I2 คว้างานใหม่จาก "PEA ENCOM" มูลค่า 210 ลบ. บำรุงรักษาระบบกักเก็บพลังงานไฟฟ้าด้วยแบตเตอรี่ (BESS) บนเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

รับรู้รายได้ประจำต่อเนื่อง 8 ปี รุกธุรกิจพลังงานเต็มตัว ดันผลงานปี 69 โตเข้าเป้า 20%

I2 คว้างานใหม่จาก "PEA ENCOM" มูลค่า 210 ลบ. บำรุงรักษาระบบกักเก็บพลังงานไฟฟ้าด้วยแบตเตอรี่ (BESS) บนเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี

บมจ.ไอ ทู เอ็นเตอร์ไพรซ์ (I2) ตอกย้ำศักยภาพธุรกิจ คว้างานใหม่มูลค่า 210 ล้านบาท ให้บริการงานบำรุงรักษา ซ่อมแซมแก้ไข และรับประกันระยะยาว (LTSA) สำหรับระบบกักเก็บพลังงานไฟฟ้าด้วยแบตเตอรี่ (BESS) บนพื้นที่เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี จาก บริษัท พีอีเอ เอ็นคอม สมาร์ท โซลูชั่น จำกัด (PEA ENCOM) อายุสัญญา 8 ปี ทยอยรับรู้รายได้ เป็นรายไตรมาสตลอดอายุสัญญา ฟากซีอีโอ "อธิพร ลิ่มเจริญ" ระบุเป็นการต่อยอดสู่กลุ่มธุรกิจพลังงาน ที่บริษัทวางให้เป็นเสาหลักการเติบโตในระยะถัดไป พร้อมเดินหน้าประมูลงานโครงการจากภาครัฐ-รัฐวิสาหกิจอย่างต่อเนื่อง ผลักดันผลงานปี 69 เติบโต 20% ตามแผน

นายอธิพร ลิ่มเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไอ ทู เอ็นเตอร์ไพรซ์ จำกัด (มหาชน) (I2) เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้ลงนามสัญญากับ บริษัท พีอีเอ เอ็นคอม สมาร์ท โซลูชั่น จำกัด (PEA ENCOM) ในงานสัญญาให้บริการงานบำรุงรักษา ซ่อมแซมแก้ไข และรับประกันระยะยาว (Long Term Services Agreement: LTSA) สำหรับระบบกักเก็บพลังงานไฟฟ้าด้วยแบตเตอรี่ (Battery Energy Storage System: BESS) ซึ่งติดตั้งอยู่ ณ สถานีแบตเตอรี่ บนพื้นที่ตำบลแม่น้ำ อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี มูลค่า 210 ล้านบาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ระยะเวลาให้บริการตั้งแต่วันที่ 29 มิถุนายน 2569 ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2577 รวม 8 ปี โดยบริษัทฯ จะทยอยรับรู้รายได้เป็นราย ไตรมาสอย่างสม่ำเสมอตลอดอายุสัญญา

โดยโครงการดังกล่าว ถือเป็นส่วนสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานด้าน พลังงานสะอาดในพื้นที่เกาะสมุย ซึ่งระบบกักเก็บพลังงานไฟฟ้าด้วยแบตเตอรี่ (BESS) มีบทบาทในการเสริมความมั่นคงของระบบไฟฟ้า รองรับการใช้พลังงานหมุนเวียน และเพิ่มความเสถียรของโครงข่ายไฟฟ้าบนเกาะสมุย ซึ่งเป็นพื้นที่เศรษฐกิจการท่องเที่ยว ที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงและต้องการความต่อเนื่องของระบบไฟฟ้าเป็นพิเศษ การได้รับความไว้วางใจให้ดูแลระบบดังกล่าวในระยะยาว สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพ และความเชี่ยวชาญของบริษัทฯ ในด้านการให้บริการบำรุงรักษาระบบกักเก็บพลังงาน

"การได้รับงานใหม่ในครั้งนี้ ถือเป็นการตอกย้ำถึงความเชื่อมั่นของคู่ค้าต่อศักยภาพของ I2 ในการบริหารจัดการและประสบการณ์ในธุรกิจที่ดำเนินการอยู่ และที่สำคัญคือคุณภาพของรายได้ เนื่องจากเป็นสัญญาบริการระยะยาว 8 ปี ที่สร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) เข้ามาอย่างสม่ำเสมอทุกไตรมาส ช่วยลดความผันผวนจากงานโครงการ ทั้งนี้ การได้รับงานในครั้งนี้ส่งผลให้ ปัจจุบันบริษัทฯ มีมูลค่างานในมือรอรับรู้รายได้ (Backlog) รวม 713 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้ ตามความคืบหน้าของแต่ละโครงการโดยในส่วนของสัญญา LTSA ฉบับนี้จะรับรู้ต่อเนื่องไปจนถึงปี 2577" นายอธิพร กล่าว

สำหรับแผนดำเนินงานในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2569 บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าเข้าร่วมประมูลงาน ภาครัฐและรัฐวิสาหกิจอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้าน Infrastructure, Data Center, AI และ Smart Grid & BESS เพื่อสนับสนุนงานในมือรอรับรู้รายได้ให้เพิ่มขึ้น ผลักดันผลการดำเนินงานปี 2569 เติบโตตามเป้าหมายที่ 20%

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวอีกว่า ทิศทางธุรกิจของบริษัทฯในระยะถัดไป จะให้น้ำหนักกับ กลุ่มธุรกิจพลังงานเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ควบคู่ไปกับกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งเป็นฐานธุรกิจเดิมของบริษัทฯ โดยครอบคลุมทั้งระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) และ Smart Grid, โครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ในรูปแบบ Solar PPA, งานอนุรักษ์พลังงานในรูปแบบ ESCO ตลอดจนสถานีอัดประจุยานยนต์ไฟฟ้า (EV Charging) ซึ่งเป็นกลุ่มงานที่สอดรับกับ ทิศทางการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ และแผน การลงทุนด้านพลังงานสะอาด ของหน่วยงานภาครัฐและรัฐวิสาหกิจในระยะข้างหน้า

"จุดแข็งของธุรกิจพลังงานคือโครงสร้างรายได้ที่มีทั้งงานติดตั้งระบบและงานบริการระยะยาว ทำให้บริษัทฯ มีรายได้ประจำที่ต่อเนื่องและคาดการณ์ได้ บริษัทฯ จึงตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนรายได้ จากกลุ่มธุรกิจพลังงานอย่างต่อเนื่อง โดยอาศัยความสามารถในการเป็นผู้รวมระบบ (System Integrator) ที่เชื่อมโยงเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ากับระบบพลังงาน ซึ่งเป็นจุดต่างที่ทำให้ I2 มีโอกาสเข้าร่วมประมูล โครงการใหม่ๆ เพิ่มอีกหลายโครงการ และจะทำให้บริษัทฯ เติบโตได้อย่างมั่นคง" นายอธิพร กล่าวสรุป


ข่าวจังหวัดสุราษฎร์ธานี+ธุรกิจพลังงานวันนี้

วว.-วช -วิทยาลัยอาชีวศึกษาภาวณาโพธิคุณ ผนึกกำลังเปิด "ศูนย์ถ่ายทอดองค์ความรู้การผลิตปทุมมาปลอดโรคแห่งอ่าวไทย" ยกระดับไม้ดอกเขตร้อน สร้างโอกาสใหม่แก่ชุมชนเกาะสมุย

กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) รวมกับสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และวิทยาลัยอาชีวศึกษาภาวณาโพธิคุณ จัดพิธีเปิด "ศูนย์ถ่ายทอดองค์ความรู้การผลิตปทุมมาปลอดโรคแห่งอ่าวไทย" ในวันที่ 22 สิงหาคม 2569 ณ อาคารอเนกประสงค์ วิทยาลัยอาชีวศึกษาภาวณาโพธิคุณ ตำบลหน้าเมือง อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ศูนย์ดังกล่าวจัดตั้งขึ้นภายใต้โครงการ "การถ่ายทอดองค์ความรู้การผลิตพืชกลุ่มกระเจียวเพื่อยกระดับการใช้ไม้ดอกฝั่งอ่าวไทย" ซึ่ง

Flottweg ผู้นำด้านการผลิตเครื่องเหวี่ยงแย... Flottweg ชูโซลูชันการแยกสารขั้นสูงในงาน PALMEX Thailand 2026 — Flottweg ผู้นำด้านการผลิตเครื่องเหวี่ยงแยก เครื่องเดแคนเตอร์ และระบบแยกสารระดับอุตสาหกรรมชั...

นายเสกศักดิ์ พิริเยศยางกูร กรรมการผู้จัดก... SMO พบนักลงทุน จ.สุราษฎร์ธานี อัปเดตทิศทางธุรกิจ พร้อมเดินหน้าขยายศักยภาพการเติบโต — นายเสกศักดิ์ พิริเยศยางกูร กรรมการผู้จัดการสายงานโรงงาน นายศักดา ทองร...

นายกุศล ศรีเปารยะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร... SMO ตอกย้ำความเชื่อมั่นนักลงทุน นำเสนอข้อมูลธุรกิจและผลประกอบการ Q1/2569 — นายกุศล ศรีเปารยะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน และนายศักดา ทองรอง รองกรรมการผ...