เอกธำรงครองตำแหน่งแชมป์บริษัทหลักทรัพย์จากทั้งหมด 15 แห่ง - newswit

กรุงเทพ--16 ก.ค.--เอกธำรง จากการจัดอันดับบริษัทหลักทรัพย์ของวารสารการเงินธนาคาร ทั้งหมด 15 แห่ง โดยพิจารณาจากผลประกอบการในปี 2538 ปรากฏว่า บริษัทหลักทรัพย์ เอกธำรง จำกัด (มหาชน) ครองแชมป์อันดับ 1 เอาไว้ได้อีกปี บริษัทหลักทรัพย์ เอกธำรง จำกัด (มหาชน) มีผลประกอบการในปี 2538 ไม่ว่าจะเป็นในด้านสินทรัพย์รวมที่มีอยู่จำนวน 12,118.50 ล้านบาท ลูกหนี้ ธุรกิจหลักทรัพย์ 5,683 ล้านบาท ค่านายหน้าและค่าธรรมเนียม 810.50 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 843.17 ล้านบาท ล้วนแล้วแต่สูงเป็นอันดับ 1 ในบรรดาบริษัท หลักทรัพย์ ทั้ง 15 แห่ง ในด้านกิจการนายหน้าค้าหลักทรัพย์นั้น บริษัทมีส่วนแบ่งการตลาด 4.83% มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน 603.3 ล้านบาท โครงสร้างลูกค้าหลักทรัพย์แบ่งออก เป็น ต่างประเทศ 25% ซับโบรกเกอร์ 15% สถาบันในประเทศ 10% ลูกค้ารายย่อย ในกรุงเทพฯ 40% และลูกค้าต่างจังหวัด 10% ในช่วงครึ่งปีหลัง บริษัทได้เปิดสำนักงานบริการด้านหลักทรัพย์ในเขต ปริมณฑลเพิ่มขึ้นอีก 3 แห่ง คือ เยาวราช พหลโยธิน และปิ่นเกล้า จากที่มีอยู่แล้ว 9 แห่งในต่างจังหวัด ส่วนผลงานในด้านวาณิชธนกิจในรอบปีที่ผ่านมา บริษัทมีส่วนแบ่งการตลาด ประมาณ 14% โดยมีส่วนร่วมในการเสนอขายหลักทรัพย์ทั้งสิ้น 25 รายการ สำหรับ ตราสารหนี้บริษัทได้มีส่วนร่วมในการเสนอขายเกือบทั้งหมด 30 รายการ นอกจากนี้ บริษัทยังเป็นแกนสำคัญในการพัฒนาด้านตราสารหนี้ โดยเป็น หนึ่งในสถาบันการเงินชุดแรกที่ร่วมมือกับทางการในการจัดตั้งชมรมผู้ค้าตราสารหนี้ ซึ่งมูลค่ารวมของหุ้นกู้และหุ้นกู้แปลงสภาพที่เข้าทำการซื้อขาย ในปี 2538 มีทั้งสิ้น 51,530 ล้านบาท หรือประมาณ 210 ล้านบาทต่อวัน โดยบริษัทมีส่วนแบ่งตลาดเป็น อันดับ 1 คิดเป็น 19.37 ของมูลค่าการซื้อขายรวม ด้านงานวิจัย บริษัทได้ร่วมมือทางธุรกิจกับบริษัทมอร์แกน สแตนเลย์ โดยร่วมกันผลิตงานวิจัยหลักทรัพย์ ทั้งด้านกลยุทธ์ เศรษฐกิจ และภาคอุตสาหกรรม และเมื่อประมาณต้นปี 2539 เอกธำรงก็ประกาศรวมกิจการกับบริษัท หลักทรัพย์ เอกเอเซีย จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่มของเอกธนกิจเช่น เดียวกัน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเร่งขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องใช้เวลามาก นัก เนื่องจากเอกเอเซียทำธุรกิจคล้าย ๆ กับเอกธำรง และมีความต้องการจะ ขยายตัวออกไปต่างประเทศโดยเฉพาะแถบเอเซีย ขณะเดียวกันเอกเอเซีย ยังเป็นกลุ่มผู้ถือหุ้นรายใหญ่ในบริษัทเอเซียอิควิตี้ ซึ่งเอกธำรงเห็นว่าหากจะขยายธุรกิจไปต่างประเทศแล้ว ควรจะใช้วิธีลัด ด้วยการใช้เครือข่ายของเอเซียอิควิตี้ ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ฮ่องกง และมีสาขา รวม 24 แห่ง กระจายอยู่ในแถบเอเซีย ผลของการรวมกิจการครั้งนี้ จะทำให้เอกธำรงเป็นบริษัทหลักทรัพย์ที่ ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และติดอันดับต้น ๆ ในเอเซีย โดยจะมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นเป็น 50,000 ล้านบาท เงินทุนเพิ่มเป็น 9,000 ล้านบาท และพนักงานเพิ่มขึ้นเป็น 870 คน--จบ--

ข่าว เอกเอเซีย ล่าสุด