กรมประมงจัดงาน "วันรักษ์สัตว์น้ำ" - newswit

กรุงเทพ--16 พ.ค.--กรมประมง วันศุกร์ที่ 16 พฤษภาคม 2540 เวลา 09.20 น. ณ หน่วยอนุรักษ์ทรัพยากรประมงน้ำจืดเขื่อนสิริกิติ์ บ้านท่าเรือ ตำบลท่าปลา อำเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์ กองอนุรักษ์ทรัพยากรประมง กรมประมง กำหนดให้มีการจัดงาน "วันรักษ์สัตว์น้ำ" ในฤดูปลามีไข่ วางไข่ และเลี้ยงตัวในวัยอ่อน ในการนี้ นายสมศักดิ์ สิงหลกะ รองอธิบดีกรมประมง เป็นประธานเปิดงาน โดยมีข้าราชการ ชาวประมง และราษฎร เข้าร่วมพิธี อนึ่ง กรมประมงได้จัดโครงการ "วันรักษ์สัตว์น้ำ" โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ราษฎรได้ตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์สัตว์น้ำจืดในฤดูปลาวางไข่ ระหว่างเดือนพฤษภาคม-เดือนกันยายน ซึ่งเป็นฤดูปลาน้ำจืดผสมพันธุ์และวางไข่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงมี ประกาศฯ ระหว่างวันที่ 16 พฤษภาคม-15 กันยายนทุกปี ห้ามใช้เครื่องมือางประเภทจับสัตว์น้ำ ทั้งนี้เพื่อดูแลและคุ้มครองแหล่งวางไข่และป้องกันการกระทำประมงพ่อแม่พันธุ์ปลาที่จะวางไข่ในช่วงต้นฤดูฝน สำหรับการจัดงาน "วันรักษ์สัตว์น้ำ" ประจำปีนี้ มีศูนย์กลางการจัดงาน ณ หน่วยอนุรักษ์ทรัพยากรประมงน้ำจืดสิริกิติ์ ตำบลท่าเรือ อำเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์ ในวันที่ 16 พฤษภาคม กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย การปล่อยปลาจำนวน 1,500,000 ตัว การจัดนิทรรศการและการแจกเอกสารเผยแพร่ความรู้ด้านการอนุรักษ์ ชมการสวนสนามทางเรือของกรมประมง การสาธิตการทำผลิตภัณฑ์จากสัตว์น้ำ มีการแข่งขันับประทานปลาตะโกก ซึ่งเป็นปลาที่ชุกชุม และมีรสชาติดของ จ.อุตรดิตถ์ และการแข่งขันชกมวยทะเล ประเทศไทยเป็นลักษณะภูมิประเทศที่ประกอบด้วยแหล่งน้ำมากมาย ทั้งที่มีอยู่ตามธรรมชาติและที่รัฐสร้างขึ้น แหล่งน้ำต่างๆ เหล่านี้เป็นที่อยู่อาศัยและเผยแพร่พันธุ์ของสัตว์น้ำ และเป็นแหล่งกำเนิดอาหารโปรตีนที่มีคุณค่าสำหรับคนไทย ซึ่งการจับปลาในอดีตมักจะใช้วัสดุท้องถิ่นทำเป็นเครื่องมือจับปลาอย่างง่ายๆ และได้รับวิธีการจับปลาจากคนรุ่นก่อนๆ สืบทอดกันมา ปลาที่จับได้ส่วนใหญ่จะใช้เป็นอาหารภายในครอบครัวและแบ่งปันญาติพี่น้อง ทำให้ปลาในแหล่งน้ำมีโอกาสเจริญเติบโต ขยายพันธุ์ และมีปริมาณเพียงพอสำหรับการดำรงชีพ แต่ในปัจจุบันประชากรได้มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ประกอบกับที่ทำกินมีอยู่อย่างจำกัด