- ผลวิจัยพบว่าผู้บริโภคต้องการให้กระเป๋าเงินดิจิทัลเป็นมากกว่าแอปชำระเงิน พร้อมยกระดับสู่แพลตฟอร์มแบบครบวงจรที่ครอบคลุมทั้งการท่องเที่ยว สิทธิประโยชน์ การจับจ่าย และบริการด้าน AI
- ระบบชำระเงินข้ามพรมแดนยังขาดความต่อเนื่อง โดยผู้บริโภคเกินกว่าครึ่งไม่สามารถเลือกใช้วิธีชำระเงินที่คุ้นเคยได้ และยังมีความกังวลว่าร้านค้าจะรองรับระบบชำระเงินของตนหรือไม่
- การใช้ AI เพื่อค้นหาข้อมูลและวางแผนเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ผู้บริโภค 43% ยังคงกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัว ชี้ภาคธุรกิจต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่นเพื่อขยายโอกาสสู่การค้ายุค AI
รายงานฉบับล่าสุดจาก Alipay+ แพลตฟอร์มกระเป๋าเงินดิจิทัลแบบครบวงจรของ แอนท์ อินเตอร์เนชั่นแนล ซึ่งจัดทำร่วมกับ S&P Global ชี้ให้เห็นถึง "ช่องว่างทางดิจิทัลเชิงพาณิชย์" ที่กำลังขยายตัวกว้างขึ้น โดยระบุว่าแม้ผู้บริโภคจะคาดหวังประสบการณ์การชำระเงินผ่านมือถือที่ไร้รอยต่อและเทคโนโลยีผู้ช่วยดิจิทัลอัจฉริยะมากขึ้น แต่ในความเป็นจริง พวกเขายังคงเผชิญกับอุปสรรคในการใช้งาน ตั้งแต่ระบบการรับชำระเงินที่ไม่ครอบคลุม ไปจนถึงปัญหาความเชื่อมั่นในเทคโนโลยี AI
การศึกษาดังกล่าวได้สำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายข้ามพรมแดนของผู้บริโภคจำนวน 6,000 คนใน 9 ตลาดทั่วเอเชีย ยุโรป และสหรัฐอเมริกา โดยผลการศึกษาชี้ให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของการค้าโลก ซึ่งกระเป๋าเงินดิจิทัล เทคโนโลยี AI และระบบนิเวศดิจิทัลที่เชื่อมโยงถึงกัน ได้กลายมาเป็นรากฐานสำคัญในการค้นหาสินค้า ทำธุรกรรม และสร้างปฏิสัมพันธ์ข้ามพรมแดนของผู้บริโภค
ข้อค้นพบที่สำคัญมีดังนี้:
การท่องเที่ยวเผยให้เห็นช่องโหว่ของโครงสร้างพื้นฐานทางการค้าระดับโลก: ผู้บริโภคกว่าครึ่งระบุว่าไม่แน่ใจว่าร้านค้าจะรองรับการชำระเงินของตนหรือไม่ (53%) หรือไม่สามารถเลือกชำระเงินด้วยวิธีที่คุ้นเคยได้ (54%) ส่งผลให้ 1 ใน 4 ของผู้บริโภคยังคงต้องพกเงินสดไว้เป็นทางเลือกสำรอง
เทรนด์การใช้จ่ายที่เน้นร้านค้าท้องถิ่น และมีความถี่สูง ตอกย้ำความจำเป็นของระบบรับชำระเงินที่ครอบคลุม: ปัจจุบัน นักท่องเที่ยวมีการใช้จ่ายเพิ่มขึ้นสูงสุดในหมวดอาหารและเครื่องดื่ม (67%) และสถานที่ท่องเที่ยวในท้องถิ่น (66%) โดยผู้บริโภคเกินกว่าครึ่ง (54%) เลือกใช้จ่ายกับร้านค้าและร้านอาหารในชุมชนมากกว่าห้างสรรพสินค้าหรือร้านอาหารที่มีสาขาทั่วไป
ผู้บริโภคคาดหวังให้แอปชำระเงินทำได้มากกว่าเดิม: การจองร้านอาหาร (61%) การจองบริการต่างๆ แบบครบจบในที่เดียว (58%) และการซื้อบัตรเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยว (57%) ขึ้นแท่นเป็นบริการภายในแอป (in-app services) ที่มีความต้องการสูงสุดในระดับโลก
