โรคทางเดินหายใจที่พบบ่อยในเด็ก พ่อแม่ควรรู้! 

บทความ »

สุขภาพของลูกน้อยคือสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับคนเป็นพ่อแม่ โดยเฉพาะระบบทางเดินหายใจที่มักจะเปราะบางกว่าผู้ใหญ่ เนื่องจากภูมิคุ้มกันของเด็กยังพัฒนาไม่เต็มที่ ประกอบกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงบ่อย และมลภาวะฝุ่น PM 2.5 ในปัจจุบัน ทำให้เด็ก ๆ เจ็บป่วยได้ง่ายขึ้น การทำความเข้าใจเกี่ยวกับโรคทางเดินหายใจที่พบบ่อย พร้อมทั้งรู้วิธีดูแลและบรรเทาอาการเบื้องต้น เช่น การดูแลตามคำแนะนำแพทย์ หรือการใช้เครื่องพ่นละอองยาเมื่อจำเป็น จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่สามารถรับมือ และดูแลลูกรักได้อย่างเหมาะสมมากยิ่งขึ้น   

โรคทางเดินหายใจยอดฮิตในเด็กที่พ่อแม่ต้องเฝ้าระวัง 

โรคระบบทางเดินหายใจในเด็กมีตั้งแต่ระดับอาการเล็กน้อยไปจนถึงขั้นรุนแรงที่ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล โดยส่วนใหญ่มักเกิดจากการติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรีย รวมถึงปัจจัยด้านภูมิแพ้ ซึ่ง 5 โรคที่พบบ่อยที่สุด มีดังนี้  

1. ไข้หวัด 

แม้ไข้หวัดจะเป็นโรคพื้นฐานที่ดูไม่รุนแรง แต่เด็กสามารถเป็นซ้ำได้บ่อย เนื่องจากเชื้อไวรัสมีหลายสายพันธุ์ และสามารถแพร่กระจายง่ายผ่านการไอ จาม หรือการสัมผัสสิ่งของร่วมกัน เด็กบางรายอาจงอแง นอนหลับไม่สนิท หรือกินอาหารได้น้อยลง พ่อแม่ควรดูแลให้ลูกพักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำมาก ๆ และรักษาความสะอาดเพื่อลดการแพร่เชื้อ 

2. โรค RSV 

RSV ถือเป็นโรคที่พ่อแม่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษในเด็กเล็ก เพราะระบบทางเดินหายใจของเด็กยังเล็กและบอบบาง เมื่อเกิดการอักเสบจะทำให้หายใจลำบากได้ง่าย อาการมักเริ่มจากน้ำมูกและไอ ก่อนจะรุนแรงขึ้นเป็นหอบเหนื่อย หายใจมีเสียงหวีด เด็กบางรายอาจต้องเข้ารับการดูแลในโรงพยาบาลเพื่อเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด   

3. โรคไข้หวัดใหญ่ 

อาการของโรคไข้หวัดใหญ่ค่อนข้างจะรุนแรง และเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เด็กอาจซึมลง ไม่อยากเล่น หรือปวดเมื่อยจนไม่สบายตัว หากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม อาจเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ปอดบวม หรือหลอดลมอักเสบ การป้องกันด้วยวัคซีนจึงช่วยลดความรุนแรงของโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

4. โรคหืดในเด็ก 

โรคหืดเป็นโรคเรื้อรังที่ต้องอาศัยการดูแลระยะยาว อาการอาจเป็น ๆ หาย ๆ แต่สามารถกำเริบได้เมื่อเจอสิ่งกระตุ้น เด็กบางคนอาจมีอาการมากขึ้นในเวลากลางคืนหรือช่วงอากาศเปลี่ยน พ่อแม่ควรสังเกตอาการอย่างสม่ำเสมอ และหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้น เพื่อช่วยให้เด็กใช้ชีวิตประจำวันได้ใกล้เคียงปกติมากที่สุด   

5. หลอดลมอักเสบ และปอดบวม 

โรคหลอดลมอักเสบ และปอดบวมถือเป็นภาวะที่ไม่ควรละเลย เพราะเป็นการติดเชื้อที่ลงสู่ทางเดินหายใจส่วนล่าง เด็กจะมีอาการไอรุนแรง หายใจเร็ว หรือเหนื่อยง่ายผิดปกติ หากปล่อยไว้โดยไม่รักษา อาจส่งผลต่อการทำงานของปอดในระยะยาว ดังนั้นเมื่อสังเกตว่า ลูกเริ่มมีอาการผิดปกติ ควรรีบพาไปพบแพทย์เพื่อตรวจ และรักษาตั้งแต่เนิ่น ๆ 

