PwC ประเทศไทย ชี้การเปลี่ยนผ่านของภาคอุตสาหกรรมของไทยจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของกิจกรรมควบรวมและซื้อกิจการระลอกใหม่ หลังนักลงทุนมองข้ามภาวะชะลอตัวของตลาดดีลในช่วงกลางปี และให้ความสำคัญกับโอกาสที่เกี่ยวข้องกับความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทาน การผลิตขั้นสูง และการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีมากขึ้น
ข้อมูลจากรายงาน 'Global M&A Trends in Industrials and Services: 2026 Mid-Year Outlook' ของ PwC ระบุว่า มูลค่ากิจกรรมการควบรวมและซื้อกิจการ (mergers and acquisitions: M&As) ในกลุ่มอุตสาหกรรมและบริการจะขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยได้แรงหนุนจากดีลที่มีจำนวนน้อยลงแต่มีขนาดใหญ่ขึ้น ทั้งนี้ มูลค่าดีลทั่วโลกในปี 2569 คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 4.96 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 16.28 ล้านล้านบาท[1] ขณะที่ปริมาณดีลคาดว่าจะลดลงประมาณ 7% เมื่อเทียบกับปีก่อน นาย สตีฟ หยาง หัวหน้ากลุ่มลูกค้าธุรกิจยานยนต์ บริษัท PwC ประเทศไทย กล่าวว่า ปริมาณดีลในประเทศไทยกำลังเผชิญกับภาวะชะลอตัวเช่นกัน แต่ต่างจากตลาดขนาดใหญ่ที่ยังมีเมกะดีลช่วยพยุงกิจกรรมโดยรวม
"ในปัจจุบันนักลงทุนเลือกลงทุนมากขึ้น โดยมุ่งหาโอกาสที่ช่วยเสริมความแข็งแกร่งของห่วงโซ่อุปทาน เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และสร้างคุณค่าเชิงกลยุทธ์ในระยะยาว" นาย สตีฟ กล่าว แม้บรรยากาศการทำดีลจะมีความระมัดระวังมากขึ้น แต่นักลงทุนเชิงกลยุทธ์ยังคงแสวงหาโอกาสการลงทุนที่เชื่อมโยงกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (artificial intelligence: AI) การปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทาน และการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้า (electric vehicles: EVs) ซึ่งเป็นสามปัจจัยสำคัญที่กำลังเปิดโอกาสการลงทุนใหม่ทั่วภาคอุตสาหกรรมไทย
AI และหุ่นยนต์ จุดประกายโอกาสใหม่ของภาคอุตสาหกรรม
แม้ AI จะยังไม่ได้เป็นปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนการทำธุรกรรม M&A ในประเทศไทย แต่เทคโนโลยีดังกล่าวเริ่มมีบทบาทต่อการตัดสินใจลงทุนและการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมแล้ว โดยเฉพาะผ่านการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (foreign direct investment: FDI) ในภาคการผลิตขั้นสูงและโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล
นาย สตีฟ มองว่า ในอนาคตประเทศไทยมีโอกาสเข้าไปมีส่วนร่วมในระบบนิเวศที่เติบโตอย่างรวดเร็วของ AI ที่สามารถรับรู้ ทำความเข้าใจ และลงมือทำในโลกจริงผ่านอุปกรณ์ทางกายภาพ (physical AI) หุ่นยนต์ และระบบอัตโนมัติ ผ่านการจัดหาชิ้นส่วนและศักยภาพด้านการผลิตให้แก่บริษัทเทคโนโลยีระดับโลกที่พัฒนาหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์สำหรับผู้ใช้งานปลายทาง
