มูลนิธิส่งเสริมสวัสดิการสังคมไทย เบื้องหลังการช่วยเหลือสังคม - newswit
กรุงเทพ--27 ต.ค.--กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม จากความทุกข์ยากเดือดร้อนที่ขยายตัวขึ้นทุกขณะในสังคมไทย ทำให้หน่วยงาน องค์กรหลายต่อหลายแห่งพยายามที่จะหาหนทางเยียวยาให้ความช่วยเหลือ นั่นรวมถึงกรมประชาสงเคราะห์ หน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมด้วย แต่เพราะภารกิจความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่ ที่จะต้องดูแลด้านสวัสดิการสังคมให้ประชาชนตั้งแต่เด็กจนถึงคนชรารวมถึงคนด้อยโอกาสทางสังคม เช่นผู้ป่วยโรคเอดส์ วัณโรค โรคเรื้อน ฯลฯ ลำพังเพียงหน่วยงานของกระทรวงแรงงานฯ คงรับไม่ไหว ดังนั้นจึงมีความพยายามที่จะหาแรงสนับสนุนจากภาคเอกชนที่จะมาช่วยแบ่งเบาภาระความเดือดร้อนทางสังคม ในท้ายที่สุดจึงเป็นที่มาของมูลนิธิส่งเสริมสวัสดิการสังคมไทย มูลนิธิส่งเสริมสวัสดิการสังคมไทย ได้เริ่มเป็นรูปร่างขึ้น ในสมัยที่นายบรรหาร ศิลปอาชา เป็นนายกรัฐมนตรี โดยในครั้งนั้นนายกฯ บรรหาร พร้อมด้วยภริยา และคุณกัญจนา ศิลปอาชา บุตรสาว สส.จังหวัดสุพรรณบุรี ได้ออกไปตรวจเยี่ยมหน่วยงานของกรมประชาสงเคราะห์ และได้สัมผัสกับสภาพชีวิตความเป็นอยู่ของเด็กในสถานสงเคราะห์ที่ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ รวมทั้งได้เห็นการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลที่ต้องทำงานหนักในบรรยากาศที่สกปรก จำเจ จากที่ได้พบเห็นจึงมีดำริให้กระทรวงแรงงานฯ โดยกรมประชาสงเคราะห์ดำเนินการจัดตั้งมูลนิธิขึ้น เพื่อนำดอกผลมาใช้ในการช่วยเหลือและส่งเสริมสวัสดิการของเจ้าหน้าที่ในสถานสงเคราะห์ ในการนี้นายกฯ บรรหาร ได้มอบทุนประเดิมในการก่อตั้งจำนวน 1,050,000 บาท ซึ่งมูลนิธิดังกล่าวได้รับการก่อตั้งและจดทะเบียนโดยใช้ชื่อว่า "มูลนิธิส่งเสริมสวัสดิการสังคมไทย" เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2539 เมื่อได้รับการจัดตั้งเป็นมูลนิธิ นายอำพล สิงหโกวินท์ รองปลัดกระทรวงแรงงานฯ ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมประชาสงเคราะห์และเป็นประธานมูลนิธิโดยตำแหน่งจึงได้กำหนดวัตถุประสงค์ของมูลนิธิไว้ 5 ข้อ คือ 1. จัดจ้างเจ้าหน้าที่ และส่งเสริมสวัสดิการของเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติงานในสถานสงเคราะห์และหน่วยงานที่ดำเนินการฟื้นฟูสมรรถภาพ ฝึกอาชีพและพัฒนาผู้ด้อยโอกาส 2. จัดหาวัสดุอุปกรณ์ ครุภัณฑ์ ที่จำเป็นในการดำเนินงานของสถานสงเคราะห์และหน่วยงานที่ให้บริการแก่ผู้ด้อยโอกาส 3. สนับสนุนบุคคล ครอบครัว และชุมชนที่ด้อยโอกาสให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ 4. สนับสนุนการดำเนินงานขององค์กรเอกชน และองค์กรประชาชนซึ่งดำเนินงานเพื่อแก้ไขและป้องกันปัญหาสังคม ตลอดจนพัฒนาผู้ด้อยโอกาส 5. ดำเนินการเพื่อสาธารณประโยชน์ หรือร่วมมือกับองค์กรการกุศลอื่นเพื่อสาธารณประโยชน์ จากการดำเนินงานในช่วง 1 ปีเศษ มูลนิธิได้มียอดเงินเพื่อดำเนินงานรวมดอกผลแล้ว ณ วันที่ 31 กรกฎาคม 2540 เป็นเงิน 237,726,142.58 บาท และได้อนุมัติเงินช่วยเหลือ หน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานฯ 43 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ 8 แห่ง เป็นเงิน 2,413,500 บาท กองสงเคราะห์เด็กและบุคคลวัยรุ่น 10 หน่วยงาน เป็นเงิน 3,019,008 บาท กองสวัสดิการสงเคราะห์ 22 หน่วยงาน เป็นเงิน 457,500 บาท กองสัมมาอาชีวสงเคราะห์ 3 หน่วยงาน เป็นเงิน 182,400 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 6,072,408 บาท ซึ่งในระหว่างนี้อยู่ในระหว่างทะยอยการเบิกจ่าย อย่างไรก็ดีในวันนี้ (24 ต.ค. 40) ได้มีการประชุมคณะกรรมการมูลนิธิส่งเสริมสวัสดิการสังคมไทย ครั้งที่ 4/2540 ที่กระทรวงแรงงานฯ นายอำพล สิงหโกวินท์ รองปลัดกระทรวงแรงงานฯ ได้กล่าวในที่ประชุมว่า การเป็นประธานนัดนี้จะเป็นนัดสุดท้าย เพราะตามเจตนารมณ์ของการจัดตั้งมูลนิธิ ผู้ที่จะทำหน้าที่ประธานมูลนิธิคือ อธิบดีกรมประชาสงเคราะห์โดยตำแหน่ง แต่ขอฝากให้คณะกรรมการทุกท่านช่วยกันประคับประคองมูลนิธิให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของการก่อตั้ง ขอให้ทำหน้าที่สงเคราะห์ช่วยเหลือสถานสงเคราะห์อย่างจริงจัง และเงินของมูลนิธิที่มีจำนวนมากขึ้นนั้นขอให้นำไปใช้จ่ายในทางที่เกิดประโยชน์อย่างเต็มที่ จากจุดเริ่มของมูลนิธิที่มุ่งมั่นช่วยเหลือสวัสดิการสังคม เราเชื่อเหลือเกินว่าเงินทุกบาททุกสตางค์จะช่วยเสริมและสนับสนุนการทำงานของหน่วยงานภาครัฐที่ดูแลช่วยเหลือด้านสวัสดิการสังคม และหวังว่าเงินทุกบาทจะช่วยเจ้าหน้าที่ผู้อยู่เบื้องหลังให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และมีกำลังใจที่จะปฏิบัติงานช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสและสังคมตราบนานเท่านาน--จบ--