อาการของโรคทางเดินหายใจในเด็กที่พ่อแม่ควรเฝ้าระวัง 

การสังเกตอาการเบื้องต้นจะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่ประเมินความรุนแรงได้ โดยสัญญาณเตือนที่ต้องระวังเป็นพิเศษ ได้แก่  

  • ไอ และหายใจมีเสียงหวีด มักเกิดจากหลอดลมตีบหรือมีการอักเสบภายในทางเดินหายใจ เสียงหวีดจะได้ยินชัดขึ้นขณะหายใจออก หากเกิดซ้ำบ่อยหรือมีอาการรุนแรง อาจเกี่ยวข้องกับโรคหืดหรือหลอดลมอักเสบ 
  • หายใจเร็ว เหนื่อยง่าย เป็นสัญญาณว่าปอดทำงานหนักกว่าปกติ พ่อแม่อาจสังเกตได้จากหน้าอกบุ๋ม ปีกจมูกบาน หรือเด็กต้องหยุดพักบ่อยขณะทำกิจกรรม หากอาการไม่ดีขึ้น ควรรีบพาไปพบแพทย์ 
  • มีไข้สูง ซึม ไม่ร่าเริง ไข้สูงอาจบ่งบอกถึงการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ เด็กอาจมีอาการอ่อนเพลีย ง่วง ซึม หรือไม่อยากเล่น ซึ่งเป็นสัญญาณว่าร่างกายกำลังต่อสู้กับเชื้อโรค 
  • รับประทานอาหารได้น้อยลง เด็กที่หายใจลำบากหรือมีอาการเจ็บคอ มักกินอาหารและดื่มน้ำน้อยลง ส่งผลให้ร่างกายขาดน้ำและสารอาหาร หากปล่อยไว้นานอาจทำให้อาการทรุดลงได้ 

เมื่อไหร่ควรพาเด็กไปพบแพทย์ 

หากลูกมีไข้สูงติดต่อกันเกิน 2 วัน หายใจหอบจนเห็นชายโครงบุ๋ม ปากเขียวคล้ำ หรือมีอาการซึมลงอย่างเห็นได้ชัด คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรนิ่งนอนใจ และควรรีบพาไปพบแพทย์ทันที เพื่อตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด เนื่องจากโรคทางเดินหายใจในเด็กสามารถทรุดลงได้รวดเร็วกว่าผู้ใหญ่ 

นอกจากนี้ หากเด็กมีอาการไอรุนแรงจนรบกวนการนอน หายใจมีเสียงหวีดต่อเนื่อง รับประทานอาหาร หรือดื่มน้ำน้อยลงผิดปกติ หรืออาการไม่ดีขึ้นหลังดูแลเบื้องต้นที่บ้าน ก็ควรเข้ารับการตรวจจากแพทย์เช่นกัน เพราะการได้รับการวินิจฉัย และรักษาตั้งแต่ระยะแรก จะช่วยลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน และช่วยให้เด็กฟื้นตัวได้เร็วขึ้น 

เครื่องพ่นละอองยา ช่วยบรรเทาอาการจากโรคทางเดินหายใจได้ไหม? 

ในเด็กที่มีอาการหลอดลมตีบ มีเสมหะเหนียว หรือป่วยเป็นโรคหืด แพทย์มักแนะนำให้ใช้เครื่องพ่นละอองยาเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลรักษา เนื่องจากอุปกรณ์นี้ช่วยเปลี่ยนยาจากรูปแบบของเหลวให้กลายเป็นละอองฝอยขนาดเล็ก ทำให้ตัวยาสามารถเข้าสู่หลอดลมและปอดได้โดยตรง ส่งผลให้หายใจสะดวกขึ้น ลดอาการแน่นหน้าอก และช่วยให้เสมหะถูกขับออกได้ง่ายขึ้น 

การใช้เครื่องพ่นละอองยาควบคู่กับการรักษาตามคำแนะนำของแพทย์ ยังช่วยให้พ่อแม่สามารถดูแลอาการของลูกน้อยได้ที่บ้านอย่างเหมาะสม เด็กไม่ต้องกลัวหรือกังวลมากนัก ทำให้การรักษาเป็นไปอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพมากขึ้น 

สรุปบทความ 

โรคทางเดินหายใจในเด็กเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวและเกิดขึ้นได้ตลอดปี สามารถป้องกันได้ด้วยการรักษาความสะอาด หมั่นล้างมือ และหลีกเลี่ยงสถานที่มีฝุ่นควัน แต่หากลูกเริ่มมีอาการเจ็บป่วย การสังเกตสัญญาณเตือนและมีอุปกรณ์เสริมที่ได้มาตรฐานอย่างเครื่องพ่นละอองยาติดบ้านไว้ ก็จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่ดูแลสุขภาพระบบทางเดินหายใจของลูกรักได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น 

ขอบคุณข้อมูลจาก