ผู้บริโภคนิยมใช้ AI เพื่อค้นหาข้อมูลมากกว่าทำธุรกรรมจริง: แม้ผู้บริโภคถึง 81% จะใช้เครื่องมือ AI เพื่อค้นหาข้อมูลและวางแผนการท่องเที่ยวแล้ว แต่ยังมีความระมัดระวังและเลือกใช้งานมากขึ้น เมื่อเทคโนโลยี AI เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับขั้นตอนการจอง การขอคืนเงิน และการชำระเงิน
ความเชื่อมั่นคือหัวใจสำคัญของการใช้เทคโนโลยีผู้ช่วยอัจฉริยะ (Agentic Commerce): ความกังวลด้านความเป็นส่วนตัวของผู้บริโภคทั่วโลกยังคงอยู่ในระดับสูงที่ 43% ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการมีแพลตฟอร์มที่น่าเชื่อถือและตอบโจทย์พฤติกรรมในชีวิตประจำวันของผู้บริโภค
ดักลาส ฟีกิน ประธาน แอนท์ อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า "ปัจจุบัน โลกได้ก้าวเข้าสู่ยุคโมบายล์เฟิสต์ (Mobile-first) และไร้พรมแดนอย่างเต็มตัวแล้ว ความท้าทายในขณะนี้จึงอยู่ที่การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางการค้าให้รวดเร็วทันต่อความคาดหวังของผู้บริโภค ก้าวต่อไปของการค้าโลกจะไม่ได้ถูกกำหนดด้วยรูปแบบการชำระเงินดิจิทัลเพียงอย่างเดียว แต่วัดกันที่ความอัจฉริยะของระบบนิเวศ ความสามารถในการทำงานร่วมกัน และการเชื่อมต่อถึงกันในระดับโลก"
การเชื่อมโยงระบบเข้าด้วยกันคือรากฐานสำคัญของการค้าข้ามพรมแดน
ผู้บริโภคยุคใหม่สามารถสลับใช้งานระบบชำระเงินข้ามพรมแดนรูปแบบต่างๆ ได้อย่างลื่นไหล ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋าเงินดิจิทัล บัตร คิวอาร์โค้ด หรือระบบ NFC อย่างไรก็ตาม ประสบการณ์การจับจ่ายระหว่างเดินทางกลับยังคงขาดความต่อเนื่อง เนื่องจากระบบการรับชำระเงินของแต่ละท้องถิ่นที่มีความแตกต่างกัน ความไม่สอดคล้องกันนี้ได้กลายเป็นอุปสรรคสำคัญที่ถ่างช่องว่าง ระหว่างความคาดหวังของผู้บริโภคที่นับวันจะสูงขึ้น กับโครงสร้างพื้นฐานทางการค้าที่มีอยู่ในปัจจุบัน
ปัจจุบัน การชำระเงินผ่านมือถือได้กลายเป็นช่องทางหลักที่ผู้บริโภคนิยมใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ณ จุดหมายปลายทาง ทั้งสำหรับค่าอาหาร ช้อปปิ้ง และสถานที่ท่องเที่ยว ในขณะที่บัตรเครดิตยังคงเป็นตัวเลือกหลักสำหรับการจองล่วงหน้าก่อนการเดินทาง โดยเฉพาะในกลุ่มนักท่องเที่ยวจากเยอรมนีและสหรัฐอเมริกา นอกจากนี้ การชำระเงินผ่านมือถือทั้งในรูปแบบคิวอาร์โค้ด (QR) และ NFC ยังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยผู้บริโภคถึง 63% เลือกใช้วิธีนี้เป็นหลักในการทำธุรกรรมระหว่างเดินทาง อย่างไรก็ตาม ความคุ้นเคยในการใช้งานของแต่ละตลาดยังคงมีความแตกต่างกัน โดยผู้บริโภคจากจีน มาเลเซีย และไทย นิยมการสแกนจ่ายด้วยคิวอาร์โค้ด ในขณะที่ผู้บริโภคจากสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และเยอรมนี นิยมแตะจ่ายด้วยระบบ NFC ที่เชื่อมต่อกับบัตรบนกระเป๋าเงินดิจิทัลมากกว่า
ในขณะเดียวกัน กลุ่มผู้ตอบแบบสอบถามที่ยังไม่เคยใช้ระบบชำระเงินดิจิทัล ต่างแสดงความสนใจอย่างชัดเจนที่จะหันมาใช้งาน โดยระบุว่าตนเอง "มีแนวโน้มสูงมาก" (49%) และ "ค่อนข้างมีแนวโน้ม" (51%) ที่จะเลือกใช้วิธีการชำระเงินรูปแบบนี้ในการเดินทางครั้งต่อไป
ความแตกต่างของพฤติกรรมการใช้งานดังกล่าว ได้ก่อให้เกิดอุปสรรคที่เพิ่มสูงขึ้นตลอดการเดินทาง โดยผู้บริโภคเกินกว่าครึ่งแสดงความกังวลเมื่อต้องชำระเงินผ่านมือถือในต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความปลอดภัยในการทำธุรกรรม (62%) อัตราแลกเปลี่ยนและค่าธรรมเนียม (56%) ขั้นตอนการใช้งานเครื่องรับชำระเงินที่ไม่คุ้นเคย (56%) ตลอดจนความไม่แน่ใจว่าร้านค้าจะรองรับการชำระเงินรูปแบบดังกล่าวหรือไม่ (53%) นอกจากนี้ อุปสรรคยังเกิดขึ้นตั้งแต่ก่อนออกเดินทาง โดย 54% ระบุว่าพบความยุ่งยากเมื่อไม่สามารถใช้วิธีการชำระเงินที่ตนคุ้นเคยได้ในขั้นตอนการจองล่วงหน้า
จากปัญหาดังกล่าว ส่งผลให้ผู้บริโภค 1 ใน 4 ยังคงต้องพกเงินสดไว้เป็นทางเลือกสำรอง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้บริโภคสูงวัย รวมถึงเมื่อต้องเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางที่ระบบรับชำระเงินยังไม่สามารถทำงานเชื่อมโยงกันได้อย่างครอบคลุม
Ant International Powered Over 2 Billion Transactions in its Core Emerging Markets in 2025, Expanding AI Payments and Digital Commerce Tools for Inclusive Growth
ผู้บริโภคหันมาใช้งานระบบนิเวศกระเป๋าเงินดิจิทัลแบบครบวงจร
การเดินทางท่องเที่ยวได้เข้ามาเป็นตัวเร่งให้เกิดการเปลี่ยนผ่าน จากเดิมที่ใช้เพียงแอปพลิเคชันชำระเงินทั่วไป สู่ระบบนิเวศกระเป๋าเงินดิจิทัลที่รองรับการใช้งานทั่วโลก (Global-native) เนื่องจากผู้บริโภคหันมานิยมแพลตฟอร์มแบบครบวงจร ที่รวบรวมทั้งการค้นหาข้อมูล การจอง การชำระเงิน สิทธิประโยชน์ และบริการต่างๆ ณ จุดหมายปลายทาง ไว้เบ็ดเสร็จเพื่อมอบประสบการณ์ที่ครบจบในที่เดียว
การเปลี่ยนผ่านดังกล่าวเป็นผลมาจากความซับซ้อนที่เพิ่มขึ้นในทุกขั้นตอนของการเดินทาง โดยผู้บริโภคระบุว่า ตัวเลือกที่มีมากจนเกินไป แพลตฟอร์มการจองที่แยกกันคนละแอป และการขาดข้อมูลแนะนำที่เฉพาะเจาะจงสำหรับจุดหมายปลายทางนั้นๆ คือความยุ่งยากใจหลักในการวางแผนการเดินทาง ในขณะเดียวกัน สิทธิประโยชน์และเครดิตเงินคืน (52%) อัตราแลกเปลี่ยนที่คุ้มค่ากว่า (51%) และฟีเจอร์ช่วยติดตามค่าใช้จ่าย (50%) ได้กลายเป็นปัจจัยสำคัญอันดับต้นๆ ที่กระตุ้นให้ผู้บริโภคทั่วโลกเลือกใช้งานกระเป๋าเงินดิจิทัล
ความต้องการบริการด้านการท่องเที่ยวแบบครบวงจรภายในแอปก็มีแนวโน้มเติบโตอย่างรวดเร็วเช่นกัน โดยผู้บริโภคให้ความสนใจอย่างมากกับบริการจองโต๊ะและชำระค่าร้านอาหาร (61%) บริการจองการเดินทางแบบครบจบในที่เดียว (58%) การซื้อบัตรเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยว (57%) และบริการจองรถโดยสารในท้องถิ่น (54%)
