ผลการสำรวจปริมาณผลผลิตมันสำปะหลังฤดูการผลิตปี 2540/2541

กรุงเทพ--2 ก.ย.--กรมการค้าต่างประเทศ นายประชา จารุตระกูลชัย อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ได้เปิดเผยถึงผลการสำรวจปริมาณผลผลิตมันสำปะหลังฤดูการผลิตปี 2540/2541 ว่า คณะสำรวจซึ่งประกอบด้วยกรมการค้าต่างประเทศกรมส่งเสริมการเกษตร สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร สมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย สมาคมโรงงานผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไทย สมาคมโรงงานผู้ผลิตมันสำปะหลังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และสมาคมการค้าอุตสาหกรรมแป้งมันสำปะหลังไทย โดยมีมูลนิธิสถาบันพัฒนามันสำปะหลังแห่งประเทศไทยเป็นผู้สนับสนุนค่าใช้จ่าย ได้เดินทางไปยังแหล่งเพาะปลูกมันสำปะหลังที่สำคัญในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลางตอนบนและภาคตะวันตก ระหว่างวันที่ 24-30 สิงหาคม 2540 จากผลการสำรวจคาดว่า จะมีพื้นที่เพาะปลูกทั้งสิ้น 5.85 ล้านไร่ ผลผลิตรวม 15.20 ล้านตัน ผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ 2.60 ตัน เมื่อเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมาซึ่งมีพื้นที่เพาะปลูก 6.64 ล้านไร่ ผลผลิต 17.67 ล้านตัน พื้นที่เพาะปลูกและผลผลิตลดลงร้อยละ 11.82 และ 13.98 ตามลำดับ ผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ลดลงร้อยละ 2.26 อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศได้กล่าวเพิ่มเติมว่าการที่พื้นที่เพาะปลูก ผลผลิตรวมและผลผลิตต่อไร่ลดลงนั้น มีสาเหตุมาจากภาวะฝนแล้ง พื้นที่เพาะปลูกได้รับความเสียหาย ทำให้ผลผลิตมันสำปะหลัง โดยรวมมีปริมาณที่ลดลงแม้ว่าเกษตรกรจะหันมาใช้มันพันธุ์ดีที่ให้ผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่สูงก็ตาม แต่ผลกระทบจากความแห้งแล้งนั้น ได้ทำให้ผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ลดลง ประกอบกับราคาหัวมันสำปะหลังในปีที่ผ่านมาไม่เป็นที่จูงใจทำให้เกษตรกรหันไปปลูกอ้อย ข้าวโพด และพืชชนิดอื่นแทน อย่างไรก็ตาม ความต้องการใช้หัวมันสำปะหลังสดในอุตสาหกรรมแป้งมันสำปะหลังกลับสูงขึ้น ทั้งในการใช้ภายในประเทศและการส่งออกไปตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะการส่งออกไปประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นประเทศคู่แข่งในตลาดแป้งมันสำปะหลัง ก็ได้ประสบภาวะฝนแล้งเช่นเดียวกัน โดยได้มีการสั่งซื้อแป้งมันสำปะหลังจากไทยแล้วกว่า 1 แสน ตัน และคาดว่าจะสั่งซื้อเพิ่มขึ้น ขณะที่การใช้มันสำประหลังอัดเม็ดและมันเส้นในส่วนผสมอาหารสัตว์ก็มีความต้องการเพิ่มขึ้นอีก นอกจากนี้ราคากากถั่วเหลืองในตลาดโลกที่นำมาผสมกับมันสำปะหลังสดที่เกษตรกรขายได้ในฤดูการผลิต 2540/2541 มีแนวโน้มสูงขึ้น โดยเกษตรกรจะต้องไม่เร่งขุดมันก่อนครบกำหนดอายุและไม่เร่งขุดมันออกสู่ตลาดพร้อม ๆ กัน เพราะจะทำให้ผลผลิตล้นตลาดและราคาจะตกต่ำลงได้ ดังนั้น เกษตรกรจึงควรทะยอยขุดมันให้พอดีกับความต้องการของตลาดในขณะนั้น ซึ่งจะทำให้ขายหัวมันสดได้ราคาสูงขึ้นในระดับที่น่าพอใจ--จบ--

ข่าว สมาคมโรงงานผู้ผลิตมันสำปะหลัง ล่าสุด