลนิธิฯ ยังเตรียมพัฒนาระบบสารสนเทศมาใช้บริหารข้อมูลและเป็นช่องทางสื่อสาร เพื่อแบ่งปันข้อมูล ส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้ด้านอ่านออกเขียนได้ให้กับคุณครูและติดตามผลได้อย่างเป็นระบบขึ้น"
นางสาวในดวงตา ปทุมสูติ นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านการแก้ไขปัญหาเด็กอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ ทุ่งสักอาศรม กล่าวว่า การสอนให้เด็กอ่านออกเขียนได้ นอกจากต้องอาศัยแบบฝึกหัดในการแจกลูกสะกดคำที่เรียงลำดับทักษะอย่างเป็นระบบแล้ว "บันไดทักษะ 4 ขั้น" ยังเป็นหัวใจสำคัญที่จะนำพาให้เด็กอ่านออกเขียนได้อีกด้วย
ตลอด 10 ปี ที่ทุ่งสักอาศรมร่วมงานกับมูลนิธิใบไม้ปันสุข คือ ข้อพิสูจน์ที่ชัดเจน การอบรมและติดตามเยี่ยมโรงเรียน เพื่อให้คำแนะนำ ช่วยเหลือคุณครู ป.1 อย่างต่อเนื่อง ช่วยแก้ไขปัญหา ทำให้เห็นการเปลี่ยนแปลงของครู นักเรียนอย่างเป็นรูปธรรมและวัดผลได้ เพราะเมื่อครูผ่านการเรียนรู้และลงมือทำอย่างต่อเนื่องทุกวัน จะเกิดความมั่นใจควบคู่กับการได้เห็นพัฒนาการที่ดีของลูกศิษย์ และเมื่อครูสอนได้อย่างครบถ้วนแม่นยำจนเป็นต้นแบบที่สมบูรณ์ ก็ย่อมได้รับความเชื่อมั่นที่จะเป็นผู้ร่วมเผยแพร่ให้กับเพื่อนครูทั้งภายในและนอกโรงเรียน อันเป็นการส่งต่อที่ไม่สิ้นสุด ขยายเป็นเครือข่ายการทำงานร่วมกัน สิ่งสำคัญก็คือ ต้องสอนด้วยแนวทางบันไดทักษะ 4 ขั้น ด้วยความเคารพ เคร่งครัด และครบถ้วน ก็จะช่วยให้การขยายเครือข่ายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
ดร.สุรพล ศรีศิลป์ ผู้อำนวยการกลุ่มนิเทศ ติดตาม และประเมินผลการจัดการศึกษา สพป.แม่ฮ่องสอน เขต 2 ระบุว่า "การพัฒนาทักษะการอ่านออกเขียนได้ในพื้นที่แม่ฮ่องสอนมีความท้าทายจากความหลากหลายทางชาติพันธุ์และข้อจำกัดด้านภูมิศาสตร์ อย่างไรก็ตาม จากการทำงานร่วมกับมูลนิธิใบไม้ปันสุขและทุ่งสักอาศรมตลอด 2 ปีที่ผ่านมา พบการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนทั้งในด้านศักยภาพครูและผลลัพธ์ของนักเรียน ไม่เพียงสะท้อนผ่านผลการเรียนที่ดีขึ้น แต่รวมถึงความมั่นใจและความสุขของเด็กในการเรียนรู้"
นางสาวอรพินท์ บุตรงาม ครูประจำชั้น ป. 1 โรงเรียนวัดโตนดเตี้ย (ครูต้นแบบ) กล่าวว่า "แนวทาง "บันไดทักษะ 4 ขั้น" ช่วยให้เด็กอ่านออกเขียนได้จริง จากการปรับวิธีสอนและลงมือทำอย่างต่อเนื่อง จากเดิมที่นักเรียนอ่านคำนอกบทเรียนไม่ได้ สู่การพัฒนาที่เห็นผลชัดเจนในห้องเรียน และสามารถถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับครูและหน่วยงานอื่น ๆ ต่อไป"
