ดีลอยท์ชี้ภาคพลังงานไทยเร่งใช้ AI รับมือแรงกดดันด้านต้นทุนและความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้น

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ในช่วงปีที่ผ่านมาได้เปลี่ยนทิศทางและวาระด้านพลังงานของประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างมีนัยสำคัญ

ดีลอยท์ชี้ภาคพลังงานไทยเร่งใช้ AI รับมือแรงกดดันด้านต้นทุนและความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้น

นายคีธ เดวีส์ ลีดเดอร์ ด้านเทคโนโลยีและการฎิรูปองค์กร สำหรับธุรกิจพลังงาน ทรัพยากรธรรมชาติ และอุตสาหกรรม ดีลอยท์ เซาท์อีสต์เอเชีย กล่าวว่า บริษัทพลังงานไทยกำลังปรับทิศทางการลงทุนโดยมุ่งเน้นไปที่ความพร้อมรับมือต่อความเปลี่ยนแปลง (Resilience) และผลตอบแทนจากการลงทุนเป็นหลักตลอดช่วงการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ไม่ว่าจะเป็นพลังงานหมุนเวียน เทคโนโลยีดักจับคาร์บอน หรือโครงสร้างพื้นฐานด้านก๊าซธรรมชาติ องค์กรต่าง ๆ กำลังประเมินการลงทุนโดยพิจารณาจากผลกระทบต่อความมั่นคงทางพลังงานและความสามารถในการเข้าถึงพลังงานในราคาที่เหมาะสม

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา กลุ่มบริษัทพลังงานรายใหญ่ของไทยได้ทยอยปรับโครงสร้างพอร์ตการลงทุน เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มความยืดหยุ่นในการดำเนินงาน ซึ่งรวมถึงการควบรวมกิจการกับคู่แข่งเพื่อใช้ฐานการผลิตร่วมกันและลดต้นทุนการดำเนินงาน การเปิดรับผู้ร่วมลงทุนจากต่างประเทศ ตลอดจนการถอนตัวออกจากธุรกิจที่ไม่ใช่ธุรกิจหลัก

ขณะเดียวกัน ความท้าทายใหม่คือการรองรับความต้องการใช้พลังงานของไทยที่เพิ่มสูงขึ้น มีการคาดการณ์ว่าโครงการดาต้าเซ็นเตอร์จำนวนมากซึ่งอยู่ระหว่างการพัฒนาจะมีการใช้ไฟฟ้ารวม 2.87 กิกะวัตต์ ซึ่งเป็นการเพิ่มแรงกดดันต่อโครงสร้างพื้นฐานระบบไฟฟ้าที่มีอยู่เดิม ซึ่งไม่ได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับปริมาณการใช้ไฟฟ้าที่สูงในระดับเช่นนี้

จากโครงการนำร่อง AI สู่ผลลัพธ์ทางธุรกิจ

แม้ AI จะเป็นปัจจัยที่ผลักดันให้ความต้องการพลังงานเพิ่มสูงขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน ก็เป็นทางออกในการช่วยบริษัทพลังงานรับมือกับความท้าทายด้านต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานได้ โดยนายคีธกล่าวเสริมว่า ปัจจุบัน AI ได้กลายเป็นวาระสำคัญในระดับคณะกรรมการของบริษัทพลังงานไทย อย่างไรก็ตาม ความท้าทายที่แท้จริงคือการเปลี่ยนความสนใจและการทดลองในระยะแรกให้กลายเป็นผลลัพธ์ที่วัดผลประกอบการได้

ผลสำรวจ Thailand Digital Transformation Survey 2026 ล่าสุดของดีลอยท์พบว่า แม้องค์กรไทยจะมีการนำ AI มาใช้แล้วในวงกว้าง แต่มีเพียงร้อยละ 19 ที่สามารถยกระดับการใช้ AI ให้ครอบคลุมการดำเนินงานในระดับองค์กร ขณะที่อีกร้อยละ 81 ยังคงอยู่ในระยะทดลอง โดยมุ่งเน้นโครงการนำร่องในหน่วยงานหรือฟังก์ชันเฉพาะด้าน นอกจากนี้ อีกร้อยละ 71 ยังระบุว่าการนำ AI มาใช้สามารถสร้างผลลัพธ์ได้ตามเป้าหมายเพียงบางส่วน

