
ในยุคที่การแข่งขันทางธุรกิจขับเคลื่อนด้วยความเร็วและเทคโนโลยี การขยายกำลังการผลิตด้วยเครื่องจักรทันสมัย หรือการเพิ่มกองรถเพื่อรองรับงานขนส่งที่เติบโตขึ้น ล้วนเป็นก้าวสำคัญที่ผู้ประกอบการ SME ต้องเผชิญ แต่ปัญหาใหญ่ที่มักทำให้ธุรกิจต้องสะดุดคือข้อจำกัดเรื่องเงินทุนก้อนโต การนำเงินสดสำรองทั้งหมดไปทุ่มกับสินทรัพย์เพียงอย่างเดียวอาจทำให้กระแสเงินสดในบริษัทขาดสภาพคล่องและเสียโอกาสสำคัญในการแข่งขัน ดังนั้นการเลือกอัปเกรดธุรกิจด้วยสินเชื่อลีสซิ่งจึงกลายมาเป็นกลยุทธ์ทางการเงินที่ชาญฉลาด ช่วยให้คุณได้ครอบครองสินทรัพย์มาสร้างรายได้ทันทีโดยไม่ต้องแบกรับภาระเงินก้อนใหญ่ เป็นทางออกที่ช่วยให้ธุรกิจก้าวหน้าได้อย่างมั่นคง
สินเชื่อลีสซิ่ง คืออะไร? ทำไมถึงเป็นจิ๊กซอว์สำคัญของการสเกลธุรกิจ
สินเชื่อลีสซิ่ง คือ เครื่องมือทางการเงินที่สถาบันการเงินจะเป็นผู้ออกเงินชำระค่าสินทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องจักรอุตสาหกรรม เครื่องจักรหนัก อุปกรณ์ทางการแพทย์ หรือยานพาหนะขนาดใหญ่ ให้กับผู้ขายแทนธุรกิจของคุณไปก่อน จากนั้นธุรกิจจึงค่อยทำการผ่อนชำระคืนให้กับสถาบันการเงินเป็นรายเดือนในจำนวนที่เท่า ๆ กันตามระยะเวลาที่ตกลงไว้ในสัญญา ซึ่งวิธีนี้จะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถนำสินทรัพย์เหล่านั้นมาติดตั้งและเริ่มใช้งานเพื่อสร้างรายได้เข้าบริษัทได้ทันที โดยไม่ต้องรอเวลาเก็บหอมรอมริบจนเงินครบ
สาเหตุที่สินเชื่อประเภทนี้กลายมาเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญในการสเกลธุรกิจ เป็นเพราะความสามารถในการช่วยรักษาความสมดุลของกระแสเงินสดได้อย่างยอดเยี่ยม แทนที่จะต้องนำเงินก้อนใหญ่ไปจมกับค่าเครื่องจักรหรือค่ายานพาหนะ ธุรกิจสามารถนำเงินสดที่มีอยู่ไปใช้หมุนเวียนในส่วนอื่นที่จำเป็นกว่า เช่น การทำการตลาด การจ้างบุคลากรเพิ่ม หรือสำรองไว้เป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน การสเกลธุรกิจจึงสามารถดำเนินไปได้อย่างราบรื่น ไร้ความเสี่ยงจากการชะงักงันทางการเงิน
ลีสซิ่ง (Leasing) VS เช่าซื้อ (Hire Purchase) ต่างกันอย่างไร แบบไหนเหมาะกับคุณ?