อย่างไรก็ตาม ความคาดหวังของผู้บริโภคในแต่ละตลาดยังคงมีความแตกต่างกัน โดยผู้บริโภคจากจีน ไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์ มีความต้องการแพลตฟอร์มที่มอบประสบการณ์แบบครบวงจรเบ็ดเสร็จในแอปเดียวสูงกว่าตลาดอื่น ในขณะที่กลุ่มผู้บริโภคจากญี่ปุ่นและเยอรมนี จะให้ความสำคัญกับเรื่องความปลอดภัย ความโปร่งใส และความแน่นอนของขั้นตอนการชำระเงินมากกว่า
ผู้บริโภคเชื่อมั่น AI ในการค้นหาข้อมูล แต่ยังลังเลที่จะให้ทำธุรกรรมแทน
การเปิดรับเทคโนโลยี AI กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยผู้บริโภคถึง 81.3% มีการใช้เครื่องมือ AI เพื่อค้นหาจุดหมายปลายทางและประสบการณ์การท่องเที่ยวใหม่ๆ แล้ว อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคจะมีความระมัดระวังและเลือกใช้งานมากขึ้น เมื่อ AI ต้องเปลี่ยนบทบาทจากการเป็นเพียงผู้ช่วยค้นหาข้อมูลไปสู่การลงมือทำธุรกรรมจริง
แม้ว่าผู้บริโภค 73.2% จะเปิดกว้างในการใช้ AI เพื่อจองโรงแรมหรือเที่ยวบินในช่วง 12 เดือนข้างหน้า แต่ความเชื่อมั่นกลับลดลงเมื่อ AI เข้ามามีบทบาทเกี่ยวข้องกับการชำระเงินและการตัดสินใจโดยอัตโนมัติ โดยมีผู้บริโภคเพียง 26% เท่านั้นที่ระบุว่าสนใจให้ AI ทำหน้าที่ดังกล่าว
ถึงกระนั้น การเปิดรับการค้าที่ขับเคลื่อนด้วย AI ก็ยังคงอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะในตลาดอย่างจีน มาเลเซีย และไทย โดยเมื่อสอบถามถึงการใช้เทคโนโลยีผู้ช่วย AI ด้านการเดินทางระหว่างทริป ผู้บริโภคทั่วโลกถึง 87.7% ให้ความสำคัญกับฟีเจอร์ AI ที่เข้ามาช่วยจัดการเรื่องการจองและการปรับเปลี่ยนแผนการเดินทาง ตามด้วยการใช้ AI ช่วยอำนวยความสะดวกด้านการชำระเงินและการขอคืนเงิน (86.9%) รวมถึงการให้คำแนะนำและช่วยเหลือด้านการเดินทางแบบเรียลไทม์ (84.6%)
อันที่จริงแล้ว ช่องว่างระหว่างการใช้ AI เพื่อค้นหาข้อมูลและการทำธุรกรรมนั้น เป็นเรื่องของความเชื่อมั่นและสิทธิในการควบคุม โดยความกังวลด้านความเป็นส่วนตัวยังคงอยู่ในระดับสูงทั่วโลก (43%) ขณะที่ผู้บริโภค 2 ใน 5 (43%) ระบุว่ายังลังเลที่จะใช้เทคโนโลยีผู้ช่วย AI เนื่องจากชื่นชอบการวางแผนท่องเที่ยวด้วยตนเองมากกว่า และอีก 1 ใน 3 (32%) ระบุว่ายังคงต้องการคำแนะนำจากมนุษย์มากกว่าเช่นกัน
ฟีกิน กล่าวเสริมว่า "โอกาสสำคัญในเรื่องนี้ คือการผสานรวมเทคโนโลยี AI เข้ากับระบบนิเวศที่มีความปลอดภัยและน่าเชื่อถือ ซึ่งจะช่วยให้ผู้บริโภคสามารถทำธุรกรรมตามความต้องการได้อย่างไร้รอยต่อมากยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกันก็ยังคงรักษาความเชื่อมั่นและอำนาจในการตัดสินใจของผู้ใช้งานไว้ได้ตลอดเส้นทางการจับจ่าย"
สร้างรากฐานสู่ยุคแห่งการค้าด้วยเทคโนโลยีผู้ช่วยอัจฉริยะ
