เดลล์เจ้าแห่งธุรกิจขายตรง เสนอ "เวิร์คสเตชั่น 400" - newswit
กรุงเทพฯ วันที่ 11 กันยายน 2540 -- เดลล์ เดลล์ คอมพิวเตอร์ คอร์ปอเรชั่น (หรือมีชื่อในตลาดหุ้นนาสเด็ก คือ DELL) ซึ่งเป็นผู้จำหน่ายคอมพิวเตอร์ด้วยระบบการขายตรงระดับโลก ประกาศเสนอ เดลล์ เวิร์ค- สเตชั่น 400 ซึ่งเป็นเวิร์คสเตชั่นประสิทธิภาพสูงอันเป็นมาตรฐานใหม่ที่คุ้มราคา เดลล์ เวิร์คสเตชั่น 400 วางจำหน่ายแล้วทั่วทั้งภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก เดลล์ เวิร์คสเตชั่น 400 เป็นเวิร์คสเตชั่นประสิทธิภาพสูงรุ่นแรกที่เดลล์นำเสนอสู่ตลาดเวิร์คสเตชั่นซึ่งกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง เครื่องดังกล่าวทำงานด้วยระบบปฏิบัติการไมโครซอฟท์ วินโดวส์ เอ็นที เวิร์คสเตชั่นระดับมาตรฐาน และใช้เพนเทียม ทู โพรเซสเซอร์รุ่นล่าสุดของอินเทลซึ่งมีทั้งแบบเดี่ยวหรือแบบคู่ ความเร็ว 300MHz และ 266MHz ทั้งนี้เครื่องดังกล่าวยังเป็นเครื่องแรกที่ใช้เพนเทียม ทู โพรเซสเซอร์ที่มีความเร็วถึง 300MHz อีกด้วย เดลล์ เวิร์คสเตชั่น 400 เหมาะสำหรับการใช้งานด้านวิศวกรรมการออกแบบด้วยคอมพิวเตอร์ (mechanical computer-aided design หรือ MCAD) บริการด้านการเงิน และการพัฒนาตลาดซอฟท์แวร์ จากการทดสอบ Viewperf CDRS-03 ซึ่งเป็นการตรวจสอบมาตรฐานการสร้างภาพกราฟฟิกสามมิติด้วยเครื่องเวิร์คสเตชั่น อันเป็นการจำลองระบบการทำงานด้านการออกแบบโดยใช้คอมพิวเตอร์ (CAD) พบว่าเดลล์ เวิร์คสเตชั่น 400 เป็นเครื่องระดับกลางที่มีประสิทธิภาพสูงสุดและคุ้มค่ากับราคา และพร้อมพรั่งด้วยการติดตั้งระบบต่าง ๆ อย่างครบถ้วน โดยมีหน่วยความจำขนาด 64 เมกกะไบท์เป็นอย่างต่ำ โดยได้นำเครื่องรุ่นต่าง ๆ มาเปรียบเทียบ อาทิ คอมแพค ไอบีเอ็ม ซัน ซิลิคอน กราฟฟิกส์ และดิจิตอล+ มร. ฟิลลิป อี. เคลลี่ ประธานประจำภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก แห่งเดลล์ คอมพิวเตอร์ คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า "ด้วยรูปแบบการขายตรงที่เดลล์ยึดมั่นมาโดยตลอด ทำให้เดลล์สามารถติดต่อพูดคุยกับลูกค้าโดยตรง และลูกค้าในระดับองค์กรของเราที่ใช้เครื่องเวิร์คสเตชั่น เฝ้าบอกเล่าให้ทราบอยู่เสมอว่า พวกเขาต้องการใช้เวิร์คสเตชั่นที่มีเทคโนโลยีระดับมาตรฐาน และช่วยลดต้นทุนในบริษัท" “ด้วยระบบการขายตรงที่มุ่งเน้นด้านการผลิตตามคำสั่งซื้อนับว่าเหมาะอย่างยิ่งสำหรับตลาดเวิร์คสเตชั่นที่ต้องการการติดตั้งระบบเพื่อรองรับการใช้งานอย่างเหมาะสม สามารถทำงานได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ น่าเชื่อถือ และคุ้มราคา" มร. เคลลี่ กล่าวเสริม ้เดลล์สามารถหลีกเลี่ยงการขึ้นราคาเครื่องจากผู้ค้าปลีกด้วยการขายตรงสู่ลูกค้า อีกทั้งยังนำเสนอเครื่องคอมพิวเตอร์ประสิทธิภาพสูง ซึ่งผลิตขึ้นสำหรับลูกค้าที่ต้องการใช้งานด้านเวิร์คสเตชั่นโดยเฉพาะ รวมถึงการบรรจุซอฟท์แวร์สำเร็จรูปจากโรงงาน การให้บริการและโปรแกรมการให้ความสนับสนุนอื่น ๆ เดลล์ยังมอมบริการติดตั้งถึงสถานที่สำหรับการซื้อสินค้าทุกครั้ง ตัวอย่างเช่น การทดสอบ ระบบซึ่งเป็นส่วนสำคัญต่าง ๆ การทดสอบการเชื่อมต่อเข้าสู่ระบบเครือข่าย นอกจากนี้ลูกค้ายังได้รับข้อเสนอพิเศษในการตรวจสอบสถานที่สำหรับติดตั้งเครื่องเดลล์ เวิร์คสเตชั่น 400 จากวิศวกร เพื่อให้มั่นใจว่าเครื่องที่ผลิตและการบริการด้านโซลูชั่นต่าง ๆ มีความเหมาะสมสำหรับลูกค้าของเดลล์ ในกรณีที่ลูกค้าต้องการความสนับสนุนอย่างเร่งด่วน ลูกค้าของเดลล์จะได้รับบริการตรวจสอบถึงสถานที่ภายใน 4 ชั่วโมง สำหรับงานที่มีความสำคัญมากและจำเป็นต้องทำงานโดยไม่หยุดชะงัก นอกจากนี้ยังมีบริการทางโทรศัพท์ฮอทไลน์จากทีมวิศวกรของเดลล์คอยให้คำปรึกษาเกี่ยวกับเครื่องรวมถึงระบบปฏิบัติการที่ติดตั้งจากโรงงานตลอดอายุการใช้งาน ดร. โทมัส จี. โคปแลนด์ นักวิเคราะห์อาวุโสจากไอดีซี ให้ทัศนะคติเกี่ยวกับเวิร์คสเตชั่น 400 ว่า "เดลล์กำลังถูกผลักดันให้ก้าวสู่ตลาดเวิร์คสเตชั่น และนับว่าเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมมากที่สุดที่เดลล์ได้ก้าวเข้ามาช่วงชิงส่วนแบ่งตลาดนี้ นอกจากนี้เครื่องเวิร์คสเตชั่น 400 ยังจำหน่ายในราคาต่ำกว่าคู่แข่งมาก" การเริ่มต้นของตลาด เพนเทียม ทู โพรเซสเซอร์/วินโดวส์ เอ็นที กับ RISC/ยูนิกซ์ แพล็ทฟอร์ม ทั้งนี้ได้มีการคาดการณ์ว่าตลาดเวิร์คสเตชั่นจะมีรูปแบบคล้ายกับตลาดเน็ทเวิร์ค เซิร์ฟเวอร์ โดยเครื่องที่ใช้ระบบ RISC/UNIX จะถูกทดแทนโดยเครื่องเน็ทเวิร์ค เซิร์ฟเวอร์ที่ใช้เพนเทียมโพรเซสเซอร์ที่มีมาตรฐาน รวมถึงระบบปฏิบัติการของวินโดวส์ เอ็นที เซิร์ฟเวอร์ ที่จำหน่ายในราคาถูกกว่า นักวิเคราะห์จากไอดีซีคาดว่า เพนเทียม ทู โพรเซสเซอร์/วินโดวส์ เอ็นที เวิร์คสเตชั่น จะสามารถสร้างยอดขายเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าของยอดขายเครื่องที่ใช้ระบบ RISC/UNIX ภายในปี 2540 และคาดว่าเวิร์คสเต-ชั่นที่มีระบบการทำงานของอินเทล/ไมโครซอฟท์ จะมีอัตราการเติบโตรวมถึงร้อยละ 41 ในปี 2544โดยอัตราการเติบโตรวมของระบบ RISC/UNIX จะมีเพียงร้อยละ 3 ในปีดียวกัน นอกจากนี้นักวิเคราะห์ยังชี้ว่ามูลค่าตลาดรวมของเวิร์คสเตชั่นจะมีมูลค่าสูงถึง 27.7 พันล้านเหรียญสหรัฐภายในปี 2544 