กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ชี้ "เบาหวานขณะตั้งครรภ์" เสี่ยงคลอดก่อนกำหนด เพิ่มภาระสุขภาพระยะยาว แนะหญิงวัยเจริญพันธุ์วางแผนตั้งครรภ์ ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ และคัดกรองความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง ลดภาวะแทรกซ้อน สร้างจุดเริ่มต้นชีวิตที่มีคุณภาพ
แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า ภาวะเบาหวานในหญิงตั้งครรภ์เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของการคลอดก่อนกำหนด ซึ่งส่งผลต่อสุขภาพทารกและภาระค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุขในระยะยาว จากข้อมูลพบว่า หญิงตั้งครรภ์ในกลุ่มประชากรเอเชียที่มีค่าดัชนีมวลกาย (BMI) ?23 กก./ม? มีความเสี่ยงเกิดภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์ เพิ่มขึ้นประมาณ 1.8-2.5 เท่า และหากค่าดัชนีมวลกาย (BMI) ?25 กก./ม? ความเสี่ยงเพิ่มเป็น 2-3 เท่า กรมอนามัยจึงขอแนะให้หญิงวัยเจริญพันธุ์วางแผนตั้งครรภ์ โดยควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ ควบคุมโรคประจำตัวให้สงบ และเข้ารับการคัดกรองความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนและลดอัตราการคลอดก่อนกำหนด
ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ นายแพทย์ธราธิป โคละทัต ผู้จัดการโครงการเครือข่ายสุขภาพมารดาและทารกเพื่อครอบครัวไทย ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร กล่าวว่า การดูแลสุขภาพหญิงตั้งครรภ์เพื่อป้องกันภาวะการคลอดก่อนกำหนด ต้องอาศัยความร่วมมือทุกภาคส่วน กระทรวงสาธารณสุข จึงจับมือภาคีเครือข่ายเร่งพัฒนาระบบบริการสาธารณสุข เพื่อยกระดับการดูแลหญิงตั้งครรภ์แบบบูรณาการ ตั้งแต่ระดับชุมชนจนถึงสถานพยาบาล เพื่อให้สามารถคัดกรองและดูแลกลุ่มเสี่ยงได้อย่างรวดเร็ว ลดโอกาส เกิดภาวะแทรกซ้อน และลดอัตราการคลอดก่อนกำหนดได้อย่างยั่งยืน ทั้งนี้ การลดความเสี่ยงการเกิดโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ไม่เพียงเป็นการลดปัญหาทางสุขภาพ แต่ยังเป็นการ "สร้างโอกาสตั้งแต่จุดเริ่มต้นของชีวิต" เพื่อให้เด็กไทยเกิดมาอย่างปลอดภัย เติบโตอย่างมีคุณภาพและเป็นกำลังสำคัญของประเทศในอนาคต
แพทย์หญิงนงนุช ภัทรอนันตนพ รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า กรมอนามัยเน้นย้ำแนวทาง "Plan for Pregnancy" หรือการวางแผนก่อนการตั้งครรภ์อย่างมีคุณภาพ โดยแนะนำให้หญิงวัยเจริญพันธุ์ควบคุม BMI และวางแผนตั้งครรภ์คุณภาพ ดังนี้ 1) ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ ค่าดัชนีมวลกาย (BMI) 18.5 - 22.9 กก./ม? 2) ควบคุมโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิต ให้สงบก่อนตั้งครรภ์ 3) ปรับพฤติกรรมสุขภาพ ด้านโภชนาการและการออกกำลังกายอย่างเหมาะสม 4) เข้ารับการคัดกรองความเสี่ยงตั้งแต่ระยะก่อนตั้งครรภ์และระยะฝากครรภ์ 5) ควบคุมน้ำหนักตลอดการตั้งครรภ์ หากเดิมก่อนตั้งครรภ์ค่าดัชนีมวลกาย (BMI) < 18.5 ระหว่างตั้งครรภ์น้ำหนักควรขึ้น 12.5-18 กิโลกรัม ค่าดัชนีมวลกาย (BMI) 18.5-24.9 น้ำหนักควรขึ้น 11.5-16 กิโลกรัม ค่าดัชนีมวลกาย (BMI) 25-29.9 น้ำหนักควรขึ้น 7- 11.5 กิโลกรัม และค่าดัชนีมวลกาย (BMI) > 30 น้ำหนักควรขึ้นเพียง 5-9 กิโลกรัม
สธ. ผนึกทุกภาคส่วน เปิดเวที Active Living Forum 2026 สร้างประเทศไทยแอคทีฟ
กรมอนามัย WHO มูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย เดินหน้าส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ยกระดับคุณภาพเด็กไทย รับมือวิกฤติเด็กเกิดน้อย
สธ. เปิดชื่อ 14 แบรนด์ดัง ร่วมแคมเปญ 'หวานปกติ = หวาน50%' เผยคนไทยสั่งหวานน้อยเพิ่มขึ้น
กรมอนามัย ดึงโลตัส-เซเว่น ร่วมแคมเปญให้คนไทยเข้าถึงนมจืดง่ายขึ้น ชวนดื่มนม ตั้งแต่เด็ก เสริมสูง ลดความเสี่ยงมวลกล้ามเนื้อน้อย ป้องกันกระดูกพรุนเมื่อสูงวัย
กรมอนามัยรณรงค์ "พระแอคทีฟ" ชวนพระสงฆ์เดินจงกรม กวาดวัด ยืดเหยียด พร้อมแนะประชาชนทำบุญยุคใหม่ "ถวายอาหารสุขภาพ" ลดโรค NCDs
ส่องเทรนด์ Longevity-Healthy Ageing ชวนสูงวัยแอคทีฟ! อายุยืน อย่างมีคุณภาพ แนะขยับตามสูตร 2:1:1 ลดหกล้ม ลด NCDs
กรมอนามัย ชู "มาตรฐานอนามัยแม่และเด็ก" ส่งรถพระราชทานเพื่อแม่และเด็กไทย ดูแลถึงชุมชนและพื้นที่ห่างไกล ลดเหลื่อมล้ำสุขภาพ
"ดื่มนม-ขยับกาย-นอนเร็ว" กรมอนามัย แนะ สูตรลับเด็กไทยสูงดี สมส่วน
กรมอนามัย ผนึกเครือข่ายสุขภาพ-มหาดไทย เดินหน้าเชิงรุก ลดคลอดก่อนกำหนดในสมุทรปราการ ตั้งเป้าไม่เกินร้อยละ 8