เมื่อพฤติกรรมของผู้บริโภคก้าวสู่ยุคดิจิทัลและโมบายล์เฟิสต์มากขึ้น แอปพลิเคชันชำระเงินจึงกลายเป็นจุดศูนย์รวมของการจับจ่าย สิทธิประโยชน์ และบริการ AI ไปโดยปริยาย แอนท์ อินเตอร์เนชั่นแนล พร้อมสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านดังกล่าวผ่าน Alipay+ แพลตฟอร์มกระเป๋าเงินดิจิทัลแบบครบวงจร ที่เชื่อมโยงบัญชีผู้ใช้งานกว่า 2 พันล้านบัญชีจากพันธมิตรผู้ให้บริการชำระเงินระดับโลก 50 ราย เข้ากับร้านค้าในจุดหมายปลายทางกว่า 220 แห่งทั่วโลก ครอบคลุมทั้งการชำระเงินผ่านคิวอาร์โค้ดและระบบ NFC นอกจากนี้ Alipay+ ยังได้ร่วมมือกับเครือข่ายการชำระเงินระดับชาติกว่า 10 แห่งทั้งในและนอกภูมิภาคเอเชีย เพื่อสนับสนุนการเข้าถึงบริการทางการเงินที่ครอบคลุม และช่วยขับเคลื่อนการเติบโตให้กับร้านค้ารายย่อยในท้องถิ่นหลายล้านแห่ง
เพื่อเตรียมความพร้อมสู่ก้าวต่อไปของการค้ายุค AI แอนท์ อินเตอร์เนชั่นแนล ได้เปิดตัวชุดโซลูชันที่ขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งสามารถทำงานสอดประสานกันได้อย่างลงตัว โดยออกแบบมาเพื่อช่วยให้พันธมิตรกระเป๋าเงินดิจิทัลสามารถยกระดับสู่การเป็นระบบนิเวศบนมือถือแบบครบวงจร โซลูชันดังกล่าวประกอบด้วย Alipay+ Agentic Mobile Protocol (AMP) ซึ่งเป็นโอเพนซอร์สเฟรมเวิร์กระบบแรกของโลกที่รองรับการชำระเงินผ่านเทคโนโลยีผู้ช่วยอัจฉริยะบนมือถือ ควบคู่ไปกับเครื่องมืออื่นๆ อย่าง Alipay+ Super App Engine (ASAP 2.0), GenAI Cockpit และ Voyager AI แพลตฟอร์มผู้ช่วยนักท่องเที่ยวอัจฉริยะ ซึ่งทั้งหมดนี้จะเข้ามาช่วยเพิ่มศักยภาพให้พันธมิตรสามารถสร้างสรรค์โซลูชันที่ผสานเทคโนโลยี AI อย่างเต็มรูปแบบเพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Chiang Mai Climate Action Day จุดประกายวิสัยทัศน์ "เศรษฐกิจใหม่" ผ่านพลังความร่วมมือของชุมชน
เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ส่งแคมเปญ "ASEAN SHOPPING FESTIVAL 2026" มัดใจทัวริสต์ มอบสิทธิพิเศษสุดคุ้มและของที่ระลึกสุดเอ็กซ์คลูซีฟ วันนี้ถึง 31 ตุลาคมนี้เท่านั้น
LHMH ทุ่ม 4,300 ล้านบาท เนรมิต "แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ วอยาจ พัทยา"
อ.อ.ป. ชวนสายสุขภาพ เที่ยว "สถาบันคชบาลแห่งชาติฯ จ.ลำปาง" ดันบริการใหม่ "นวดแผนไทย - ตอกเส้น" พร้อมให้บริการแล้ววันนี้ ...
อีกหนึ่งก้าวแห่งความสำเร็จของโรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์
เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ตอกย้ำ Cultural & Tourism Hub ชูอีเวนต์มวยไทย ครองใจนักท่องเที่ยว ชมฟรี! MBK CENTER MUAY THAI FIGHT NIGHT ทุกวันพุธแรกและพุธสุดท้ายของเดือน
อโกด้าจับมือ Eurovision Song Contest Asia ในฐานะพันธมิตรด้านการเดินทางอย่างเป็นทางการ ต้อนรับการประกวดครั้งแรกในเอเชีย
"เรื่องญี่ปุ่น ต้องกรุงศรี" กรุงศรีร่วมสนับสนุน Nippon Haku Bangkok 2026 ชูพลังเครือข่าย MUFG เชื่อมไทย-ญี่ปุ่น