มหาวิทยาลัย Asian UST เซ็นสัญญาก่อสร้าง พร้อมเป็นศูนย์รวมปัญญาระดับสากล - newswit

กรุงเทพ--22 พ.ค.--อิมพีเรียล เทคโนโลยี แมเนจเม้นท์ เซอร์วิส บริษัท อิมพีเรียล เทคโนโลยี แมเนจเม้นท์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้บริหารโครงการมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งเอเซีย หรือ Asian University of Science and Technology (Asian UST) ซึ่งการก่อตั้งมหาวิทยาลัย Asian UST เกิดจากแนวคิดศิษย์เก่าของ Imperial College ที่ต้องการให้มีสถาบันการศึกษาชั้นสูงเกิดขึ้นในประเทศไทย จึงมีการรวมตัวกันของอดีตผู้นำนักวิชาการ และนักธุรกิจของประเทศร่วมมือกันสร้างมหาวิทยาลัยฯ แห่งนี้ขึ้น ด้วยเจตนารมย์ที่แน่วแน่ว่าต้องการให้ความสำคัญของการยกระดับการศึกษาของประชากรไทยให้ได้มาตรฐาน และพัฒนาการศึกษาของไทยให้ทัดเทียมสากล ดร.วิพรรธ์ เริงพิทยา กรรมการผู้จัดการ บริษัท อิมพีเรียล เทคโนโลยี แมเนจเม้นท์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) ได้เปิดเผยถึงความคืบหน้าการก่อสร้างโครงการมหาวิทยาลัยฯ ในวันที่ 22 พฤษภาคม 2540 ได้มีพิธีลงนามสัญญาการก่อสร้างโครงการมหาวิทยาลัยฯ อย่างเป็นทางการ โดยมีนายอานันท์ ปันยารชุน ประธานกรรมการ ร่วมเซ็นสัญญากับ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินการก่อสร้างโครงการ โดยมีกลุ่มบริษัท Seatec เป็นที่ปรึกษาด้านวิศวกรรมการก่อสร้าง ว่าการก่อสร้างโครงการมหาวิทยาลัยฯ ระยะแรกจะเสร็จสิ้นในเดือนพฤษภาคมปี 2541 และพร้อมเปิดสอนได้ทันที ดร.วิพรรธ์ เริงพิทยา กล่าวต่อไปว่า ในการก่อสร้างตามโครงการระยะที่ 1 นั้น จะมีการก่อสร้าง 3 ส่วนด้วยกัน คือ ตึกเรียน หอพัก และสปอร์ต คอมเพล็ก รวมมูลค่าประมาณ 400 ล้านบาท กำหนดแล้วเสร็จภายในเดือนพฤษภาคม 2541 ซึ่งจะสามารถเปิดรับนักเรียนได้ตามเป้าหมายประมาณ 500 คน และพร้อมที่จะดำเนินการขยายงานก่อสร้างโครงการระยะที่ 2 เมื่อความต้องการของ มหาวิทยาลัยเป็นไปตามเป้าหมายที่ได้วางไว้ ส่วนการเตรียมงานในเรื่องของการเฟ้นหาอาจารย์ที่มีคุณภาพจากทั่วโลกนั้น ในช่วงที่ผ่านมา ตั้งแต่ต้นปีมีคณาจารย์ที่สนใจและสมัครมาเป็นจำนวนกว่า 1,600 คน ซึ่งเกินกว่าเป้าที่ได้ตั้งเอาไว้ ในขณะนี้อยู่ระหว่างการสัมภาษณ์คณบดีผู้มีความรู้ความสามารถประมาณ 3 ท่าน จากนั้นจะให้คณบดีเหล่านี้เป็นคณะกรรมการในการคัดเลือกอาจารย์ผู้สอนอีก 30 ท่านต่อไป ขั้นตอนดังกล่าวคาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในเดือนพฤศจิกายน ในด้านของหลักสูตรการเรียนการสอนที่ทางมหาทยาลัยได้เปิดสอน 3 คณะด้วยกัน คือ คณะวิทยาศาสตร์ประยุกต์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ และคณะบริหารธุรกิจและวิทยาการการจัดการ ทั้งระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก รวมถึงหลักสูตรพิเศษต่างๆ เสริมทักษะให้นักเรียน รวมทั้งคอร์สสั้นๆ สำหรับวิศวกรที่ออกมาทำงานแล้ว ขณะนี้การร่างหลักสูตรและวางหลักสูตรให้ถูกต้องตามมาตรฐานสากลมีความคืบหน้าไปบ้างแล้ว ส่วนที่จะมีการประสานหลักสูตรกับ Imperial College นั้น ทางคณบดีและอาจารย์ที่ได้คัดเลือกมาทั่วโลกจะร่วมร่างหลักสูตรด้วย ดร.วิพรรธ์ เริงพิทยา กล่าวย้ำว่า การดำเนินการก่อสร้างโครงการมหาวิทยาลัยฯ และการจัดเตรียมบุคลากรในด้านต่างๆ ทางบริษัท อิมพีเรียล เทคโนโลยีฯ ได้จัดทำไปตามขั้นตอนที่ได้วางแผนไว้ เพื่อให้ทุกอย่างเสร็จสิ้นไปตามกระบวนการ และในระหว่างนี้ได้เตรียมการที่จะเผยแพร่งานวิทยาการด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจากทั่วโลกเปิดกว้างให้เยาวชนไทยได้รับรู้ถึงความก้าวหน้าในวิทยาการด้านต่างๆ อีกด้วย จากความตั้งใจจริงของกลุ่มก่อตั้งที่มีแนวร่วมต้องการให้เด็กไทยมีคุณภาพด้านการศึกษาเท่าเทียมกับมาตรฐานสากล และให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ อาทิ นายอานันท์ ปันยารชุน ม.ร.ว.ปรีดิยากร เทวกุล ดร.จิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา ดร.โอฬาร ไชยประวัติ ดร.วีรพงษ์ รามางกูร ฯลฯ และยังมีกรรมการอีกหลายท่านที่เห็นความสำคัญของการศึกษา ให้การสนับสนุนและผลักดันโครงการฯ นี้ให้สำเร็จลุล่วง ดร.วิพรรธ์ ได้กล่าวทิ้งท้ายว่า มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งเอเชีย ซึ่งตั้งอยู่ที่จังหวัดชลบุรี จะเป็นสถาบันการศึกษาผลิตเยาวชนที่มีคุณภาพพร้อมคุณธรรม และมีความชำนาญในการศึกษาเฉพาะด้าน เพื่อเป็นกำลังสำคัญของประเทศชาติต่อไป--จบ--

ข่าว อิมพีเรียล ล่าสุด