แม้ว่าทั้งสองรูปแบบจะเป็นสินเชื่อที่ช่วยให้ธุรกิจได้สินทรัพย์มาใช้งานโดยไม่ต้องใช้เงินก้อนเหมือนกัน แต่ในรายละเอียดเชิงลึกและสิทธิประโยชน์ทางบัญชีนั้นมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน การทำความเข้าใจความต่างนี้จะช่วยให้คุณเลือกเครื่องมือทางการเงินได้เหมาะสมกับเป้าหมายขององค์กรมากที่สุด
สินเชื่อลีสซิ่ง (Leasing)
สินเชื่อลีสซิ่ง เป็นรูปแบบการทำสัญญาที่มีจุดประสงค์หลักเพื่อเน้นการเช่าใช้งานระยะยาว โดยปกติจะมีระยะเวลาสัญญาตั้งแต่ 3 – 5 ปีขึ้นไป เมื่อผู้ประกอบการผ่อนชำระครบตามกำหนดสัญญาแล้ว จะมีสิทธิ์เลือกได้ว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไปกับสินทรัพย์ชิ้นนั้น เช่น เลือกที่จะซื้อซากเพื่อรับเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ เลือกทำสัญญาเช่าใช้งานต่อ หรือส่งคืนเครื่องจักรให้กับทางสถาบันการเงิน ซึ่งให้ความยืดหยุ่นสูงมากสำหรับธุรกิจที่ต้องมีการปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีอยู่บ่อยครั้ง
จุดเด่นที่สำคัญที่สุดของการทำสัญญาแบบลีสซิ่งคือ “สิทธิประโยชน์ทางภาษี” เนื่องจากในทางบัญชีจะบันทึกการทำธุรกรรมนี้ในลักษณะของค่าเช่า ทำให้ธุรกิจสามารถนำยอดค่าเช่าที่จ่ายไปทั้งหมดในแต่ละเดือนมาหักเป็นค่าใช้จ่ายของกิจการ เพื่อใช้ลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลตามกฎหมายได้อย่างเต็มจำนวน ซึ่งถือเป็นกลยุทธ์การบริหารต้นทุนทางภาษีที่มีประสิทธิภาพอย่างมาก
สินเชื่อเช่าซื้อ (Hire Purchase)
สินเชื่อเช่าซื้อ เป็นรูปแบบการขอสินเชื่อที่มีจุดประสงค์เพื่อต้องการเป็นเจ้าของทรัพย์สินตั้งแต่แรกเริ่ม โดยมักจะมีระยะเวลาสัญญาเริ่มต้นที่ 1 – 5 ปี เงื่อนไขสำคัญคือเมื่อผู้ประกอบการทำการผ่อนชำระค่างวดครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในสัญญาแล้ว กรรมสิทธิ์ในตัวทรัพย์สินนั้นจะถูกโอนมาเป็นของบริษัทผู้เช่าซื้อโดยอัตโนมัติทันที ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเป็นตัวเลือกอื่นได้ รูปแบบนี้จึงเหมาะกับสินทรัพย์ที่มีอายุการใช้งานยาวนานและธุรกิจต้องการถือครองไว้ใช้งานแบบถาวร
ในด้านของการบันทึกบัญชีและการลดหย่อนภาษี สินเชื่อเช่าซื้อจะแตกต่างจากลีสซิ่งตรงที่ทรัพย์สินจะถูกนับเป็นสินทรัพย์ของกิจการตั้งแต่วันแรกที่ทำสัญญา
ดังนั้นสิ่งที่จะนำมาใช้คำนวณเพื่อลดหย่อนภาษีได้ จะไม่ใช่ค่างวดที่จ่ายไปในแต่ละเดือน แต่จะเป็นการคิดค่าเสื่อมราคาของตัวสินทรัพย์รวมกับดอกเบี้ยจ่ายที่เกิดขึ้น ซึ่งอาจจะใช้ลดหย่อนภาษีได้น้อยกว่าแบบลีสซิ่ง แต่ตอบโจทย์ความคุ้มค่าในระยะยาวสำหรับการสร้างรากฐานสินทรัพย์ให้กับบริษัท
ข้อดีของการใช้สินเชื่อลีสซิ่ง เพื่อเร่งการเติบโตให้ SME

การตัดสินใจเลือกใช้สินเชื่อลีสซิ่งไม่ได้เป็นเพียงแค่การหาแหล่งเงินทุน แต่คือการวางกลยุทธ์ที่ช่วยเร่งสปีดการเติบโตของธุรกิจให้ก้าวกระโดด โดยมีข้อดีที่ตอบโจทย์ผู้ประกอบการ SME ดังนี้
- ลดภาระเงินก้อน: ไม่ต้องทุ่มเงินลงทุนจำนวนมหาศาลภายในครั้งเดียว ช่วยรักษาเงินสดสำรองไว้ใช้หมุนเวียนในกิจการด้านอื่น ๆ ได้อย่างอุ่นใจ
- ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์อื่นค้ำประกัน: สามารถใช้เพียงตัวเครื่องจักร ยานพาหนะ หรืออุปกรณ์ที่ขอวงเงินเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันในตัวเองได้เลย ลดความยุ่งยากในการหาที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างมาค้ำประกันเพิ่ม
- บริหารจัดการต้นทุนง่าย: ยอดผ่อนชำระคืนในแต่ละเดือนจะถูกกำหนดไว้คงที่เท่ากันทุกงวด ทำให้สามารถวางแผนการเงินและคำนวณต้นทุนธุรกิจล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำ
- ได้ใช้งานสินทรัพย์ทันที: สินทรัพย์ที่ได้รับการอนุมัติสามารถนำมาติดตั้งและเดินหน้าผลิตสินค้า หรือนำรถไปวิ่งงานเพื่อสร้างผลกำไรเข้าบริษัทได้เลยทันที
- สิทธิประโยชน์ทางภาษีสูงสุด: สามารถนำค่าเช่ารายเดือนทั้งหมดไปบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อใช้ลดหย่อนภาษีของกิจการได้เต็มจำนวน (กรณีสัญญาแบบลีสซิ่ง)
ยกระดับการผลิตและขนส่งด้วย “สินเชื่อลีสซิ่งและเช่าซื้อ” จาก IFS Capital (Thailand)

หากธุรกิจของคุณพร้อมแล้วที่จะก้าวไปอีกขั้น ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มกำลังการผลิตในโรงงาน หรือขยายฟลีทรถขนส่งให้ครอบคลุมการบริการ IFS Capital (Thailand) ในฐานะผู้นำด้านบริการเงินทุนหมุนเวียนและสินเชื่อธุรกิจที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ พร้อมเป็นพันธมิตรที่ช่วยผลักดันให้เป้าหมายของคุณเป็นจริง
ด้วยประสบการณ์ที่ยาวนานกว่า 30 ปี เราเข้าใจถึงจังหวะเวลาและโอกาสของคนทำธุรกิจเป็นอย่างดี บริการสินเชื่อลีสซิ่งและเช่าซื้อของเราจึงถูกออกแบบมาเพื่อรองรับความต้องการที่หลากหลาย ช่วยให้คุณสามารถเข้าถึงเครื่องจักรกลหนัก ยานพาหนะ หรือเทคโนโลยีล้ำสมัยได้โดยไม่ต้องสะดุดกับข้อจำกัดด้านเงินทุน สนับสนุนให้ SME ยกระดับศักยภาพการแข่งขันได้อย่างเต็มรูปแบบ
จุดเด่นบริการที่ตอบโจทย์ SME ยุคใหม่
- ครอบคลุมสินทรัพย์หลากหลายประเภท: รองรับการจัดหาตั้งแต่เครื่องจักรอุตสาหกรรม เครื่องจักรหนัก รถบรรทุกทุกขนาด อุปกรณ์ทางการแพทย์ ไปจนถึงเทคโนโลยีพลังงานทดแทน ทั้งทรัพย์สินมือหนึ่งและมือสอง
- เกณฑ์พิจารณายืดหยุ่นและอนุมัติไว: สามารถพิจารณาให้วงเงินสินเชื่อได้สูงถึง 70 – 90% ของมูลค่าทรัพย์สิน ช่วยให้ผู้ประกอบการเริ่มต้นขยายงานและรับโอกาสใหม่ ๆ ได้อย่างรวดเร็ว
- บริการดูแลหลังการขายแบบครบวงจร : มีทีมงานผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำ แจ้งเตือนการต่อประกันภัย และจัดการเรื่องภาษีประจำปีตลอดอายุสัญญา ช่วยลดภาระงานเอกสารที่ซ้ำซ้อนของเจ้าของกิจการ
เช็กคุณสมบัติเบื้องต้นที่เข้าถึงง่าย
- เป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนดำเนินกิจการมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 ปี และมีการจัดทำงบการเงิน
- มียอดรายได้เฉลี่ยต่อเดือนไม่ต่ำกว่า 3 ล้านบาท
- ไม่เป็นลูกหนี้ที่มีประวัติเสีย หรือมีปัญหาด้านการชำระหนี้กับสถาบันการเงินอื่น
สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจต้องการอัปเกรดสินทรัพย์และเสริมศักยภาพให้ธุรกิจเติบโตอย่างไร้ขีดจำกัด สามารถติดต่อทีมงานมืออาชีพเพื่อขอรับคำปรึกษาและวางแผนการใช้สินเชื่อร่วมกันได้ที่ โทรศัพท์: 0-2285-6326-32, 0-2679-9140-4, Facebook: IFS Capital (Thailand) PCL., Line: @ifscapthai
*เงื่อนไขการพิจารณาสินเชื่อเป็นไปตามเกณฑ์ที่บริษัทกำหนด
สรุปบทความ
การเติบโตของธุรกิจในยุคปัจจุบันไม่จำเป็นต้องรอให้มีเงินทุนก้อนโตเสมอไป การรู้จักประยุกต์ใช้เครื่องมือทางการเงินอย่างชาญฉลาดคือทางลัดที่ช่วยสร้างความได้เปรียบเหนือคู่แข่ง สินเชื่อลีสซิ่งและสินเชื่อเช่าซื้อจึงเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่เข้ามาช่วยลดภาระทางการเงิน บริหารสภาพคล่อง และสนับสนุนให้การลงทุนในสินทรัพย์ใหม่เป็นเรื่องง่ายขึ้น หากมีการวางแผนการเงินอย่างรอบคอบและเลือกพาร์ทเนอร์ที่มีความเชี่ยวชาญอย่าง IFS Capital (Thailand) ธุรกิจก็พร้อมที่จะสเกลอัปและก้าวไปสู่ความสำเร็จได้อย่างยั่งยืน