RT เผยทิศทางธุรกิจครึ่งปีหลัง 2569 เล็งรับงานใหม่ มูลค่า 2,100 ล้านบาท หนุน Backlog มูลค่า 4,755 ล้านบาท เดินหน้ากลยุทธ์ RAISE-REFINE-RESILIENCE เพิ่มสัดส่วนงานรอบเร็ว ธุรกิจ O&M สร้างรายได้ประจำ พร้อมอัปเกรดประสิทธิภาพการดำเนินงาน ปั้น "RT Geothermal" ต่อยอดธุรกิจพลังงานขยายแหล่งรายได้ใหม่ ด้านผลประกอบการครึ่งปีแรก 2569 รายได้รวม 1,855 ล้านบาท พลิกกำไรสุทธิ 26 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 129%
นายชวลิต ถนอมถิ่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไร้ท์ทันเน็ลลิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ RT ผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านขุดเจาะอุโมงค์ วิศวกรรมโยธา และ ธรณีเทคนิคครบวงจร เปิดเผยว่า ทิศทางธุรกิจครึ่งปีหลัง 2569 บริษัทดำเนินโครงการในมือและทยอยรับรู้รายได้ต่อเนื่องจำนวน 26 งาน โดย ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 บริษัทมีมูลค่างานในมือ (Backlog) 4,755 ล้านบาท สามารถรับรู้รายได้ต่อเนื่องไปจนถึงปี 2573
ขณะเดียวกัน บริษัทเตรียมเข้าประมูลงานใหม่เพิ่มเติมเพื่อทดแทนมูลค่างานที่ทยอยรับรู้ไปแล้ว โดยมีโอกาสรับงานใหม่ในช่วงครึ่งปีหลังมูลค่ารวมประมาณ 2,100 ล้านบาท เพื่อรักษาระดับ Backlog และสร้างความต่อเนื่องของรายได้ในอนาคต
ทั้งนี้ บริษัทให้ความสำคัญกับการเลือกรับงานที่สามารถรักษาอัตรากำไรให้อยู่ในระดับเหมาะสม ท่ามกลางความผันผวนของราคาพลังงาน วัสดุก่อสร้าง และค่าขนส่ง โดยใช้แนวทางสั่งซื้อวัสดุล่วงหน้าจากผู้จำหน่ายที่ผ่านการคัดเลือก เพื่อกำหนดต้นทุนให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม เพิ่มความแม่นยำในการวางแผน และลดความเสี่ยงจากการปรับขึ้นของราคาวัสดุอย่างกะทันหัน
นอกจากนี้ บริษัทเดินหน้ากลยุทธ์ RAISE-REFINE-RESILIENCE เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยเพิ่มสัดส่วนงานที่มีรอบการดำเนินงานเร็ว เพื่อเร่งการรับรู้รายได้และเสริมสภาพคล่อง ควบคู่กับการขยายงานซ่อมแซมและบำรุงรักษา (O&M) เพื่อสร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) ลดการพึ่งพารายได้จากโครงการขนาดใหญ่ และเพิ่มความหลากหลายของแหล่งรายได้
ด้านการบริหารจัดการ บริษัทอยู่ระหว่างยกระดับระบบ ERP ผสานการใช้ AI และ Automation เพื่อเพิ่ม Productivity และประสิทธิภาพในการควบคุมต้นทุน พร้อมบริหารกระแสเงินสด ลดภาระดอกเบี้ย และรักษาโครงสร้างเงินทุนให้อยู่ในระดับเหมาะสม รองรับการดำเนินงานและการรับโครงการใหม่ในอนาคต
สำหรับความคืบหน้าของบริษัท อาร์ที จีโอเทอร์มอล จำกัด (RT Geothermal) บริษัทย่อยที่ดำเนินธุรกิจพลังงานทางเลือก ปัจจุบันอยู่ระหว่างพัฒนาและต่อยอดการใช้พลังงานความร้อนใต้พิภพ ระบบทำความเย็นขนาดใหญ่ และการใช้ประโยชน์จากความร้อนใต้พิภพแบบต่อเนื่องหลายระดับ (Geothermal Cascaded Use) เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศ
ที่ผ่านมา RT Geothermal ได้ร่วมมือกับสถาบันวิจัยเพื่อพัฒนาองค์ความรู้และเทคโนโลยีด้านพลังงานความร้อนใต้พิภพ โดยบริษัทมองว่าธุรกิจดังกล่าวมีศักยภาพในการต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมและโครงสร้างพื้นฐานของกลุ่ม RT สู่ธุรกิจพลังงานทางเลือก และเป็นโอกาสในการสร้างแหล่งรายได้ใหม่ เพื่อเพิ่มความสมดุลของโครงสร้างรายได้และสนับสนุนการเติบโตในระยะยาว
"บริษัทมุ่งรักษาความต่อเนื่องของการรับรู้รายได้จาก Backlog ควบคู่กับการคัดเลือกงานใหม่ที่มีศักยภาพและสามารถบริหารอัตรากำไรได้อย่างเหมาะสม พร้อมขยายฐานรายได้ไปสู่งานที่สร้างรายได้ประจำและธุรกิจพลังงานทางเลือก เพื่อสร้างความหลากหลายของแหล่งรายได้และเสริมความแข็งแกร่งให้กับการเติบโตของ RT ในระยะยาว" นายชวลิต กล่าว
ด้านผลประกอบการครึ่งปีแรก 2569 บริษัทมีรายได้รวม 1,855 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีรายได้รวม 1,562 ล้านบาท จำนวน 293 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 19% และมีกำไรสุทธิ 26 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีขาดทุนสุทธิ 89 ล้านบาท จำนวน 115 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 129 %
ส่วนผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 บริษัทมีรายได้รวม 922 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีรายได้รวม 863 ล้านบาท จำนวน 59 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 9% และมีกำไรสุทธิ 25 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 13 ล้านบาท จำนวน 12 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 92%
RT ติดสปีดโตครึ่งปีหลัง 69 ลุ้นงานใหม่ 5 พัน ลบ. - ปั๊มมาร์จิ้น 15%
RT ตุน Backlog 5.6 พันล้าน เดินหน้าส่งมอบงาน-เพิ่มกระแสเงินสด
RT เข้าร่วม JUMP+ ชูกลยุทธ์ RAISE - REFINE - RESILIENCE วางเป้า 3 ปี กำไร 120 ลบ.
RT Go Green Construction เข้าร่วม JUMP+ เล็งประมูลงาน 20,000 ลบ.
RT แจ้งงบ Q4/68 รายได้ 938 ลบ. กำไรโต 350% บุ๊กรายได้งานในมือ 31 โครงการ
RT จัดตั้ง บ.ย่อย อาร์ที จีโอเทอร์มอล ธุรกิจพลังงานความร้อนใต้พิภพ ต่อยอดการเติบโต
RT ชำระคืนหุ้นกู้-ดอกเบี้ยตามนัด 412.1 ล้านบาทสะท้อนวินัยการเงิน พร้อมเร่งการเติบโต
RT เปิดแผนปี 69 ยกระดับองค์กรทุกมิติ รุกงานมาร์จิ้นสูง ดัน Backlog 1.2 หมื่นลบ. ตั้งเป้ารายได้ 3,900 ลบ.