PP9: เพาเวอร์-พี ทำกำไรปี 2539 68.01 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 3.24 บาท - newswit

กรุงเทพ--6 มี.ค.--เพาเวอร์-พี นายวีระชัย เอื้อวิไลจิต กรรมการผู้จัดการ บริษัท เพาเวอร์-พี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงผลประกอบการของบริษัทฯ ในปี 2539 ว่า จากปี 2538 ที่ ผ่านมา บริษัทฯ มีผลกำไรสุทธิ 73.06 ล้านบาท แต่ในปี 2539 บริษัทฯ สามารถทำ กำไร 68.01 ล้านบาท มีจำนวนลดลง 5.1 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 6.9 สำหรับสาเหตุที่บริษัทฯ มีกำไรสุทธิปี 2539 น้อยกว่าปี 2538 ร้อย ละ 6.9 นั้น เพราะปี 2538 บริษัทฯ มีกำไรจากการจำหน่ายเงินลงทุนในบริษัทร่วม จำนวน 83.9 ล้านบาท และมีส่วนได้เสียในผลขาดทุนของบริษัทร่วม ก่อนจะได้มีการ จำหน่ายออกไป 7.4 ล้านบาท ซึ่งหากไม่รวมรายการเหล่านี้ผลการดำเนินงาน ของปี 2538 จะขาดทุน 3.4 ล้านบาท ดังนั้นจะเห็นได้ว่าผลการดำเนินงานปี 2539 มีกำไรสุทธิสูงกว่าถึง 71.41 ล้านบาท โดยบริษัทฯ สามารถควบคุมค่าใช้จ่ายใน การขายและบริหารให้เพิ่มขึ้นในอัตราที่ใกล้เคียงกับอัตราภาวะเงินเฟ้อโดยทั่วไปของ ประเทศ อีกทั้งบริษัทฯ ยังสามารถประหยัดการจ่ายดอกเบี้ยได้แม้ว่ายอดเงินกู้ยืมจะ เพิ่มขึ้น เนื่องจากแหล่งเงินกู้ใหม่ที่ได้มีอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าปี 2538 ยอดรวมสินทรัพย์ของบริษัทฯ ในปี 2539 มีจำนวน 2,386.7 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2538 มีจำนวน 1,482.9 ล้านบาท มียอดเพิ่มขึ้น 903.8 ล้านบาท นอกจากนั้นในปี 2539 บริษัทฯ มีรายได้จากการขาย จำนวน 1,569.7 ล้านบาท ในขณะที่ปี 2538 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายจำนวน 1,100.8 ล้านบาท บริษัทฯ มีรายได้เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 468.9 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 42.6 และมี กำไรต่อหุ้น 3.24 บาท กรรมการผู้จัดการ บริษัทเพาเวอร์-พี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยต่อ ไปว่า สาเหตุที่บริษัทฯ มีผลประกอบการในปี 2539 ที่ดีนั้น จากรายได้และอัตรากำ ไรขั้นต้นโดยรวมเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 14.3 เป็นร้อยละ 17.8 รายได้ที่เพิ่มขึ้นนี้ส่วน ใหญ่ได้จากการเข้ารับก่อสร้างถังเก็บน้ำมันโครงการเพชรบุรี เทอร์มินัล มูลค่าประ มาณ 470 ล้านบาท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2539 มูลค่าของงานที่แล้วเสร็จคิดเป็น ประมาณร้อยละ 92 นอกจากนี้บริษัทฯ ยังได้สั่งซื้อเครื่องจักรจำนวน 196.3 ล้าน บาท เพื่อเสริมศักยภาพในการรองรับธุรกิจทั้งงานฐานรากและรับเหมาก่อสร้างขนาด ใหญ่ นายวีระชัยกล่าวในตอนท้ายว่า "แม้สภาพเศรษฐกิจยังอยู่ในภาวะซบเซา บริษัทฯ ก็ยังสามารถรักษาส่วนแบ่งของตลาดไว้ได้ ทั้งจากงานของภาครัฐและภาค เอกชน ทั้งนี้เป็นเพราะว่าบริษัทฯ มิได้มีเป้าหมายทางการตลาดเฉพาะกลุ่มงานใด กลุ่มงานหนึ่งเพียงอย่างเดียว ทั้งนี้ด้วยผลงานของบริษัทฯ ซึ่งเป็นที่ยอมรับทั้งภาครัฐ และเอกชน บริษัทฯ จึงมีความมั่นใจในการวางเป้าหมายในการครองส่วนแบ่งตลาด ในปี 2540 เพิ่มขึ้นอีกอย่างแน่นอน"--จบ--

ข่าว มีกำไรสุทธิ ล่าสุด