"Physical AI และหุ่นยนต์ถือเป็นโอกาสสำคัญของภาคอุตสาหกรรมในระยะยาว ซึ่งถึงแม้ว่าจุดแข็งของไทยอาจไม่ใช่การพัฒนาหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ แต่ก็มีศักยภาพในการเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานที่สนับสนุนเทคโนโลยีนี้ โดยบริษัทในอุตสาหกรรมยานยนต์และการผลิตขั้นสูงของไทยมีขีดความสามารถหลายด้านที่สามารถประยุกต์ใช้เพื่อรองรับตลาดเกิดใหม่นี้ได้" เขา กล่าว
อย่างไรก็ตาม บุคลากรยังเป็นความท้าทายสำคัญ โดยความพร้อมของทักษะด้าน AI วิทยาการข้อมูล และระบบอัตโนมัติในภาคอุตสาหกรรม จะเป็นตัวกำหนดว่าไทยจะสามารถคว้าโอกาสนี้ได้รวดเร็วเพียงใด
China+1 ยังคงดึงดูดการลงทุนเข้าสู่ไทย
กลยุทธ์ 'China Plus One' หรือ 'China+1' ยังคงเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนการลงทุนที่สำคัญที่สุด หลังบริษัทผู้ผลิตในจีนเพิ่มฐานการผลิตหรือแหล่งจัดหานอกประเทศ เพื่อกระจายความเสี่ยงจากความตึงเครียดทางการค้า ปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์ หรือการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน
สำหรับประเทศไทย กลยุทธ์นี้ช่วยดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ โดยไทยได้รับความสนใจมากขึ้นในฐานะจุดหมายของผู้ผลิตที่ต้องการฐานอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่ง การเชื่อมโยงในภูมิภาค และการเข้าถึงตลาดอาเซียน สำหรับนักลงทุนที่ต้องการเข้าสู่ตลาดอย่างรวดเร็ว การเข้าซื้อโรงงานหรือสินทรัพย์อุตสาหกรรมที่มีอยู่แล้วอาจใช้เวลาน้อยกว่าการสร้างฐานการผลิตใหม่ทั้งหมด นาย สตีฟ กล่าว
"China Plus One ได้เปลี่ยนจากแนวคิดที่เดิมอยู่ในวงสนทนาไปสู่กลยุทธ์การลงทุนที่เกิดขึ้นจริง หลายบริษัทกำลังมองหาฐานการผลิตนอกประเทศจีนเพื่อรองรับตลาดโลกอย่างจริงจัง สำหรับนักลงทุนที่ให้ความสำคัญกับความรวดเร็ว การเข้าซื้อหรือปรับเปลี่ยนการใช้ประโยชน์จากโรงงานที่มีอยู่ในประเทศไทย มักน่าสนใจกว่าการพัฒนาโครงการใหม่ตั้งแต่ต้น" เขา กล่าว
ทั้งนี้ แนวโน้มดังกล่าวกำลังสร้างโอกาสในภาคการผลิตอุตสาหกรรม วิศวกรรมและการก่อสร้าง ยานยนต์ และบริการธุรกิจ โดยเฉพาะชิ้นส่วน EV อิเล็กทรอนิกส์ และเคมีภัณฑ์เฉพาะทาง ซึ่งได้รับความสนใจจากนักลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยมีมาตรการส่งเสริมการลงทุนของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (The Board of Investment: BOI) และการขยายตัวของ FDI เป็นปัจจัยสนับสนุน
กระแส EV เปิดทางการลงทุนและการควบรวมในอุตสาหกรรม
