JMT เปิดกลยุทธ์ "Financial Recovery Partner" เปิดศูนย์ประนอมหนี้ - ยกระดับสู่ Digital AMC หนุนคนไทยกลับสู่ระบบการเงิน

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

บมจ. เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส (JMT) เปิดทิศทางธุรกิจปี 2569 เดินหน้าต่อยอดผู้นำธุรกิจบริหารหนี้ด้อยคุณภาพ (AMC) สู่การเป็น "Financial Recovery Partner" พร้อมเปิดตัว "ศูนย์ประนอมหนี้ JMT by Jai" อย่างเป็นทางการ ณ อาคาร Jas Green Village Ramkhamhaeng และเดินหน้าขยายเครือข่ายศูนย์ประนอมหนี้ครอบคลุม 41 สาขาทั่วประเทศ ยกระดับการให้บริการทั้งผ่านสาขาและแพลตฟอร์มดิจิทัลผ่านแอปพลิเคชัน "Jaii-Dee" ตอกย้ำทิศทางการพัฒนาองค์กรสู่ "Digital AMC" พร้อมเผยความสำเร็จในการช่วยลูกค้าปิดบัญชีหนี้แล้วกว่า 1 ล้านบัญชี สะท้อนบทบาทของ JMT ในการเป็นส่วนหนึ่งของกลไกฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย ท่ามกลางบริบทเศรษฐกิจที่ยังเผชิญความท้าทายจากภาระหนี้ครัวเรือนและกำลังซื้อที่ฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป

JMT เปิดกลยุทธ์ "Financial Recovery Partner" เปิดศูนย์ประนอมหนี้ - ยกระดับสู่ Digital AMC หนุนคนไทยกลับสู่ระบบการเงิน

นายสุทธิรักษ์ ตรัยชิรอาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน) หรือ JMT เปิดเผยวิสัยทัศน์ปี 2569 ว่า "JMT เดินหน้าต่อยอดธุรกิจบริหารหนี้ด้อยคุณภาพ สู่การเป็น 'Financial Recovery Partner' หรือผู้ช่วยฟื้นฟูทางการเงินให้กับลูกค้า ผ่านการหาทางออกร่วมกันอย่างเหมาะสมและเป็นธรรม เพื่อให้ลูกค้าสามารถกลับมาตั้งต้นทางการเงินได้อีกครั้ง ตลอดระยะเวลากว่า 32 ปีของการดำเนินธุรกิจ JMT ให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือลูกค้าในการประนอมหนี้และวางแผนทางการเงินที่เหมาะสมกับศักยภาพของแต่ละคนมาอย่างต่อเนื่อง โดยที่ผ่านมา JMT สามารถช่วยลูกค้ากลับคืนสู่ระบบการเงินแล้วกว่า 1 ล้านบัญชี สะท้อนบทบาทของบริษัทที่ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการติดตามหนี้ แต่ให้ความสำคัญกับการสร้างโอกาสทางการเงินใหม่ให้กับประชาชนในระยะยาว" JMT เปิดกลยุทธ์ "Financial Recovery Partner" เปิดศูนย์ประนอมหนี้ - ยกระดับสู่ Digital AMC หนุนคนไทยกลับสู่ระบบการเงิน

ภายใต้บริบทเศรษฐกิจไทยที่ยังมีความเปราะบาง และปัญหาหนี้ยังคงเป็นหนึ่งในโจทย์สำคัญของประเทศ JMT มองว่าธุรกิจบริหารหนี้ในปัจจุบัน ไม่ได้มีบทบาทเพียงการจัดการหนี้ด้อยคุณภาพ แต่เป็นส่วนหนึ่งของกลไกในการฟื้นฟูเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและกำลังซื้อภายในประเทศในระยะยาว

ด้วยแนวคิดดังกล่าว JMT จึงเปิด "ศูนย์ประนอมหนี้ JMT by Jai" เพื่อเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการต่อยอดแนวทาง Financial Recovery สู่การปฏิบัติจริง โดยศูนย์ถูกออกแบบให้เป็นศูนย์กลางบริการด้านการฟื้นฟูทางการเงินแบบครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่ การวิเคราะห์สถานการณ์หนี้รายบุคคล การเจรจาและปรับโครงสร้างหนี้ การออกแบบเงื่อนไขการชำระที่เหมาะสม ตลอดจนการให้คำแนะนำด้านการบริหารการเงินและเสริมศักยภาพรายได้ในระยะยาว เพื่อช่วยให้ลูกค้ากล้าเข้ามาพูดคุย และร่วมกันหาทางออกทางการเงินมากขึ้น

ปัจจุบัน JMT ขยายเครือข่าย "ศูนย์ประนอมหนี้" ครอบคลุม 41 สาขาทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มการเข้าถึงบริการในระดับพื้นที่ โดยบริษัทมองว่า Physical Touchpoint ยังคงมีบทบาทสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่น และช่วยให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการด้านการให้คำปรึกษาทางการเงินได้สะดวกมากยิ่งขึ้น

ขณะเดียวกัน JMT ยังเดินหน้าพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลผ่านแอปพลิเคชัน "Jaii-Dee" ภายใต้แนวคิด "เช็กง่าย จ่ายคล่อง จบที่แอปเดียว" เพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้าสามารถตรวจสอบยอดหนี้ ชำระเงินออนไลน์ และทำธุรกรรมต่าง ๆ ได้แบบ Real-Time ตลอด 24 ชั่วโมง ปัจจุบันมีสมาชิกใช้งานแล้วมากกว่า 200,000 ราย สะท้อนการปรับตัวขององค์กรสู่การเป็น "Digital AMC" อย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ JMT ยังนำ AI และ Data Analytics เข้ามาใช้เพิ่มประสิทธิภาพในการวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าและออกแบบแนวทางช่วยเหลือที่เหมาะสมมากยิ่งขึ้น ควบคู่กับการเปิดช่องทาง Call Center หมายเลข 1527 เพื่ออำนวยความสะดวกในการให้คำปรึกษาและประสานงานกับลูกค้าโดยตรง ตอกย้ำเป้าหมายขององค์กรในการสร้างระบบบริหารหนี้ที่เข้าถึงง่าย โปร่งใส และเป็นธรรม พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนบทบาทของ JMT ในฐานะโครงสร้างพื้นฐานด้านการฟื้นฟูทางการเงินของประเทศในระยะยาว

ในเชิงธุรกิจ โมเดล Financial Recovery Platform นอกจากช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในด้านการเงินแล้ว ยังช่วยยกระดับคุณภาพพอร์ตหนี้ และเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บ (Collection Rate) ปัจจุบัน JMT ยังคงตอกย้ำสถานะผู้นำธุรกิจบริหารหนี้ด้อยคุณภาพ โดยเฉพาะหนี้ไม่มีหลักประกันอันดับหนึ่งของประเทศไทย โดย ณ สิ้นปี 2568 JMT Group และ JK AMC มีมูลหนี้ด้อยคุณภาพภายใต้การบริหารรวมประมาณ 574,000 ล้านบาท พร้อมตั้งเป้าหมายการจัดเก็บเงินสด (Cash Collection) ปี 2569 ที่ระดับ 9,000 ล้านบาท จากปี 2568 ที่ทำได้ประมาณ 8,407 ล้านบาท สะท้อนความสามารถในการบริหารพอร์ตและสร้างกระแสเงินสดได้อย่างต่อเนื่อง

"JMT มองว่า การแก้ปัญหาหนี้ไม่ใช่เพียงเรื่องของการบริหารพอร์ตหรือการติดตามจัดเก็บ แต่คือการช่วยให้ประชาชนสามารถกลับมาตั้งต้นทางการเงินได้อีกครั้ง เมื่อประชาชนกลับมามีกำลังซื้อและมีศักยภาพทางเศรษฐกิจมากขึ้น ก็จะส่งผลเชิงบวกต่อทั้งระบบเศรษฐกิจในระยะยาว ซึ่งแนวทางดังกล่าวไม่เพียงช่วยสร้างความยั่งยืนให้กับลูกค้า แต่ยังเป็นรากฐานสำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืนของ JMT ไปพร้อมกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย" นายสุทธิรักษ์ กล่าวทิ้งท้าย


ข่าวทั่วประเทศ+เจ เอ็ม ทีวันนี้

ออมสิน เปิดโครงการ GSB Smart Franchise 2026 อัพสปีดแฟรนไชส์ไทย ปั้นผู้ประกอบการหน้าใหม่บุกตลาดอย่างมั่นใจ

ธนาคารออมสินเดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เปิดโครงการ GSB Smart Franchise 2026 หลักสูตร Jump Start Franchise ซึ่งจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการทั่วประเทศที่สนใจเข้าร่วมโครงการ เข้ารับการอบรมพัฒนาศักยภาพและเติมองค์ความรู้แบบรอบทิศ ผ่านการถ่ายทอดประสบการณ์โดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิที่คร่ำหวอดในวงการแฟรนไชส์มายาวนาน อีกทั้งยังมีเจ้าของแฟรนไขส์ระดับแถวหน้าของเมืองไทย มาร่วมแชร์ประสบการณ์จากสนามจริง พร้อมทัพโมเดลแฟรนไชส์โชว์เคสหลากหลายแบรนด์ชั้นนำ ธนาคารออมสิน โดยคุณชาลิณี

ไทยพีบีเอส เตรียมยกระดับ "สถานีประชาชน" ป... ไทยพีบีเอส ยกระดับ "สถานีประชาชน" สู่สถานีร้องทุกข์อันดับ 1 ที่พึ่งของทุกคน — ไทยพีบีเอส เตรียมยกระดับ "สถานีประชาชน" ปี 69 70 วาง 3 ยุทธศาสตร์หลัก พัฒนาเ...

พร้อมรุกตลาดไลฟ์สไตล์ทุกเจนเนอเรชันด้วยผล... "ดีนี่" ตอกย้ำแบรนด์อันดับ 1 ในใจคุณพ่อคุณแม่ทั่วประเทศ ครองแชมป์ยอดขายสูงสุดต่อเนื่อง 8 ปีซ้อน — พร้อมรุกตลาดไลฟ์สไตล์ทุกเจนเนอเรชันด้วยผลิตภัณฑ์ใหม่ และ...

ตอกย้ำผู้นำร้านสะดวกซัก ครบวงจร ที่บริหาร... WashXpress รุกขยายสู่ภาคเหนือ เปิดสาขาเชียงใหม่ รองรับคนเชียงใหม่ และ นักท่องเที่ยว — ตอกย้ำผู้นำร้านสะดวกซัก ครบวงจร ที่บริหารเอง พร้อมขยายเปิด 100 สาขาใ...