ประชาชนในบางส่วนจึงหันมาทำการประมงเป็นอาชีพหลัก โดยจะจับปลาตลอดทั้งปี และมีการพัฒนาเครื่องมือจับปลาให้สามารถจับได้ปริมาณมากๆ เพื่อให้ได้ผลตอบแทนสูงสุด โดยเฉพาะเมื่อถึงฤดูฝนพ่อแม่ปลาเกือบทุกชนิดจะอพยพขึ้นสู้ต้นน้ำหรือบริเวณที่มีความเหมาะสม เพื่อผสมพันธุ์และวางไข่ตามธรรมชาติ ชาวประมงจึงถือโอกาสนี้จับปลาขึ้นมาใช้ประโยชน์ ซึ่งนับเป็นวิธีการที่ทำลายพันธุ์สัตว์น้ำอย่างร้ายแรง กล่าวคือ ถ้าหากพ่อแม่ปลาเหล่านี้มีโอกาสผสมพันธ์และวางไข่ตามธรรมชาติ ก็จะให้กำเนิดลูกปลาที่สามารถนำมาใช้ประโยน์ได้ในปีต่อไปอย่างมากมายมหาศาล การจับปลาที่ผิดหลักการอนุรักษ์ดังกล่าวข้าง้น ส่งผลให้ผลผลิตสัตว์น้ำนแหล่งน้ำลดลงอย่างรวดเร็ว และมีแนวโน้มว่าจะไม่เพียงพอแก่การบริโภคในอนาคต กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เล็งเห็นความสำคัญของปัญหานี้ จึงทำการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับนิสัยการผสมพันธ์และการวางไข่ของปลา พบว่า ช่วงระหว่างวันที่ 16 พฤษภาคม-15 กัยายน ของทุกปี เป็นช่วงเวลาที่ปลาน้ำจืดผสมันธุ์และวางไข่มากที่สุด จึงออกประกาศกระทรวงฯ เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2507 โดยมาสาระสำคัญคือ ห้ามทำการประมงในช่งเวลากำหนดตามแหล่งน้ำสาธารณะประโยชน์ทุกแห่งทั่วประเทศ เว้นแต่ได้ใช้เครื่องมือที่ไม่ทำลายพ่อแม่พันธุ์และสามารถจับปลาได้เพียงพอแก่การยังชีพ ได้แก่ 1.เบ็ดทุกชนิด เว้นแต่เบ็ดราว 2.ตะแกรง สวิง ช้อน ยอ และชนาง ซึ่งมีปากกว้างไม่เกิน 2 เมตร และห้ามมิให้ทำการประมงด้วยวิธีประดาตั้งแต่สามเครื่องขึ้นไป 3.ไซ ตุ้ม อีจู้ ลัน โปง และโทง ซึ่งจะเป็นการนำทรัพยากรสัตว์น้ำเหล่านี้ขึ้นมาใช้ประโยชน์ในปริมาณที่ธรรมชาติจะสามารถสร้างขึ้นมาทดแทนได้ และจะส่งผลให้ผลผลิตของทรัพยากรสัตตว์น้ำจะยังคงมีสำหรับอนุชนรุ่นก่อนๆ ไปตราบชั่วกาลนาน การอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำ จึงนับเป็นความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรีบดำเนินการป้องกันและแก้ไข ทั้งนี้ เพื่อให้ทรัพยากรสัตว์น้ำเหล่านั้นยังคงมีอยู่และสามารถนำขึ้นมาใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่และยาวนานที่สุด ซึ่งสามารถกระทำได้หลายวิธีด้วยกัน อาทิ การดูแลแหล่งอาหารของสัตว์น้ำในธรรมชาติ การปล่อยสัตว์น้ำทดแทน การควบคุมเครื่องมือทำการประมง การดูแลแหล่งวางไข่และ แหล่งเลี้ยงตัววัยอ่อน รวมถึงการปลูกฝังจิตสำนึกให้ประชาชนได้ตระหนักเข้าใจถึงการอนุรักษ์ทรัพยากร--จบ--

ข่าวล่าสุด