SITHAI9: ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ฯ กำไรไตรมาส 3 พุ่ง 159.20 ล้านบาท

กรุงเทพ--11 พ.ย.--ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ นายสนั่น อังอุบลกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศรีไทยซูปเปอร์แวร์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานในไตรมาสที่ 3 สิ้นสุด ณ 30 กันยายน 2539 ว่า บริษัทฯ สามารถทำกำไรสุทธิ 159.207 ล้านบาท ในระยะเวลาเดียวกันของปีที่ แล้ว 100.295 ล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณ 58.912 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 58.74% จากปีที่แล้ว ทั้งนี้ คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 3.98 บาท นายสนั่นกล่าวต่อไปว่า การที่บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ฯ มีผลการดำเนิน งานไตรมาส 3 สูงขึ้นถึง 58.7% นั้น เนื่องจาก 1. รายได้จากการขายและรับจ้างเพิ่มขึ้น 40.31 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ เท่ากับ 4.63% เป็นผลมาจากการขยายกำลังการผลิต ทำให้มีปริมาณการขายเพิ่มขึ้น 2. รายได้ดอกเบี้ยรับเพิ่มขึ้นจาก 24.841 ล้านบาท เป็น 40.54 ล้าน บาทเพิ่มขึ้น 15.699 ล้านบาทคิดเป็นร้อยละ 63.20% ทั้งนี้เนื่องจากบริษัทฯได้นำเงิน ที่ได้รับจากหุ้นกู้แปลงสภาพ เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2539 บางส่วนที่ยังไม่ได้นำไปใช้ ฝากไว้กับสถาบันการเงินที่เชือถือได้ และได้รับอัตราดอกเบี้ยสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยหุ้นกู้ 3. รายได้อื่น ๆ เพิ่มขึ้น 16.222 ล้านบาท เท่ากับ 289.52% เนื่อง จากบริษัทฯ ได้รับเงินชดเชยภาษีส่งออกจำนวน 14.22 ล้านบาท และจากการขายเศษ พลาสติกจำนวน 2.02 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของรายได้ตามข้อ 1 ถึงข้อ 3 ทำให้รายได้รวมเพิ่มขึ้น 72.231 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 8.02 4. ต้นทุนขายไตรมาสที่ 3 เท่ากับ 63.70% ต่อยอดรายได้รวม เมื่อ เทียบกับไตรมาสเดียวกันปี 2538 เท่ากับ 66.53% จะเห็นว่าต้นทุนขายลดลงทำให้กำ ไรขั้นต้นสูงขึ้น เนื่องจากการที่ได้มีการย้ายโรงงานในปี 2538 ของโรงงานผลิต เมลามีน และโรงงานพลาสติกในต้นปี 2539 ได้เสร็จสมบูรณ์ทำให้การผลิตได้เต็มที่ มากขึ้น 5. ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้นจำนวน 2,373 ล้านบาท แต่ถ้า คิดเป็นร้อยละต่อยอดรายได้รวมในไตรมาสที่ 3 ปี 2539 เท่ากับ 15.88% และเท่ากับ 16.90% ในปี 2538 จะเห็นว่าลดลงค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารสำหรับไตรมาสที่ 3 ปี 2539 ได้รวมผลขาดทุนจากหลักทรัพย์จดทะเบียน ประเภทไม่หมุนเวียน จากมูลค่า หลักทรัพย์ได้ลดลงเป็นการถาวร จำนวน 11.02 ล้านบาท ผลขาดทุนดังกล่าวเป็นผล ขาดทุนบัญชีเท่านั้น เพราะบริษัทฯ ไม่ได้มีการขายหลักทรัพย์ออกไปแต่อย่างใด 6. ส่วนแบ่งกำไรหักขาดทุนของบริษัทร่วม บริษัทฯ ได้ดำเนินการให้ผู้ สอบบัญชีของบริษัทร่วมเข้าสอบทางงบการเงิน เพื่อจะได้แสดงผลการดำเนินงานที่แท้ จริงในการรับรู้ผลกำไรของบริษัทร่วมปรากฏว่าบริษัทร่วมที่ได้แสดงผลขาดทุนไว้ใน ไตรมาส 1 และ 2 ตามวิธีการรับรู้กำไรขาดทุน โดยใช้เปอร์เซ็นของกำไรขาดทุนถัว เฉลี่ย 3 ปี ย้อนหลังมาใช้ในการคำนวณกำไรขาดทุนของปีปัจจุบันนั้น กลับมีผลประ กอบการเป็นกำไรเกือบทั้งหมด จึงส่งผลทำให้ ส่วนแบ่งกำไรหักขาดทุนของบริษัทร่วม จากที่แสดงผลขาดทุนในไตรมาสที่ 2 ปี 2539 จำนวน 28 ล้านบาท เป็นกำไร 44.55 ล้านบาท ในไตรมาสที่ 3 สำหรับศรีไทยซุปเปอร์แวร์ฯ ในช่วงที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ออกหุ้นกู้ แปลงสภาพอายุ 10 ปี จำนวน 10 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือมูลค่า 1,515 ล้านบาท โดย นำเงินดังกล่าวไปจัดซื้อเครื่องจักรและแม่พิมพ์ จำนวน 400 ล้านบาท ใช้จ่ายคืนเงินกู้ ระยะสั้น 600 ล้านบาท และใช้ร่วมทุนกับ บริษัท คาเนนากะ ประเทศญี่ปุ่น เพื่อผลิต จานชามกระเบื้อง จำนวน 200 ล้านบาท ส่วนที่เหลือ 315 ล้านบาท ได้นำไปใช้เป็น เงินทุนหมุนเวียนของบริษัทฯ ซึ่งดำเนินงานดังกล่าวทำให้บริษัทฯ มีอัตราดอกเบี้ยลดลง จาก 9% เหลือเพียง 7.5% สำหรับสถานการณ์ส่งออกสินค้าของบริษัทฯ นายสนั่นกล่าวว่า ในขณะที่ภาวะ การส่งออกชะลอตัวลง แต่ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ฯ ยังคงสามารถเจาะตลาดประเทศ ออสเตรเลียและอเมริกาได้สูง ทำให้มีอัตราการส่งออกของบริษัทได้เติบโตถึง 20% อีกทั้งบริษัทฯ ได้มีมติลดสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัทร่วมทุนจัดตั้งบริษัททาคาฮาชิ โคราช ในสัดส่วน 30% เหลือ 19% ทำให้บริษัทฯ มีกำไรจากการขายเงินลงทุนดังกล่าวอีกด้วย --จบ--

ข่าว สนั่น อังอุบลกุล ล่าสุด