เพิ่มขึ้นจาก 17.1 พันล้านเหรียญสหรัฐในปี 2540 เดลล์เชื่อว่าด้วยประสิทธิภาพอันโดดเด่นของเครื่องเวิร์คสเตชั่น 400 จะช่วยกระตุ้นการเปลี่ยนแปลงจากระบบ RISC/UNIX แบบดั้งเดิมสู่ระบบการใช้งานเครื่องเวิร์คสเตชั่นที่ใช้เพนเทียม ทู โพรเซสเซอร์/วินโดวส์ เอ็นที มร. จิม ออลชิน รองประธาน ฝ่าย Personal business systems group แห่งไมโครซอฟท์ กล่าวว่า "ไมโครซอฟท์ มีความรู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่เดลล์ได้นำระบบวินโดวส์ เอ็นที เวิร์คสเตชั่นรุ่น 4.0 มาใช้กับเครื่องเวิร์คสเตชั่น 400 นอกจากนี้ลูกค้าของบริษัททั้งสองจะได้รับประโยชน์จากการใช้งานวินโดวส์ เอ็นที เวิร์คสเตชั่น 4.0 เพื่อรองรับงานด้านการคำนวณและด้านธุรกิจของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงเชื่อถือได้ และปลอดภัย" มร. แพท เจลซิงเจอร์ รองประธานและผู้จัดการทั่วไป กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะแห่งอินเทล กล่าวว่า "เวิร์คสเตชั่น 400 ที่ใช้เพนเทียม ทู โพรเซสเซอร์ ช่วยให้เดลล์สามารถนำเสนอเครื่องเวิร์คสเตชั่นที่มีสมรรถนะยอดเยี่ยมระดับใหม่สู่ตลาด ผนวกกับรูปแบบการขายตรงของเดลล์และการทำงานด้วยสถาปัตยกรรมของอินเทลอันนำมาซึ่งความโดดเด่นทั้งในด้านราคาและประสิทธิภาพของเครื่องเวิร์ค- สเตชั่นสู่ผู้ใช้" สัมพันธภาพ เพื่อสร้างความมั่นใจว่าเครื่องเวิร์คสเตชั่น 400 มีคุณสมบัติครบถ้วนตรงตามความต้องการของลูกค้า เดลล์จึงได้จัดตั้งสมาพันธ์ ซึ่งประกอบด้วยผู้ประกอบอิสระการด้านฮาร์ดแวร์และซอฟท์แวร์ชั้นนำ เดลล์จะร่วมทีมงานกับคู่ค้าด้านฮาร์ดแวร์ 3Dlabs และ ELSA เพื่อพัฒนาเทคนิคการสร้างภาพสามมิติ โดยมีเป้าหมายในตลาด MCAD และร่วมมือกับ Appian Technologies เพื่อพัฒนาสนับสนุนด้านจอภาพซ้อน (multiple-monitor) สำหรับใช้งานด้านการบริการด้านการเงิน มร. เคลลี่ กล่าวเสริมว่า "เราได้รับทราบจากลูกค้าระดับองค์กรขนาดใหญ่ที่ใช้เวิร์คสเตชั่นของเราว่าการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับผู้ให้บริการด้านซอฟท์แวร์นั้น จะช่วยให้สามารถนำเสนอเวิร์คสเตชั่นโซลูชั่นที่สมบูรณ์แบบได้ และด้วยการความร่วมมือในการสร้างความสัมพันธ์ร่วมกับผู้จำหน่ายซอฟท์แวร์ต่าง ๆ จะช่วยให้เราสามารถนำเสนอเวิร์คสเตชั่นที่มีระบบการทำงานเพื่อตอบสนองกับความต้องการด้านแอพพลิเคชั่นของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพและไร้ที่ติ" เดลล์ร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับบริษัทคู้ค้าด้านซอฟท์แวร์ เพื่อทดสอบและปรับปรุงระบบ และสร้างความมั่นใจว่าเครื่องเวิร์คสเตชั่น 400 มีสมรรถนะการทำงานยอดเยี่ยม เชื่อถือได้สำหรับธุรกิจที่จำเป็นต้องทำงานโดยไม่มีการหยุดชะงัก บริษัทที่ร่วมเป็นพันธมิตรในกลุ่มผลิตภัณฑ์ซอฟท์แวร์ด้าน MCAD ประกอบด้วย Altair, Autodesk, Bently Systems, Dassault Systemes S.A., EDS Unigraphics, Intergraph Software Solutions, Microcadam, Parametric Technology Corporation, SDRC และ Solidworks. แอพพลิเคชั่นเหล่านี้ถูกนำไปใช้โดยทีมงานวิศวกรและนักออกแบบโครงภาพ 2 มิติ และภาพ 3 มิติ การดัดแปลงแก้ไข (rendering) และการออกแบบต่าง ๆ พันธมิตรด้านซอฟท์แวร์สำหรับธุรกิจประเภทการบริการด้านการเงิน ประกอบด้วย The MathWorks, Neovision, Reuters/TIBCO และ System Programming & Network Computing โดยบริษัททั้งหมดนี้จะประมวลข้อมูลด้านการเงิน ด้วยระบบการป้อนข้อมูลแบบเดี่ยวหรือแบบหลายทาง สำหรับนักวิเคราะห์และตัวแทนจำหน่ายหุ้นที่จำเป็นต้องใช้ข้อมูลที่ทันสมัยมากที่สุดในการตัดสินใจอย่างเร่งด่วน เดลล์ เชื่อว่าลูกค้าที่ใช้เวิร์คสเตชั่นเป็นส่วนมากต่างต้องการใช้งานเครื่องเวิร์คสเตชั่น 400 ที่ใช้ระบบวินโดวส์ เอ็นทีเข้ากับเครื่องที่ใช้ระบบ RISC/UNIX เดลล์ยังได้ร่วมทีมกับผู้จำหน่ายซอฟท์แวร์ อาทิ Intergraph Software Solutions และ NetManage เพื่อเชื่อมโยงการทำงานบน 2 แพล็ทฟอร์มที่แตกต่างกันให้สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างไม่มีปัญหา เมื่อเร็ว ๆ นี้ เดลล์ได้ประกาศผลการดำเนินงานอันโดดเด่นประจำไตรมาสสิ้นสุด ณ วันที่ 3 สิงหาคม 2540 ด้วยรายรับมากกว่า 2.8 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 67 จากไตรมาสที่ 2 ของปีที่แล้ว ทั้งนี้ผลการดำเนินงานในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ซึ่งรวมถึงประเทศญี่ปุ่นมีผลการกำไรอันยอดเยี่ยม โดยมีรายได้ในภูมิภาคประจำไตรมาส สูงสุดเป็นครั้งแรกถึง 200 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 89 จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว เดลล์ คอมพิวเตอร์ คอร์ปอเรชั่น เป็นบริษัทที่อยู่ในฟอร์จูน 500ฎ และเป็นบริษัทผู้จำหน่ายคอมพิวเตอร์ชั้นนำของโลกด้วยระบบขายตรง รวมทั้งเป็นหนึ่งในบริษัทผู้ผลิตระบบคอมพิวเตอร์ที่ใหญ่ที่สุดของโลกด้วยรายรับที่สูงถึง 9.8 พันล้านเหรียญสหรัฐตลอดช่วง 4 ไตรมาสีที่ผ่านมา สิ้นสุด ณ วันที่ 3 สิงหาคม 2540 นอกจากนี้ เดลล์ยังออกแบบและนำเสนอสินค้าและบริการที่จัดทำขึ้นโดยเฉพาะตามความต้องการของผู้ใช้ รวมทั้งนำเสนออุปกรณ์ที่เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์และซอร์ฟแวร์อย่างกว้างขวาง