ผลการประชุมคณะผู้บริหาร - newswit

กรุงเทพ--10 ก.ย.--สำนักงานเขตกรุงเทพ วันที่ 9 ก.ย. 40 เวลา 14.00 น. ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดร.พิจิตต รัตตกุล ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แถลงผลการประชุมคณะผู้บริหารกทม. ว่า ที่ประชุมได้มีมติให้กรุงเทพมหานครดำเนินการ 3 ประเด็นสำคัญ ๆ คือ 1. จัดตั้งศูนย์ส่งเสริมการท่องเที่ยวของกรุงเทพมหานคร ขึ้น เนื่องจากที่ผ่านมายังไม่เคยมีหน่วยราชการใดที่สนับสนุนทางด้านการท่องเที่ยวประจำท้องถิ่น ซึ่งครั้งนี้นับว่าเป็นครั้งแรกที่กรุงเทพมหานคร จะจัดตั้งขึ้นด้วยงบประมาณถึง 20 ล้านบาท ในปีพ.ศ. 2540 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อจะดึงนักท่องเที่ยวให้มาเที่ยวในกรุงเทพฯ มากขึ้น เพราะที่ผ่านมาส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวจะออกนอกพื้นที่กรุงเทพฯ กันหมด เนื่องจากเจอปัญหาในเรื่องน้ำ ปัญหาการจราจร อากาศเป็นพิษ เป็นต้น ทั้งนี้ศูนย์ส่งเสริมการท่องเที่ยวของกรุงเทพมหานครจะอยู่ในสังกัดสำนักนโยบายและแผนกทม. โดยมี นายมีชัย วีระไวทยะ อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ เป็นประธานกรรมการศูนย์ ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวต่อว่า สำหรับภารกิจที่สำคัญของศูนย์ฯ จะทำงานขยายผลและปรับปรุงรูปลักษณ์แหล่งท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ ที่มีอยู่ในปัจจุบัน พร้อมทั้งอำนวยความสะดวก การโฆษณาประชาสัมพันธ์ ตลอดจนประสานงานกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เพื่อให้นักท่องเที่ยวมีความสนใจสถานที่ท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ มากที่สุด ส่วนเรื่องที่ 2 ดร.พิจิตตฯ กล่าวว่า ที่ประชุมได้มีมติให้กรุงเทพมหานครจัดตั้งหน่วยฉุกเฉินทางด้านโยธาธิการขึ้น เพื่อให้เป็นหน่วยงานซึ่งทำหน้าที่แก้ไขปัญหากรณีฉุกเฉินเร่งด่วนเรื่องอุบัติภัย อุบัติเหตุ การรื้อย้าย รื้อถอน หรือการเข้าดำเนินการของหน่วยราชการ เช่น เมื่อมีคำสั่งศาลให้รื้อถอนอาคารสิ่งก่อสร้างใด ๆ ที่ผิดกฎหมาย กรุงเทพมหานครสามารถนำหน่วยฉุกเฉินทางด้านโยธาธิการนี้เข้าไปดูแลในเบื้องต้น ก่อนที่จะจ้างผู้รับเหมาดำเนินการ หรือกรณีที่เกิดอุบัติเหตุและจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนทางด้านโยธา เช่น การทำสะพานลอยชั่วคราว การทำสัญญาณเตือนภัย การใช้รถยกในที่เกิดเหตุ เป็นต้น ทั้งนี้หน่วยฉุกเฉินดังกล่าวจะอยู่ในความรับผิดชอบของ รศ.ประภาภัทร นิยม รองผู้ว่าฯ กทม. และนายบำเพ็ญ จตุรพฤกษ์ รองปลัดกทม. อย่างไรก็ดีผู้รับผิดชอบทั้ง 2 ท่าน จะได้ร่างรายละเอียดในหลักการและจะนำเสนอคณะผู้บริหารอีกครั้งในสัปดาห์หน้า ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวอีกว่า มติที่ประชุมคณะผู้บริหารเรื่องที่ 3 คือ ให้มีการรื้อโครงสร้าง และปรับประสิทธิภาพแผนงานของสำนักการจราจรและขนส่งของกทม. เพื่อให้มีภารกิจหน้าที่ในเชิงรุก โดยมีบทบาทมากขึ้น ได้แก่ มีหน้าที่จัดทำแผนร่วมกับกรุงเทพมหานคร เช่น กทม. จะทำการขุดอุโมงค์แห่งหนึ่ง ทางสำนักการจราจรจะต้องมีข้อมูลพร้อมทุกเรื่อง ทั้งนี้เพื่อต้องการให้สำนักการจราจรและขนส่งมีส่วนร่วมรับผิดชอบเรื่องการแก้ปัญหาจราจรกับหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น สจร. ตำรวจ เป็นต้น อย่างไรก็ตามยังมีปัญหาที่สำคัญคือ เรื่องบุคลากร ซึ่งจะต้องใช้วิธีจัดจ้างเอกชนเข้ามาร่วมดำเนินการด้วย--จบ--

ข่าว บำเพ็ญ จตุรพฤกษ์ ล่าสุด