นายคีธกล่าวทิ้งท้ายว่า โครงการนำร่องในระยะแรกได้พิสูจน์ให้เห็นถึงศักยภาพของ AI แต่ความท้าทายคือการขยายผลไปสู่การใช้งานในวงกว้าง เราจึงสนับสนุนให้ลูกค้าในภาคพลังงานและทรัพยากรธรรมชาติ ประเมินและตรวจสอบให้มั่นใจก่อนว่า สามารถนำ AI มาประยุกต์ใช้กับกระบวนการทำงานที่มีอยู่ได้อย่างมีประสิทธิภาพและสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม ก่อนพิจารณาก้าวไปสู่การลงทุนหรือการใช้งานในระยะต่อไป ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนเพิ่มเติมในโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี หรือการนำ AI ไปประยุกต์ใช้กับกรณีที่มีความเสี่ยงสูงขึ้น

ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และภูมิภาคอื่น ๆ AI เริ่มถูกนำมาใช้ในภาคพลังงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบและป้องกันต้นทุนความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น ตัวอย่างหนึ่งคือ ดีลอยท์ได้นำภาพถ่ายดาวเทียมมาผสานกับเทคโนโลยี AI เพื่อช่วยบริษัทพลังงานรายใหญ่ตรวจจับการรั่วไหลของก๊าซมีเทนตามแนวท่อส่งแบบเรียลไทม์ ทำให้สามารถระบุแหล่งกำเนิดการปล่อยก๊าซที่ระบบตรวจสอบแบบเดิมไม่สามารถตรวจพบได้ ซึ่งช่วยลดทั้งความเสี่ยงด้านกฎระเบียบและค่าใช้จ่ายในการแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้นตามมา

อีกกรณีหนึ่งคือ ลูกค้ารายหนึ่งได้นำระบบบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์ (Predictive Maintenance) มาใช้กับหม้อไอน้ำในโรงไฟฟ้า เพื่อวิเคราะห์และตรวจจับความเสี่ยงจากความขัดข้องของกลไกได้ล่วงหน้า ก่อนที่จะเกิดการชำรุดจนต้องหยุดทำงาน ส่งผลให้สามารถลดโอกาสการหยุดดำเนินงานนอกแผน และหลีกเลี่ยงค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมที่สูงเกินความจำเป็น

นายมงคล สมผล ลีดเดอร์ ด้านพลังงาน ทรัพยากรธรรมชาติ และอุตสาหกรรม ดีลอยท์ ประเทศไทย กล่าวว่า บริษัทพลังงานกำลังให้ความสำคัญกับการนำ AI ระบบอัตโนมัติ และการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูงมาใช้มากขึ้น เพื่อช่วยติดตามข้อมูล เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารสินทรัพย์ และเสริมความยืดหยุ่นในการดำเนินงาน

"สิ่งที่ลูกค้าในภาคพลังงานต้องการคือ AI ที่สามารถสร้างผลกระทบต่อการบริหารจัดการสินทรัพย์และต้นทุนได้โดยตรงและวัดผลได้ ไม่ใช่นำมาใช้เพียงเพราะต้องการมีเทคโนโลยีใหม่ ทั้งนี้ แรงกดดันที่พวกเขาเผชิญอยู่นั้นคือ การที่ไม่สามารถควบคุมราคาสินค้าโภคภัณฑ์ได้ แต่สามารถควบคุมประสิทธิภาพในการดำเนินงานได้ ซึ่ง AI กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญมากขึ้นในเรื่องนี้ ตั้งแต่การบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์ การตรวจสอบการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ไปจนถึงการเพิ่มประสิทธิภาพห่วงโซ่อุปทาน ทั้งนี้ ก้าวต่อไปคือการเปลี่ยนจากการใช้ AI ในงานเฉพาะจุด ไปสู่การนำ Agentic AI ที่มาผสานเข้ากับกระบวนการดำเนินงานในภาพรวม และสนับสนุนการตัดสินใจได้แบบเรียลไทม์ ซึ่งจะสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน และเป็นทิศทางที่เราเข้าไปช่วยลูกค้าให้ความสำคัญในการวางแผนและจัดสรรการลงทุน"

