เสริมเกราะป้องกันมิจฉาชีพให้พาร์ทเนอร์คนขับ ยกระดับเครื่องมือป้องกันภัยดิจิทัลแบบเรียลไทม์
ลาลามูฟ แพลตฟอร์มให้บริการส่งด่วนและรับส่งผู้โดยสารแบบออนดีมานด์ ประกาศความร่วมมือกับ Whoscall ผู้นำด้านเทคโนโลยีเพื่อความเชื่อมั่น (TrustTech) เพื่อยกระดับการป้องกันภัยมิจฉาชีพให้กับพาร์ทเนอร์คนขับในประเทศไทย ท่ามกลางสถานการณ์สแกม ออนไลน์ที่ยังคงทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง
ข้อมูลจาก Whoscall ในปี 2568 ที่ได้มีการวิเคราะห์ข้อมูลสายโทรศัพท์และข้อความ SMS ทั่วโลกกว่า 6,000 ล้านครั้ง โดยในจำนวนนี้มีถึง 480 ล้านครั้ง หรือประมาณ 8% ที่ถูกระบุว่าเป็นการหลอกลวง แม้ภาพรวมของสายมิจฉาชีพ (Scam Calls) ทั่วโลกจะเริ่มลดลง แต่ประเทศไทยยังคงมี จำนวนสายมิจฉาชีพสูงที่สุดในภูมิภาคเอเชีย โดยตรวจพบสายมิจฉาชีพสูงถึง 173 ล้านครั้ง สะท้อนให้เห็นว่าประเทศไทยยังคงเป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักของมิจฉาชีพ
ภายใต้ความร่วมมือนี้ ลาลามูฟจะมีการ มอบโค้ด Whoscall Premium Basic ให้แก่พาร์ทเนอร์คนขับ เพื่อให้พาร์ทเนอร์คนขับสามารถเข้าถึงฟีเจอร์สำคัญในการป้องกันภัยจากโลกดิจิตอลครบวงจรมากขึ้น ทั้งการระบุสายเรียกเข้า ตรวจจับเบอร์อันตราย และแจ้งเตือนความเสี่ยงแบบเรียลไทม์
นายเบน ลิน กรรมการผู้จัดการ ลาลามูฟ ประเทศไทย กล่าวว่า "สำหรับลาลามูฟ การสนับสนุนพาร์ทเนอร์คนขับไม่ได้เป็นเพียงแค่ช่องทางการสร้างรายได้เสริม หรือเพิ่มความยืดหยุ่นในการรับงานเท่านั้นแต่ยังรวมถึงการทำให้พวกเขารู้สึกปลอดภัยและมั่นใจในทุกการรับงานผ่านแพลตฟอร์มเรา ความร่วมมือกับ Whoscall ในครั้งนี้ ผ่านการแจกโค้ด Whoscall Premium Basic จึงเป็นการนำเครื่องมือป้องกันภัยดิจิทัลแบบเรียลไทม์มาใช้งานจริง เพื่อยกระดับความปลอดภัยให้กับพาร์ทเนอร์คนขับอย่างเป็นรูปธรรม"
ด้าน นายแมนวู จู ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โกโกลุก ประเทศไทย ผู้ให้บริการ Whoscall กล่าวว่า "แม้จำนวนสายมิจฉาชีพทั่วโลกจะลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แต่ประเทศไทยยังคงมีจำนวนสายหลอกลวงสูงที่สุด เมื่อเปรียบเทียบกับทุกประเทศที่Whoscall ให้บริการในภูมิภาคเอเชีย Whoscall เล็งเห็นว่ากลุ่มพาร์ทเนอร์คนขับของลาลามูฟ มีความเสี่ยงสูงต่อการเผชิญกับมิจฉาชีพ เนื่องจากต้องพึ่งพาการสื่อสารผ่านโทรศัพท์มือถือเป็นหลักในชีวิตประจำวัน ดังนั้นการมีแอปพลิเคชันป้องกันภัยทางดิจิทัลแบบเรียลไทม์จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยลดความเสี่ยง และเสริมความปลอดภัยในทุกการรับสาย"
เนื่องในโอกาสวันแรงงานแห่งชาติ ประจำปี 2569 ความร่วมมือดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงทิศทางของระบบเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจากงานแบบครั้งคราว (Gig Economy) ที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของแรงงานอิสระ (Gig worker) อย่างพาร์ทเนอร์คนขับควบคู่ไปกับการสนับสนุนด้านรายได้เสริม และตอกย้ำบทบาทของลาลามูฟในฐานะพาร์ทเนอร์ระยะยาวที่สนับสนุนพาร์ทเนอร์คนขับอย่างรอบด้าน
ผู้ที่สนใจเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวลาลามูฟ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ และแอปพลิเคชัน Lalamove Driver https://lalamove-driver.onelink.me/zfl4/y8vg1naq
*พาร์ทเนอร์คนขับ หมายถึง ผู้ให้บริการขนส่งสินค้าหรือรับส่งผู้โดยสารอิสระที่ให้บริการผ่านแพลตฟอร์มลาลามูฟ
CRG ร่วมกับ วิทยาลัยดุสิตธานี มอบรางวัล "Perfect Twist Perfect Taste" เวทีปั้นนักพัฒนาเมนูรุ่นใหม่ สู่โอกาสเชิงพาณิชย์จริง
กรุงไทย ผนึก สจล. สร้าง "Talent" แห่งอนาคต ยกระดับการเรียนรู้สู่ประสบการณ์จริง ตอบโจทย์ธุรกิจยุคใหม่
งานใหญ่แห่งปี Marketing Oops! Summit 2026 นักการตลาดห้ามพลาด!!
อนันดาฯ ผนึก ไทยจัดการลองสเตย์ ดันอสังหาฯ ไทยสู่ฮับการอยู่อาศัยระยะยาว รองรับดีมานด์นักลงทุนต่างชาติศักยภาพสูง
เดินหน้า Tomorrowland Thailand: ชลบุรีถกเตรียมความพร้อมทุกภาคส่วน ปักหมุดขับเคลื่อนเทศกาลดนตรีระดับโลก
ยกระดับซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่า…สู่มาตรฐานและกลไกขับเคลื่อนระบบนิเวศเศรษฐกิจหมุนเวียน "Driving Circularity Ecosystem"
กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ผนึกกำลัง กรมส่งเสริมการเรียนรู้ ลงนาม MOU ยกระดับทักษะแรงงานไทย เชื่อมระบบการเรียนรู้สู่มาตรฐานอาชีพ
กรมลดโลกร้อน ร่วมกับ ปตท. ดำเนินงานด้านวิจัย นวัตกรรม และการพัฒนากลไก สนับสนุนเทคโนโลยีทางด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