สำรวจ "ความลับของท้องทุ่ง" เรียนรู้วิทยาศาสตร์จากระบบนิเวศที่หล่อเลี้ยงชีวิต ในงานมหกรรมวิทยาศาสตร์ฯ 2569

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

"จากหญ้าต้นเล็ก สู่ระบบนิเวศผืนใหญ่" พาไปสำรวจ "ความลับของท้องทุ่ง" เรียนรู้วิทยาศาสตร์จากระบบนิเวศที่หล่อเลี้ยงชีวิต ในงานมหกรรมวิทยาศาสตร์ฯ 2569

สำรวจ "ความลับของท้องทุ่ง" เรียนรู้วิทยาศาสตร์จากระบบนิเวศที่หล่อเลี้ยงชีวิต ในงานมหกรรมวิทยาศาสตร์ฯ 2569

"ท้องทุ่งที่เราเห็นจนคุ้นตา อาจมีเรื่องราวมากกว่าที่คิด เพราะภายใต้ผืนหญ้าอันกว้างใหญ่ คือระบบนิเวศที่เชื่อมโยง ดิน น้ำ พืช สัตว์ และมนุษย์ เข้าไว้ด้วยกัน และยังมีบทบาทสำคัญต่อความหลากหลายทางชีวภาพ ความมั่นคงทางอาหาร และวิถีชีวิตของผู้คนทั่วโลก" สำรวจ "ความลับของท้องทุ่ง" เรียนรู้วิทยาศาสตร์จากระบบนิเวศที่หล่อเลี้ยงชีวิต ในงานมหกรรมวิทยาศาสตร์ฯ 2569

องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) หรือ NSM กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จึงชวนเด็ก เยาวชน ครอบครัว และประชาชน มาร่วมค้นหาคำตอบผ่านนิทรรศการ "ความลับของท้องทุ่ง The Hidden World of Rangelands" ภายในงานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี 2569 เปิดมุมมองใหม่ให้เห็นว่า "ท้องทุ่ง" ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่สีเขียว แต่เป็นห้องเรียนธรรมชาติขนาดใหญ่ ที่ช่วยให้เราเข้าใจความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิต การเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศ ตลอดจนการนำวิทยาศาสตร์มาใช้บริหารจัดการทรัพยากรและสร้างสมดุลระหว่างคนกับธรรมชาติ

นายสุวรงค์ วงษ์ศิริ รักษาการแทนผู้อำนวยการ NSM กล่าวว่า "ท้องทุ่งเป็นหนึ่งในระบบนิเวศสำคัญของโลก โดยพื้นที่ทุ่งเลี้ยงสัตว์ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 79 ล้านตารางกิโลเมตร หรือราวร้อยละ 54 ของพื้นที่บนบกของโลก พื้นที่เหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงแหล่งอาหารของสัตว์ป่าและสัตว์เลี้ยง แต่ยังเป็นถิ่นอาศัยของสิ่งมีชีวิตจำนวนมาก และเป็นฐานทรัพยากรที่หล่อเลี้ยงวิถีชีวิตของชุมชนในหลายพื้นที่"

"NSM จึงนำเรื่อง 'ท้องทุ่ง' มาถ่ายทอดผ่านนิทรรศการ เพื่อชวนทุกคนมองธรรมชาติด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ และเข้าใจว่าองค์ประกอบต่าง ๆ ตั้งแต่ภูมิอากาศ ภูมิประเทศ ดิน น้ำ พืช สัตว์ ไปจนถึงกิจกรรมของมนุษย์ ล้วนเชื่อมโยงกัน เมื่อองค์ประกอบหนึ่งเปลี่ยนแปลง ย่อมส่งผลต่อทั้งระบบ ตั้งแต่ความหลากหลายทางชีวภาพ แหล่งอาหาร อาชีพ ไปจนถึงคุณภาพชีวิตของชุมชน การเข้าใจความสัมพันธ์เหล่านี้จะช่วยให้เราสามารถใช้และดูแลทรัพยากรธรรมชาติได้อย่างเหมาะสมและยั่งยืน"

สำหรับประเทศไทย นิทรรศการนำเสนอเรื่องราวของทุ่งหญ้าหลากหลายรูปแบบ ทั้งพื้นที่ราบสูงและภูเขา ทุ่งหญ้าในป่าและที่ราบ พื้นที่ชายฝั่งและเกาะ ตลอดจนพื้นที่ชุ่มน้ำ พร้อมพาผู้ชมเรียนรู้ผ่าน กรณีศึกษาจากพื้นที่จริงของประเทศไทย ที่แสดงให้เห็นว่าวิทยาศาสตร์สามารถนำมาใช้แก้โจทย์ระหว่าง "คน-ธรรมชาติ-สัตว์ป่า" ได้อย่างเป็นรูปธรรม

เริ่มจาก ทุ่งใหญ่ปากพลี จังหวัดนครนายก ท้องทุ่งน้ำหลากผืนสำคัญของลุ่มน้ำบางปะกง ที่สะท้อนภูมิปัญญาการปรับตัวของชุมชนผ่านการทำนาปีแบบ "ข้าวน้ำลึก" หรือ "ข้าวหนีน้ำ" ซึ่งสัมพันธ์กับระดับน้ำและฤดูกาล แสดงให้เห็นว่าความเข้าใจธรรมชาติสามารถนำมาใช้วางแผนการผลิตอาหารให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมได้อย่างไร