การเปลี่ยนผ่านสู่ EV ทั่วโลกกำลังพลิกโฉมภูมิทัศน์การลงทุนของไทย และสร้างโอกาสใหม่ตลอดห่วงโซ่คุณค่าของอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยโอกาสการลงทุนในต้นน้ำกำลังเกิดขึ้นในธุรกิจแบตเตอรี่ มอเตอร์ขับเคลื่อน อิเล็กทรอนิกส์ และชิ้นส่วนอื่น ๆ ที่ประเทศไทยยังอยู่ระหว่างการพัฒนาขีดความสามารถภายในประเทศ ขณะเดียวกัน ผู้ผลิต EV และซัพพลายเออร์จากจีนที่เข้ามาลงทุนในไทยต่างมองหาพันธมิตรท้องถิ่นมากขึ้น เพื่อเร่งการขยายธุรกิจและเสริมความแข็งแกร่งของห่วงโซ่อุปทาน
ในภาคการผลิต การเข้าซื้อกิจการช่วยให้บริษัทยานยนต์สร้างกำลังการผลิตได้รวดเร็วขึ้น โดยลดระยะเวลาในการเข้าสู่ตลาดและเริ่มดำเนินงาน ขณะที่การเป็นพันธมิตรทางธุรกิจยังช่วยให้ผู้ผลิตในประเทศสามารถรวบรวมกำลังการผลิตและเพิ่มประสิทธิภาพโดยรวมได้
"การเปลี่ยนผ่านสู่ EV นำมาทั้งการเปลี่ยนแปลงและโอกาส เราเห็นความต้องการที่เพิ่มขึ้นของการเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ สินทรัพย์ด้านการผลิต และขีดความสามารถของห่วงโซ่อุปทานในประเทศ บริษัทที่ปรับตัวได้รวดเร็ว วางตำแหน่งตนเองในระบบนิเวศ EV ที่กำลังเปลี่ยนแปลง และเปิดรับพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ จะมีความพร้อมมากกว่าในการคว้าโอกาสการเติบโตในอนาคต" นาย สตีฟ กล่าว "โอกาสยังเปิดกว้างอยู่ในขณะนี้ แต่ไม่ได้แปลว่าจะเป็นอย่างนี้ตลอดไป ดังนั้น บริษัทไทยจำเป็นต้องเปิดรับเทคโนโลยีใหม่ พันธมิตรใหม่ และแนวทางการดำเนินธุรกิจรูปแบบใหม่ ผู้ที่เคลื่อนไหวได้รวดเร็วและมีมุมมองที่เป็นสากลมากขึ้น จะอยู่ในจุดที่พร้อมที่สุดต่อการใช้ประโยชน์จากคลื่นการลงทุนภาคอุตสาหกรรมและกิจกรรม M&A ระลอกใหม่" เขา กล่าวทิ้งท้าย
[1] อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐ = 32.82 บาท ณ วันที่ 21 สิงหาคม 2569
ยูโอบี และ ไออาร์พีซี ยกระดับ สินเชื่อเพื่อการค้า อ้างอิง S&P Global ESG Score ต่อยอด Sustainable Finance ในไทย
ทำไม 'ระบบ ERP' จึงเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการผลิต
ภาคอุตสาหกรรมไทยเร่งปรับตัวรับ Supply Chain Shift ชูเทคโนโลยี-วัสดุ-นวัตกรรม ขับเคลื่อน "Cost-Effective Platform" ใน INTERMACH & Plastics & Rubber Thailand 2026
ดีพร้อม" เดินเครื่องเต็มสูบ เร่งยกระดับเสริมศักยภาพ ผปก.อุตฯ ยานยนต์ สู่ห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมระบบราง
เอปสันโชว์โซลูชันหุ่นยนต์ ในงาน NEPCON Thailand 2026
"ไดกิ้น" คว้ารางวัลอุตสาหกรรมยอดเยี่ยม ประจำปี 2568 พร้อมรับบทบาท MIND Ambassador ร่วมยกระดับขีดความสามารถอุตสาหกรรมไทย
AIS Business ผนึก Huawei Cloud ลงนาม MOU ผสานคลาวด์ระดับโลกและโซลูชันส์เชื่อมต่ออัจฉริยะ สยายปีกภาคอุตสาหกรรมและการผลิต พร้อมดันประเทศไทยสู่ฐานการผลิตยุค AI
INNOPOWER เร่งเกมดิจิทัล จับมือ Triple Dot Consulting พัฒนา Data & AI ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทย