กรมลดโลกร้อน เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น "แผนปฏิบัติการด้านการปรับตัวฯ รายสาขา" (พ.ศ. 2569-2573) เชื่อมการปรับตัวของไทยสู่เป้าหมายและตัวชี้วัดระดับโลก

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

วันที่ 27 สิงหาคม 2569 กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (สส.) จัดการประชุมรับฟังความคิดเห็นต่อ (ร่าง) แผนปฏิบัติการด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศรายสาขา (พ.ศ. 2569 - 2573) เพื่อเปิดโอกาสให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและเสนอแนะต่อร่างแผนฯ ก่อนนำไปปรับปรุงเป็นแผนฉบับสมบูรณ์ โดยมุ่งให้มาตรการ แนวทางการดำเนินงาน และตัวชี้วัดของแผนรายสาขา สอดคล้องกับบริบทของประเทศไทยและเชื่อมโยงกับเป้าหมายการปรับตัวระดับโลก (Global Goal on Adaptation: GGA) โดยมีดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นประธาน พร้อมหน่วยงานร่วมรับฟังความเห็นกว่า 100 คน ณ ห้องประชุมอารีย์สัมพันธ์ อาคารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม

กรมลดโลกร้อน เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น "แผนปฏิบัติการด้านการปรับตัวฯ รายสาขา" (พ.ศ. 2569-2573) เชื่อมการปรับตัวของไทยสู่เป้าหมายและตัวชี้วัดระดับโลก

ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยถึงสถานการณ์วิกฤตภูมิอากาศว่า จากรายงาน State of the Global Climate 2025 ขององค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) ระบุว่า ช่วงปี 2558-2568 เป็น 11 ปีที่ร้อนที่สุดเท่าที่มีการบันทึกสถิติ โดยมีอุณหภูมิสูงกว่ายุคก่อนปฏิวัติอุตสาหกรรมถึง 1.43 องศาเซลเซียส อีกทั้งสถาบันวิจัยระดับโลก (WIR และ NOAA) คาดการณ์การเกิดปรากฏการณ์ "ซูเปอร์เอลนีโญ (Super El Ni?o)" ที่จะทวีความรุนแรงสูงสุดช่วงเดือนธันวาคม 2569 ถึงกุมภาพันธ์ 2570 ซึ่งจะส่งผลให้เกิดภัยแล้งและคลื่นความร้อนรุนแรงทั่วโลก สำหรับประเทศไทย ผลกระทบเกิดขึ้นอย่างชัดเจน เช่น เหตุการณ์น้ำท่วมหนักที่จังหวัดน่านเมื่อช่วงกลางเดือนที่ผ่านมา ขณะที่รายงาน Climate Risk Index 2026 ของ Germanwatch ระบุว่าความเสี่ยงด้านสภาพอากาศของไทยขยับขึ้นมาอยู่อันดับที่ 17 ของโลก หากไม่มีมาตรการรับมือเพิ่มเติม ธนาคารโลกประเมินว่าอาจส่งผลให้ GDP ของไทยลดลงถึง 7-14% ภายในปี 2050 โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางที่จะได้รับผลกระทบหนักที่สุด กรมลดโลกร้อน เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น "แผนปฏิบัติการด้านการปรับตัวฯ รายสาขา" (พ.ศ. 2569-2573) เชื่อมการปรับตัวของไทยสู่เป้าหมายและตัวชี้วัดระดับโลก

สถานการณ์ดังกล่าว สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการเร่งสร้างภูมิคุ้มกัน ลดความเปราะบาง และเพิ่มขีดความสามารถในการปรับตัวของประเทศ โดยการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไม่ใช่เพียงการรับมือกับผลกระทบที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน แต่ต้องเป็นการเตรียมความพร้อมของประเทศต่อความเสี่ยงในอนาคตอย่างเป็นระบบ โดยกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เร่งขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการด้านการปรับตัวฯ ใน 6 สาขาสำคัญ ได้แก่ การจัดการทรัพยากรน้ำ เกษตรและความมั่นคงทางอาหาร การท่องเที่ยว สาธารณสุข การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และการตั้งถิ่นฐานและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งปัจจุบัน กรมฯ ได้พัฒนาระบบติดตามและประเมินผลการดำเนินงานด้านการปรับตัว โดยจัดทำตัวชี้วัดรายสาขา รวบรวมข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และพัฒนาฐานข้อมูลเพื่อใช้ติดตามความก้าวหน้าและประเมินผลลัพธ์ของการดำเนินงาน รวมถึงการพัฒนา Platform กลางด้านการติดตามและประเมินผลการปรับตัว เพื่อให้สามารถใช้เป็นฐานข้อมูลในการรายงานผลระดับประเทศและเชื่อมโยงกับกรอบการดำเนินงานด้านการปรับตัวในระดับสากล

สำหรับการประชุมในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ เพื่อรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่อผลการประเมินงบประมาณและตัวชี้วัดของแผนในทั้ง 6 สาขา เพื่อนำไปปรับปรุงร่างแผนปฏิบัติการด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศรายสาขาให้มีความเหมาะสมและสามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยประเด็นสำคัญในการปรับปรุงแผนฯ คือการทบทวนและพัฒนาตัวชี้วัดให้สามารถตอบโจทย์การดำเนินงานทั้งในระดับสาขาและระดับประเทศ พร้อมทั้งเชื่อมโยงกับกรอบเป้าหมายและตัวชี้วัดด้านการปรับตัวในระดับโลก (GGA) ให้ประเทศไทยสามารถติดตามและประเมินความก้าวหน้าด้านการปรับตัวได้อย่างเป็นระบบ และสะท้อนผลการดำเนินงานได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งในระดับโลกได้มีการพัฒนาชุดตัวชี้วัด Belem Adaptation Indicators จำนวน 59 ตัวชี้วัด เพื่อสนับสนุนการติดตามและประเมินผลการดำเนินงานด้านการปรับตัวของประเทศต่าง ๆ โดยการนำเสนอผลการประเมินความต้องการทางการเงินสำหรับกิจกรรมด้านการปรับตัวในแต่ละสาขา จะทำให้เห็นภาพความต้องการด้านการเงิน และสามารถนำข้อมูลไปประกอบการวางแผนและจัดลำดับความสำคัญของมาตรการและกิจกรรมด้านการปรับตัวให้เหมาะสมกับทรัพยากรที่มีอยู่ ทั้งนี้ หากมีการปรับปรุงร่างแผนปฏิบัติการด้านการปรับตัวฯ รายสาขา เป็นฉบับสมบูรณ์แล้ว จะสามารถนำแผนปฏิบัติการด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ไปใช้เป็นมาตรการ แนวทางการดำเนินงานสู่การดำเนินงานในระดับสาขาและระดับพื้นที่ ที่สอดคล้องกับบริบทของประเทศไทย และเป้าหมายการปรับตัวระดับโลก


ข่าวและสิ่งแวดล้อม+สิ่งแวดล้อมวันนี้

บางจากฯ รับโล่ "พลังภาคีภูมิอากาศไทย" จากกรมลดโลกร้อน สะท้อนความมุ่งมั่นร่วมสร้างระบบนิเวศคาร์บอนต่ำในฐานะเครือข่ายพันธมิตร

เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณ "พลังภาคีภูมิอากาศไทย" (DCCE Climate Partner Award) จากกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (สส. หรือ กรมลดโลกร้อน) ในฐานะ 1 ใน 12 หน่วยงานที่สนับสนุนและส่งเสริมการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม โดย นางกลอยตา ณ ถลาง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ งานบริหารความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร เป็นผู้แทนบริษัทฯ รับมอบโล่จาก ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ

สมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย (TCMA) เข้าร... TCMA รับ DCCE Climate Partner Award ตอกย้ำบทบาท "Climate Solutions Partner" ร่วมขับเคลื่อนไทยสู่ Net Zero 2050 — สมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย (TCMA) เข้าร...

ไข่ไก่ฟองเล็กๆ ที่อยู่คู่ครัวไทยมาทุกยุคส... ซีพีเอฟชวนคนไทยรู้จัก เชื่อมั่น และเลือกไข่ไก่อย่างเข้าใจ ในงาน Thailand Local SDGs Plus Expo 2026 — ไข่ไก่ฟองเล็กๆ ที่อยู่คู่ครัวไทยมาทุกยุคสมัย วันนี้กำ...