ช่องว่างในทางปฏิบัติ

การยกระดับการใช้ AI อย่างมีประสิทธิภาพถือเป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญที่องค์กรในภาคพลังงานไทยสามารถนำมาใช้เพื่อลดต้นทุนในช่วงเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรม เนื่องจากบริษัทไม่สามารถควบคุมปัจจัยภายนอกอย่างราคาน้ำมันดิบ ปิโตรเคมี หรือไฟฟ้าได้ ดังนั้น การเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนการดำเนินงานจึงยังคงเป็นกลไกสำคัญในการรักษาอัตรากำไรและความสามารถในการแข่งขัน ขณะเดียวกัน ความผันผวนของตลาดพลังงานมีแนวโน้มเกิดขึ้นถี่ขึ้น วิกฤตราคาน้ำมันที่เคยเกิดขึ้นราวทศวรรษละครั้งในอดีต ปัจจุบันอาจเกิดขึ้นบ่อยครั้งกว่าเดิม ส่งผลให้องค์กรมีเวลาวางแผนและรับมือกับความไม่แน่นอนลดลง นอกจากนี้ แรงกดดันจากนักลงทุนและคู่ค้าระหว่างประเทศเกี่ยวกับการเปิดเผยข้อมูลคาร์บอนและผลการดำเนินงานด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ก็ยิ่งเร่งให้ภาคพลังงานต้องเดินหน้าเรื่องการลดคาร์บอนเร็วขึ้น

ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมระบุว่า ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ภาคพลังงานได้ดำเนินการเชิงยุทธศาสตร์ครั้งสำคัญ ทั้งการปรับพอร์ตการลงทุนและการควบรวมกิจการ คำถามสำคัญในระยะต่อไปคือองค์กรต่าง ๆ จะสามารถพัฒนาขีดความสามารถด้านดิจิทัลและศักยภาพขององค์กร เพื่อเปลี่ยนการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์เหล่านี้ให้เป็นผลตอบแทนทางธุรกิจในวงกว้างได้มากเพียงใด

นายอริยะ ฝึกฝน ลีดเดอร์ ด้านเทคโนโลยีและการฎิรูปองค์กร ดีลอยท์ ประเทศไทย กล่าวทิ้งท้ายว่า ภาคพลังงานไทยได้ตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญและเหมาะสมแล้ว สิ่งที่ยังต้องจับตาคือความเร็วในการนำกลยุทธ์ไปสู่การปฏิบัติ องค์กรที่จะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในวัฏจักรธุรกิจครั้งถัดไป ต้องไม่มอง AI เป็นเพียงโครงการด้านเทคโนโลยี แต่เป็นขีดความสามารถในการดำเนินงานที่ฝังอยู่ในกระบวนการบริหารจัดการสินทรัพย์ การควบคุมต้นทุน และการตัดสินใจในระดับผู้บริหารและคณะกรรมการ ซึ่งการเปลี่ยนผ่านนี้จำเป็นต้องอาศัยการลงทุนในรูปแบบใหม่ ทั้งการวางรากฐานด้านข้อมูล การพัฒนาบุคลากร และการปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินงาน เพื่อสร้างขีดความสามารถที่รองรับการเติบโตอย่างยั่งยืน


ข่าวพลังงานหมุนเวียน+ทรัพยากรธรรมชาติวันนี้

ALPHAX มอง "ลาว" ฐานยุทธศาสตร์พลังงานสะอาดของภูมิภาค ด้าน ทริสฯ ปรับ Outlook สปป.ลาว เป็น Stable หนุนความเชื่อมั่นการลงทุน

การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด (Energy Transition) กำลังเร่งตัวทั่วโลก จากความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นของภาคอุตสาหกรรม การขยายตัวของศูนย์ข้อมูล (Data Center) และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ควบคู่กับเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ส่งผลให้การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานหมุนเวียนได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางแนวโน้มดังกล่าว สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีศักยภาพด้านพลังงานสะอาดของภูมิภาค จากทรัพยากรธรรมชาติที่เอื้อต่อการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำ

สยามพิวรรธน์ ไซม่อน จับมือ GUNKUL ชูโมเดล... สยามพิวรรธน์ ไซม่อน จับมือ GUNKUL ชูโมเดล 'Solar + Battery' ใช้พลังงานหมุนเวียนเต็มรูปแบบ — สยามพิวรรธน์ ไซม่อน จับมือ GUNKUL ชูโมเดล 'Solar Battery' ดัน ...

ยกระดับมูลค่าธุรกิจสีเขียว หนุนรายได้เพิ่... TPCH ปักหมุด COD โซลาร์ฟาร์มสปป.ลาว ครบ 100 MW ปีนี้ เดินหน้าพัฒนาพลังงานหมุนเวียนในประเทศ — ยกระดับมูลค่าธุรกิจสีเขียว หนุนรายได้เพิ่ม ดันอนาคตยั่งยืน บม...