PP9: เพาเวอร์-พี ชี้แจงผลประกอบการไตรมาส 3 - newswit

กรุงเทพ--15 พ.ย.--เพาเวอร์-พี เพาเวอร์-พี แสดงผลประกอบการไตรมาส 3 มีกำไรสะสมงวด 9 เดือน 28.89 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 1.38 บาท นายวีระชัย เอื้อวิไลจิต กรรมการผู้จัดการ บริษัท เพาเวอร์-พี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงผลประกอบการในช่วง 9 เดือนแรกปี 2539 ว่า ผลประกอบ การในไตรมาสที่ 3 บริษัทฯ มีรายได้รวม 447.68 ล้านบาท กำไรสุทธิ 13.30 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.63 บาท ซึ่งเมื่อรวมกับผลประกอบการในไตรมาสที่ 1 และ 2 แล้ว บริษัทฯ มีรายได้รวม 1,098.25 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 28.89 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 1.38 บาท ซึ่งเป็นอัตราที่ต่ำกว่างวด 9 เดือนแรก ของปี 2538 ที่มีกำไรสุทธิ 77.69 ล้านบาท หรือเฉพาะไตรมาส 3 ที่แสดงผลกำไร สุทธิ 64.7 ล้านบาท ทั้งนี้ เนื่องจากในไตรมาส 3 ปี 2538 บริษัทฯ ได้จำหน่าย เงินลงทุนในบริษัทร่วม ทำให้มีกำไรเพิ่มขึ้นมา 83.90 ล้านบาท ซึ่งถ้าไม่รวมรายได้ จากการจำหน่ายเงินลงทุนนี้ ผลการดำเนินงานสำหรับไตรมาส 3 ปี 2538 จะ ขาดทุนจำนวน 19.2 ล้านบาท จึงแสดงให้เห็นว่า บริษัทฯ สามารถดำเนินงานใน 9 เดือนแรกปี 2539 มีกำไรมากกว่าระยะเวลาเดียวกันในปี 2538 ถึง 35.09 ล้านบาท หรือเฉพาะในไตรมาส 3 มีกำไรมากกว่าปี 2538 คือ 32.51 ล้านบาท บริษัทฯ มีรายได้กว่า 250 ล้านบาท จากการรับงานสร้างถังเก็บน้ำมัน ให้กับบริษัท เพชรบุรี เทอร์มินัล จำกัด และยังมีรายได้เพิ่มจากโครงการอื่น ๆ อีก ทำให้ใน 9 เดือนแรกปี 2539 มียอดขาย 1,085.67 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึงกว่า 296 ล้านบาท โดยใน 9 เดือนแรกปี 2538 มีรายได้จากการขาย 789.21 ล้าน บาท นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังสามารถดำเนินการลดดอกเบี้ยจ่ายในหมวดค่าใช้จ่าย ลดลงได้อีกประมาณ 10 ล้านบาท โดยการเปลี่ยนแหล่งเงินกู้ใหม่ที่มีอัตราดอก เบี้ยต่ำกว่า กรรมการผู้จัดการ บริษัท เพาเวอร์-พี จำกัด (มหาชน) ยังได้กล่าวถึง ความคืบหน้าของบริษัทฯ ว่าปัจจุบันบริษัทฯ ได้ขยายไลน์ธุรกิจไปรับงานด้านปิโตรเคมี ไฟฟ้า และพลังงาน ซึ่งเป็นงานที่ต้องใช้วิศวกรรมที่มีความชำนาญ เทคนิค และ เครื่องจักรพิเศษ "นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้ซื้อปั้นจั่นขนาดใหญ่ที่มีความสามารถยกอุปกรณ์ ที่มีน้ำหนักได้ถึง 750 ตัน มูลค่า 80 ล้านบาท เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรับ งานโครงการขนาดใหญ่ เช่น งานติดตั้งเครื่องจักรสำหรับโรงกลั่นน้ำมัน โรงงาน ปิโตรเคมีคอล โรงไฟฟ้า ซึ่งจำเป็นต้องใช้ปั้นจั่นขนาดใหญ่นี้ในการติดตั้งเครื่อง จักรกลที่มีน้ำหนักมาก จนถึงการก่อสร้างปล่องควันโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่ ต้องมีความสูงเป็นพิเศษ ซึ่งนับว่าเป็นบริษัทของคนไทยรายแรกที่มีปั้นจั่นขนาดใหญ่นี้ โดยในอดีตการรับงานเหล่านี้ จำเป็นต้องใช้ปั้นจั่นของบริษัทต่างชาติที่คิดค่าบริการใน อัตราที่สูงมาก ดังนั้น เมื่อบริษัทฯ มีปั้นจั่นขนาดใหญ่นี้ได้ จะทำให้การดำเนินการดัง กล่าวสามารถลดค่าบริการได้ต่ำกว่าถึง 5 เท่า โดยได้งานที่มีคุณภาพสูงเท่าเทียมกัน เนื่องจากบริษัทฯ มีวิศวกรที่ชำนาญการโดยเฉพาะ" นายวีระชัยกล่าวในตอนท้าย --จบ--

ข่าว มีกำไรสุทธิ ล่าสุด