ทั้งนี้ สำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกของเดลล์ตั้งอยู่ที่ประเทศฮ่องกง และมีหน้าที่ดูแลควบคุมการดำเนินงานครอบคลุมในประเทศออสเตรเลีย บรูไน จีน อินเดีย อินโดนีเซีย เกาหลี มาเก๊า มาเลเซีย นิวซีแลนด์ ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไต้หวัน ไทย และประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก นอกจากนี้ในเดือนมกราคม 2539 เดลล์ได้เปิดโรงงานผลิตประจำภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก บนพื้นที่ 238,000 ตารางฟุตที่เมืองปีนัง ประเทศมาเลเชีย ซึ่งโรงงานแห่งนี้ได้รับประกาศนียบัตรมาตรฐานอุตสาหกรรม ISO 9002 ในเดือนกรกฏาคม 2539 ผู้ที่ต้องการข้อมูลด้านผลิตภัณฑ์ของเดลล์สามารถติดต่อโดยตรงผ่านบริการโทรศัพท์ฟรีของเดลล์ที่ โทร. 0880 06006 หรือที่เวป ไซท์ของเดลล์ ที่ http://www.dell.com/intl/apcc/ เดลล์, เดลล์โลโก้ และเดลล์พลัส เป็นเครื่องหมายการค้าที่ได้รับการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าโดย เดลล์ คอมพิวเตอร์ คอร์ปอเรชั่น Fortune 500 ได้รับการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าภายใต้บริษัท เดอะ ไทม อิงค์ วินโดวส์ เอ็นที และไมโครซอฟท์ เป็นเครื่องหมายการค้าที่ได้รับการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าโดยบริษัท ไมโครซอฟท์ คอร์ปอเรชั่น 3คอม ได้รับการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าโดยบริษัท 3คอม คอร์ปอเรชั่น อินเทล, เพนเทียม และ MMX เป็นเครื่องหมายที่ได้รับการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าโดย อินเทล คอร์ปอเรชั่น ทั้งนี้เดลล์จะขอไม่เกี่ยวข้องหรือผูกพันในผลประโยชน์ใด ๆ จากเครื่องหมายการค้าและชื่อของบริษัทอื่นๆ **บริษัทผู้ให้บริการอันเป็นบุคคลที่สามจะเป็นผู้ดำเนินการด้านการให้บริการ ทั้งนี้จะไม่ครอบคลุมในพื้นที่ห่างไกลบางพื้นที่ +ลิขสิทธิ์ ปี 2540, Standard Performance Evaluation Corporation. อ้างถึงข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อที่ www.specbench.org/gpc/opc/opc.cdrs.summary.html. ### ข้อมูลข้างต้นนี้เผยแพร่โดย เดลล์ คอมพิวเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ ดอน ไคล์นแมน ผู้อำนวยการฝ่ายการสื่อสารองค์กร เดลล์ เอเชีย แปซิฟิก โทร. 65-461 3888 แฟ็กซ์ 65-461 3800 อีเมลล์: [email protected] หรือกรุณาติดต่อ เบอร์สัน-มาร์สเตลเลอร์ พรทิพย์ เลิศเวชกุล โทร. 252-9871-7, อีเมลล์ [email protected] จบ