ดูแลตัวเองอย่างไร หลังการผ่าตัดกระดูกสันหลัง พักฟื้นกี่วัน?

บทความ »
การผ่าตัดกระดูกสันหลัง

การผ่าตัดกระดูกสันหลัง ไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัดเพื่อรักษาภาวะหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท กระดูกสันหลังคด หรืออาการบาดเจ็บอื่น ๆ หลังผ่าตัดกระดูกสันหลังต้องพักฟื้นกี่วัน? หรือจะกลับมาเดินและใช้ชีวิตได้ปกติเมื่อไหร่? ความจริงแล้วการฟื้นตัวหลังผ่าตัดกระดูกสันหลังขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งเทคนิคการผ่าตัด อายุ และความแข็งแรงของผู้ป่วย แต่สิ่งสำคัญที่สุดที่จะช่วยให้ร่างกายกลับมาเป็นปกติได้เร็ว คือการดูแลตัวเองอย่างถูกวิธี

หลังการผ่าตัดกระดูกสันหลัง ต้องพักฟื้นกี่วัน?

ระยะเวลาในการพักฟื้นของแต่ละบุคคลจะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของการผ่าตัด เช่น หากเป็นการผ่าตัดกระดูกสันด้วยการส่องกล้อง ผู้ป่วยมักจะฟื้นตัวได้เร็วมาก แต่หากเป็นการผ่าตัดใหญ่ หรือมีการใส่นอตยึดโลหะดามกระดูก ก็ย่อมต้องใช้เวลาพักฟื้นนานขึ้น โดยภาพรวม ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักรู้สึกดีขึ้นมากในช่วงสัปดาห์ที่ 2-3 และ สามารถกลับไปทำงานได้ในสัปดาห์ที่ 4-8

แนวทางการดูแลตัวเองหลังผ่าตัดกระดูกสันหลังในแต่ละช่วงเวลา

การดูแลตัวเองหลังผ่าตัดกระดูกสันหลัง

เพื่อป้องกันการเกิดซ้ำ และช่วยให้แผลสมานตัวได้ดี การปฏิบัติตัวในแต่ละช่วงเวลาจึงมีความสำคัญมาก

ช่วงสัปดาห์ที่ 1 – 2

ในช่วงสัปดาห์ที่ 1 – 2 เน้นการพักผ่อน นอนหลับให้เพียงพอ สามารถลุกนั่งได้ แต่ไม่ควรนั่งแช่ในท่าเดิมนานเกิน 20-30 นาที ที่สำคัญควรเดินบ่อย ๆ ในบริเวณบ้านเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนเลือด ป้องกันลิ่มเลือดอุดตัน โดยเพิ่มระยะทางขึ้นทีละนิด และควรใช้ไม้เท้าช่วยพยุงหากรู้สึกไม่มั่นคง

ช่วงสัปดาห์ที่ 3 – 4

ในช่วงนี้สามารถเริ่มทำงานบ้านเบา ๆ ได้ เช่น กวาดบ้านในท่าที่หลังตรง เพิ่มระยะเวลาการเดินออกกำลังกายให้ไกลขึ้น สามารถเดินต่อเนื่องได้โดยไม่รู้สึกปวด เริ่มยกของได้เล็กน้อย โดยน้ำหนักไม่เกิน 4-5 กิโลกรัม บางครั้งแพทย์อาจอนุญาตให้ถอดอุปกรณ์พยุงหลังในบางกิจกรรม หรือเริ่มให้ทำกายภาพบำบัดเพื่อยืดเหยียดกล้ามเนื้อ

เดือนที่ 2-3 เป็นต้นไป

เมื่อผ่าตัดได้ 2-3 เดือน สามารถออกกำลังกายแบบไม่มีแรงกระแทกได้ เช่น การเดินเร็ว ว่ายน้ำ หรือปั่นจักรยานอยู่กับที่ แต่ต้องหลีกเลี่ยงกีฬาที่มีการปะทะ หรือกีฬาที่ต้องบิดเอี้ยวตัวอย่างรุนแรง เช่น กอล์ฟ ฟุตบอล บาสเกตบอล

สิ่งที่ควรทำ และ ข้อห้ามเด็ดขาด (Do & Don’t)

