บลจ.กสิกรไทย ขาย 2 กองทุนเปิดประสบความสำเร็จ
กรุงเทพ--11 ก.ย.--บลจ.กสิกรไทย ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา (2-6 กันยายน 2539) ขณะที่ภาวะตลาด หลักทรัพย์และตลาดเงินของไทยอยู่ในภาวะที่ผันผวนอย่างมาก ไม่ว่าจะมาจากสาเหตุ ที่สหรัฐฯ ถล่มอิรัก หรือการที่มูดีส์ สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือชั้นนำของโลก ที่ ได้ลดอันดับความน่าเชื่อถือหนี้เงินกู้ระยะสั้นของไทยจาก P1 เป็น P2 และล่าสุดก็ คือข่าวลือที่ออกมาในตลาดฯ ว่ามีไฟแนนซ์หลายแห่งล้ม หลายปัจจัยที่รุมเร้าดังกล่าว ทำให้ดัชนีราคาหุ้นตลาดหลักทรัพย์ฯ ลดลง 94.81 จุด เท่ากับลดลงถึงร้อยละ 8.60 จาก 1,102.32 จุด ณ วันที่ 30 สิงหาคม มาอยู่ที่ 1007.51 จุด ณ วันที่ 6 กันยายน ในช่วงเวลาเดียวกันนี้เอง บลจ.กสิกรไทย ได้ออกกองทุนเปิดประเภท ตราสารหนี้ 2 กองทุน คือ กองทุนเปิดรวงข้าวบริหารเงิน ซึ่งเน้นลงทุนในตราสาร หนี้ระยะสั้น และกองทุนเปิดรวงข้าวตราสารหนี้ปันผล ซึ่งเน้นลงทุนในตราสารหนี้ ระยะยาว และมีนโยบายจ่ายเงินปันผลในอัตราสูง เพื่อประโยชน์ของนักลงทุน ประเภทนิติบุคคล ผลปรากฏว่า บลจ.กสิกรไทยได้สร้างปรากฎการณ์ใหม่อีกครั้ง โดยมีผู้ สนใจลงทุนในกองทุนเปิดรวงข้าวบริหารเงินสูงถึง 1,783 ล้านบาท และลงทุนใน กองทุนเปิดรวงข้าวตราสารหนี้ปันผลสูงถึง 1,411 ล้านบาท ทั้งนี้ นายพูลพิพัฒน์ อังยุรีกุล รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย ตัวแทนจำหน่ายรายใหญ่ ของ 2 กองทุนดังกล่าว ได้ให้เหตุผลว่า "สาเหตุมาจากปัจจัยหลัก ๆ คือ ภาวะหุ้นที่ผันผวนและซบเซาลงอย่าง มากในขณะนี้ ทำให้นักลงทุนต้องหาแหล่งลงทุนอื่นที่ให้ผลตอบแทนที่ดี และมีความ เสี่ยงต่ำ ซึ่งตราสารหนี้เป็นเครื่องมือทางการเงินที่ตอบสนองความต้องการของนัก ลงทุน และในจุดนี้เองที่ทำให้กองทุนเปิดรวงข้าวบริหารเงิน และกองทุนเปิดรวง ข้าวตราสารหนี้ปันผลของบลจ.กสิกรไทย ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก แม้จะ กำหนดมูลค่าการจองซื้อขั้นต่ำสูงถึง 1 ล้านบาท และ 1 แสนบาท ตามลำดับก็ตาม เพราะความไว้วางใจที่ผู้ลงทุนมีต่อบลจ.กสิกรไทย ซึ่งได้พิสูจน์มาแล้วจากการบริหาร กองทุนเปิดรวงข้าวตราสารหนี้จนเป็นกองทุนที่มีผลการดำเนินงานที่ดีที่สุด ในจำนวน กองทุนเปิดประเภทตราสารนี้ทั้งหมด อีกปัจจัยหนึ่งที่มีส่วนสำคัญอย่างยิ่ง ก็คือ เจ้าหน้าที่ทุกคนของธนาคาร กสิกรไทย และตัวแทนจำหน่าย เช่น บงล.ภัทรธนกิจ บงล.ศรีมิตร ที่ได้ทำงานกัน อย่างหนัก เพื่อให้ผู้ลงทุนได้เห็นถึงผลประโยชน์ของการลงทุนในกองทุนทั้ง 2 กองทุน ดังนั้น จึงอยากจะแนะนำให้นักลงทุนที่ห่วงเรื่องความเสี่ยงที่เกิดจากความผันผวน และความไม่แน่นอนในตลาดเงินและตลาดหุ้น นำเงินมาลงทุนในกองทุนเปิดรวงข้าว บริหารเงิน และกองทุนเปิดรวงข้าวตราสารหนี้ ทั้งที่มีเงินปันผลและไม่มีเงินปันผล ของ บลจ.กสิกรไทย เพราะเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำ และให้ผลตอบแทนที่ คุ้มค่าในคราวเดียวกัน" นายพูลพิพัฒน์กล่าวในที่สุด--จบ--