
ปัญหาสิวว่ากวนใจแล้ว แต่ “รอยสิว” และ “หลุมสิว” ที่ทิ้งไว้หลังสิวหายมักกวนใจยิ่งกว่า การทาครีมลดรอยอาจต้องใช้เวลานานและเห็นผลช้าสำหรับรอยที่ฝังลึก เลเซอร์รอยแผลเป็นจึงกลายมาเป็นทางออกที่หลายคนนึกถึง บทความนี้จะพาไปเจาะลึกกันว่าเลเซอร์ช่วยรักษารอยแผลเป็น หรือรอยสิวได้อย่างไร และมีกี่ประเภทที่คุณควรรู้จัก
เลเซอร์รอยแผลเป็น ช่วยรักษารอยแผลเป็นและรอยสิวได้อย่างไร?

หลักการทำงานของเลเซอร์รอยแผลเป็น คือการส่งผ่านพลังงานแสงลงไปยังชั้นผิวหนังอย่างเจาะจง โดยพลังงานนี้จะเข้าไปทำหน้าที่ 2 ส่วนหลักๆ
- การลดเม็ดสีที่ผิดปกติ (รอยดำ) หรือเส้นเลือดที่ทำให้เกิดรอยแดงให้แตกตัวออก หลังจากนั้นร่างกายจะค่อยๆ กำจัดเซลล์เม็ดสีเหล่านั้นออกไปตามธรรมชาติ
- การส่งความร้อนลงลึกเพื่อกระตุ้นให้ผิวหนังเกิดการซ่อมแซมตัวเอง เร่งการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ใต้ชั้นผิว ซึ่งกระบวนการนี้จะช่วยเติมเต็มร่องลึก ทำให้หลุมสิวตื้นขึ้นและรอยแผลเป็นดูเรียบเนียนขึ้น
ประเภทของเลเซอร์รอยแผลเป็นที่นิยมในปัจจุบัน

รอยสิวแต่ละประเภทต้องการการดูแลที่แตกต่างกัน การเลือกใช้เครื่องเลเซอร์จึงต้องพิจารณาจากลักษณะของรอยแผลเป็น ดังนี้
เลเซอร์สำหรับรักษารอยดำและรอยแดงจากสิว
สำหรับรอยดำ เลเซอร์กลุ่มที่เน้นจับกับเม็ดสีเมลานิน เช่น Picosecond Laser หรือ Q-Switched จะช่วยให้รอยดำจางลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ส่วนรอยแดงที่เกิดจากการขยายตัวของเส้นเลือดใต้ผิวหนัง จะเหมาะกับเครื่องมือหรือเลเซอร์ที่จับกับเม็ดเลือดแดง เช่น Vbeam หรือ IPL ซึ่งจะช่วยลดการอักเสบและทำให้รอยแดงจางลง ผิวดูสม่ำเสมอขึ้น
เลเซอร์สำหรับรักษาหลุมสิวและแผลเป็นนูน
สำหรับผู้ที่มีปัญหาหลุมสิว หรือแผลเป็นนูน แพทย์มักจะแนะนำเลเซอร์กลุ่ม Fractional Laser หรือ Picosecond Laser ชนิดที่มีหัวพิเศษ ซึ่งจะช่วยสร้างแผลขนาดเล็กจิ๋ว (Micro-wounds) ใต้ชั้นผิว เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายสร้างเนื้อเยื่อและคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาดันหลุมสิวให้ตื้นและเรียบเนียนขึ้น
รักษารอยสิวและแผลเป็นให้เห็นผล ต้องรักษาที่ต้นตอ

แม้ว่าเลเซอร์จะมีประสิทธิภาพสูงในการลบรอยสิว แต่การยิงเลเซอร์เพียงอย่างเดียวอาจไม่ตอบโจทย์หากคุณยังมี “สิวใหม่” เกิดขึ้นซ้ำๆ ดังนั้นการรักษารอยสิวและแผลเป็นให้ได้ผลลัพธ์ที่ยั่งยืน ควรเริ่มต้นจากการรักษาที่ต้นตอของสิวควบคู่ไปด้วย การรักษารอยแผลเป็นและสิวจึงต้องอาศัยการวางแผนการรักษาแบบผสมผสาน
สรุปบทความ
ท้ายที่สุดแล้ว สภาพผิว ลักษณะรอยดำ และความลึกของหลุมสิวของแต่ละคนนั้นมีความแตกต่างกัน การเลือกเครื่องเลเซอร์และการตั้งค่าพลังงานจึงควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ที่มีทักษะในด้านการเลือกใช้เลเซอร์ และมีความเข้าใจในการปรับตั้งค่าพลังงานเลเซอร์ เพื่อประเมินและวางแผนการรักษาที่เหมาะสมโดยแพทย์จะดูแลให้