ต่อด้วย เวียงหนองหล่ม จังหวัดเชียงราย พื้นที่ชุ่มน้ำที่เชื่อมโยงทั้งการจัดการน้ำ ความหลากหลายทางชีวภาพ และวิถีชุมชนคนเลี้ยงควาย ขณะที่ กุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นำเสนอแนวทางการจัดการพื้นที่และแหล่งอาหารของช้างป่า เพื่อลดการออกมาหากินในพื้นที่เกษตรกรรมของชุมชน สะท้อนการนำองค์ความรู้ด้านพฤติกรรมสัตว์และระบบนิเวศมาประยุกต์ใช้เพื่อลดความขัดแย้งระหว่างคนกับสัตว์ป่า

อีกหนึ่งกรณีศึกษาคือ ทุ่งแฝกในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง กับการฟื้นฟูทุ่งหญ้าให้กลับมาเป็นแหล่งอาหารสำคัญของสัตว์ป่า พร้อมบริหารจัดการพื้นที่รอยต่อระหว่างชุมชนกับผืนป่า เพื่อสร้างสมดุลของการอยู่ร่วมกัน

กรณีศึกษาเหล่านี้จะพาผู้ชมเรียนรู้ "วิธีคิดแบบนักวิทยาศาสตร์" จากสถานการณ์จริง ตั้งแต่การสังเกต ทำความเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อม วิเคราะห์สาเหตุของปัญหา ไปจนถึงการเลือกแนวทางจัดการที่เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่ ทำให้เห็นว่าวิทยาศาสตร์ไม่ได้อยู่เพียงในห้องทดลอง แต่สามารถเป็นเครื่องมือสำคัญในการตัดสินใจและแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นรอบตัวเราได้

ขณะเดียวกัน นิทรรศการยังชวนตั้งคำถามถึงอนาคตของท้องทุ่ง เมื่อระบบนิเวศเหล่านี้กำลังเผชิญแรงกดดันและการเปลี่ยนแปลงในหลากหลายรูปแบบ เพราะการสูญเสียท้องทุ่งไม่ได้หมายถึงการสูญเสียพื้นที่ธรรมชาติเพียงเท่านั้น แต่ยังอาจส่งผลต่อความหลากหลายทางชีวภาพ แหล่งอาหาร ทรัพยากรธรรมชาติ รายได้ของชุมชน ตลอดจนวิถีชีวิตของผู้คนที่พึ่งพาพื้นที่เหล่านี้

"เราอยากให้ผู้ชมออกจากนิทรรศการไปพร้อมกับมุมมองใหม่ว่า ธรรมชาติทุกส่วนเชื่อมโยงถึงกัน การดูแลท้องทุ่งจึงไม่ใช่เพียงการรักษาผืนหญ้า แต่คือการรักษาระบบชีวิตที่เชื่อมโยงทั้งคน สัตว์ อาหาร และสิ่งแวดล้อม เพื่อส่งต่อทรัพยากรที่มีคุณค่าเหล่านี้ไปยังคนรุ่นต่อไป" นายสุวรงค์ กล่าวเพิ่มเติม


ข่าวองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ+องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์วันนี้

โฆษกกระทรวง อว. ชวนเที่ยว "มหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ 2569" งานวิทยาศาสตร์สุดยิ่งใหญ่ 15-23 ส.ค. นี้ ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) หรือ NSM ผนึกกำลังหน่วยงานในสังกัดกระทรวง อว. พร้อมด้วยเครือข่ายพันธมิตรทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และต่างประเทศ จัดงาน "มหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี 2569" ภายใต้แนวคิดหลัก "Intelligence in Science for a Sustainable Future" วิทยาศาสตร์ฉลาดรู้ ก้าวสู่อนาคตที่ยั่งยืน มุ่งใช้พลังวิทยาศาสตร์แก้ปัญหาจริงของสังคม ยกระดับกำลังคนสมรรถนะสูงของประเทศ ระหว่างวันที่ 15-23 สิงหาคม 2569 ณ อาคาร 9

องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพว... NSM นำทีมเยาวชนไทย คว้า 2 รางวัลการประกวดละครวิทยาศาสตร์นานาชาติ ISDC 2026 ณ ปักกิ่ง — องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) หรือ NSM นำทีมเยาวชนไท...

ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการสื่อสารวิทยาศาส... NSM คว้า 2 รางวัลระดับนานาชาติ จากเวที GovMedia Conference & Awards 2026 — ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการสื่อสารวิทยาศาสตร์และการสร้างความร่วมมือเพื่อสังคม เม...

NSM เปิดเวที Thailand Science Communication Day 2026 รวมพลังสร้างเครือข่ายพลังสื่อสารวิทยาศาสตร์ระดับประเทศ

องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) หรือ NSM จัดกิจกรรม Thailand Science Communication Day 2026 เพื่อส่งเสริมการสื่อสารวิทยาศาสตร์ของประเทศไทย พร้อมสร้าง...