นางสาวปวีณา พึ่งแพง ผู้จัดการกิจการเพื่อสังคม บมจ. บางจาก คอร์ปอเรชั่น และผู้จัดการมูลนิธิใบไม้ปันสุข กล่าวว่า "ยินดีที่ได้รับเสียงตอบรับที่ดีทั้งจากคณะกรรมการมูลนิธิฯ ที่ได้กรุณาสละเวลามาสังเกตการณ์ และจากผู้ร่วมกิจกรรม ซึ่งทุกท่านมีความประทับใจกับกิจกรรมนี้ และกล่าวว่าช่วยเติมพลังและสร้างกำลังใจในการทำงานมากขึ้น ในระยะต่อไปเราจะขยายเครือข่ายการทำงานร่วมกับครูต้นแบบที่มีประสบการณ์จริง เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ไปยังโรงเรียนอื่น ๆ ร่วมขยายผลการทำงานให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในวงกว้างมากขึ้น"
กิจกรรมครั้งนี้เปิดโอกาสให้ผู้บริหารจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ผู้อำนวยการโรงเรียนและครูต้นแบบชั้น ป. 1 ในโครงการอ่านเขียนฯ ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ ถ่ายทอดแนวทางการสอน และร่วมกันพัฒนาการทำงานสู่การสร้างเครือข่ายครูต้นแบบในวงกว้าง เพื่อยกระดับทักษะการอ่านและการเขียนของเด็กไทยในระยะยาว
นอกจากนี้ คณะผู้ร่วมกิจกรรมยังได้เยี่ยมชมศูนย์เรียนรู้ BCPG บางปะอิน รับฟังเกี่ยวกับธุรกิจพลังงานและรับฟังการดำเนินงานของกลุ่มบริษัทบางจากที่โรงกลั่นน้ำมันบางจาก พระโขนง พร้อมทั้งทัศนศึกษาหอนิทรรศน์รัตนโกสินทร์ ชมการแสดงโขน และเยี่ยมชม SEA Life Bangkok Ocean World ณ สยามพารากอน เพื่อเปิดโอกาสให้คณะผู้ร่วมกิจกรรมได้เรียนรู้ทั้งด้านพลังงาน วัฒนธรรมไทย ประวัติศาสตร์ และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ผ่านประสบการณ์จริงที่สะท้อนความหลากหลายและเอกลักษณ์ของประเทศไทยในมิติต่าง ๆ
สมาคมนักศึกษาสถาบันวิทยาการตลาดทุน ร่วมส่งเสริมการเรียนรู้ และพัฒนาเยาวชน สนับสนุนโครงการ "อ่านเขียนเรียนสนุก ปั้นเด็กจิ๋วเป็นเด็กแจ๋ว" มูลนิธิใบไม้ปันสุข
กลุ่มบริษัทบางจากและมูลนิธิใบไม้ปันสุข เปิดรับสมัครโรงเรียนรักษ์โลก ขยายเครือข่าย "สถานีทอดไม่ทิ้ง" ในกรุงเทพฯ ปริมณฑล
มูลนิธิใบไม้ปันสุข สานต่อโครงการ "อ่านเขียนเรียนสนุก ปั้นเด็กจิ๋วเป็นเด็กแจ๋ว" ต่อเนื่องปีที่ 8 ร่วมกับ ทุ่งสักอาศรมเสริมพลังครูทั่วไทย พัฒนาเยาวชนอ่านออกเขียนได้
มูลนิธิใบไม้ปันสุข โดยบางจากฯ คว้ารางวัล Asia Responsible Enterprise Awards (AREA) 2023 สาขา Social Empowerment
มูลนิธิใบไม้ปันสุข โดยบางจากฯ มอบรางวัลต้นแบบในโครงการอ่านเขียนเรียนสนุก ปั้นเด็กจิ๋วเป็นเด็กแจ๋ว ประจำปี 2565
มูลนิธิใบไม้ปันสุข เชิญชวนร่วมสนับสนุนการพัฒนาเยาวชนไทย ผ่าน "กล่องปันสุข" ผลิตจากขวดนมใช้แล้ว ที่ร้านกาแฟอินทนิล จากการพัฒนาร่วมกันระหว่าง บางจากฯ และ SCGC
"5 ปี มูลนิธิใบไม้ปันสุข" โดยบางจากฯ มุ่งสนับสนุนการศึกษาและสิ่งแวดล้อม สร้างความยั่งยืนต่อเนื่อง ต่อยอดจากความสำเร็จที่ผ่านมา ครอบคลุมเด็กและเยาวชนกว่า 15,000 คน
"5 ปี มูลนิธิใบไม้ปันสุข" โดยบางจากฯ มุ่งสนับสนุนการศึกษาและสิ่งแวดล้อม สร้างความยั่งยืนต่อเนื่อง ต่อยอดจากความสำเร็จที่ผ่านมา ครอบคลุมเด็กและเยาวชนกว่า 15,000 คน