สิ่งที่ควรทำและข้อห้ามหลังผ่าตัดกระดูกสันหลัง

สิ่งที่ควรทำ

  • ท่ายืน-เดิน ยืนหลังตรง อกผายไหล่ผึ่ง สวมรองเท้าที่มีส้นนุ่มๆ เพื่อซับแรงกระแทก
  • ท่านั่ง นั่งหลังตรงพิงพนักเก้าอี้เสมอ หลีกเลี่ยงเก้าอี้ที่นิ่มยวบเกินไป
  • ท่ายกของ (เบาๆ) หากของตกพื้น ห้ามก้มโค้งหลังลงไปเก็บเด็ดขาด ให้ใช้วิธีย่อเข่าลงหลังตรง หยิบของให้ชิดลำตัว แล้วใช้กำลังกล้ามเนื้อขาดันตัวลุกขึ้นมา

สิ่งที่ต้องงดเว้น

  • ห้ามก้มตัวสุด หรือแอ่นหลังสุดเป็นประจำ
  • งดการบิดเอี้ยวตัว เวลาจะหันมองข้างหลัง ให้หันไปทั้งลำตัวพร้อม ๆ กับเท้า ไม่ใช่การบิดแค่เอว
  • งดนั่งพับเพียบ นั่งขัดสมาธิ หรือนั่งยอง ๆ เป็นเวลานาน
  • หลีกเลี่ยงการนั่งรถทางไกลหรือการอยู่ในที่ที่มีแรงสั่นสะเทือน หากเลี่ยงไม่ได้ ควรปรับเบาะเอนลงเล็กน้อย และแวะพักเปลี่ยนอิริยาบถทุก ๆ 1-2 ชั่วโมง

สรุปบทความ

การผ่าตัดกระดูกสันหลังไม่ใช่เรื่องน่ากลัว และการฟื้นฟูร่างกายก็ไม่ใช่เรื่องยากหากคุณมีความเข้าใจ ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขและไร้ความเจ็บปวด เพียงแค่ต้องให้เวลาสภาพร่างกายได้ซ่อมแซมตัวเอง ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด สวมอุปกรณ์พยุงหลังตามกำหนด และที่สำคัญที่สุดคือ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน (หลีกเลี่ยงการก้ม ยกของหนัก หรือบิดตัว) เพื่อรักษาความแข็งแรงของกระดูกสันหลังให้อยู่กับเราไปได้นานๆ ครับ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

หลังผ่าตัดกระดูกสันหลัง จำเป็นต้องใส่อุปกรณ์พยุงหลังนานแค่ไหน?

ขึ้นอยู่กับเทคนิคการผ่าตัด หากเป็นการผ่าตัดส่องกล้องแผลเล็ก อาจใส่เพียงช่วงสั้น ๆ หรือไม่จำเป็นต้องใส่ แต่หากมีการผ่าตัดดามเหล็ก หรือมีข้อบ่งชี้อื่น ๆ แพทย์มักแนะนำให้สวมอุปกรณ์พยุงหลังไว้ประมาณ 1-2 เดือน หรือตามที่แพทย์ผู้ทำการรักษากำหนด โดยเฉพาะเวลาลุกขึ้นนั่ง ยืน หรือเดิน

สามารถประคบเย็นเพื่อลดอาการปวดแผลหลังผ่าตัดได้หรือไม่?

สามารถประคบเย็นเพื่อลดอาการปวดแผลหลังผ่าตัดได้ในช่วง 6 สัปดาห์แรกหลังผ่าตัด หากมีอาการปวดตึงบริเวณแผล สามารถใช้ถุงเจลเย็นประคบได้ครั้งละไม่เกิน 20 นาที ทำซ้ำได้วันละ 3-4 ครั้ง แต่ต้องระมัดระวังไม่ให้แผลเปียกชื้น ควรใช้ผ้าสะอาดห่อถุงเจลก่อนประคบเสมอ

ทำไมผู้ป่วยบางคนถึงใช้เวลาฟื้นตัวและแผลสมานช้ากว่าปกติ?

ระยะเวลาที่แผลและระยะเวลาฟื้นตัวจะหายเร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ขนาดความลึกของแผล อายุ และที่สำคัญคือโรคประจำตัว เช่น ผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน ผู้ที่มีภาวะอ้วน หรือมีปัญหาด้านโภชนาการ เลือดจะไหลเวียนไปเลี้ยงบาดแผลได้น้อยกว่า ทำให้กระบวนการซ่อมแซมเซลล์และแผลสมานตัวช้ากว่าคนทั่วไป