กรมประมงประสบความสำเร็จในการเพาะลูกกุ้งกุลาดำด้วยพ่อแม่พันธุ์จากบ่อเลี้ยง
กรุงเทพ--16 ก.ค.--กรมประมง นายธำรงค์ ประกอบบุญ อธิบดีกรมประมงเปิดเผยว่าจากการเดินทางไปตรวจราชการเมื่อเร็ว ๆ นี้พบว่า สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งจังหวัดปัตตานี ได้ประสบความสำเร็จในการเพาะลูกกุ้งกุลาดำจากพ่อแม่พันธุ์ที่เกิดจากการเพาะพันธุ์ แทนที่จะเป็นพ่อแม่พันธุ์ที่จับจากแหล่งน้ำธรรมชาติ โดยลูกกุ้งกุลาดำรุ่นนี้ได้เจริญเติบโตถึงขนาด 13 ตัวต่อหนึ่งกิโลกรัมแล้ว และจะใช้เป็นพ่อแม่พันธุ์เพาะลูกกุ้งกุลาดำรุ่นต่อไป ถ้าประสบความสำเร็จได้อีกถือว่าได้รุ่นหลาน กรมประมงจะพยายามเพาะให้ได้หลาย ๆ รุ่น (generation) จนกว่าจะมั่นใจความสำเร็จในเทคนิคการเพาะเลี้ยงกุ้งกุลาดำที่สำคัญอีกขั้นหนึ่ง เนื่องจากที่ผ่านมาการเพาะลูกกุ้งกุลาดำใช้พ่อแม่พันธุ์จากธรรมชาติเท่านั้น การประสบความสำเร็จในการเพาะลูกกุ้งกุลาดำด้วยพ่อแม่ที่เกิดจากการเพาะพันธุ์ได้นั้น ทำให้เราสามารถคัดสายพันธุ์และสร้างพันธุกรรมของพ่อแม่กุ้งที่แข็งแรงไว้เพาะลูกกุ้งกุลาดำที่มีคุณภาพ เพื่อส่งเสริมให้เกษตรนำไปเลี้ยงในนากุ้ง ด้วยกรรมวิธีนี้ในอนาคตผู้เลี้ยงกุ้งกุลาดำก็จะสามารถแก้ปัญหาด้านโรคกุ้งได้โดยไม่ต้องใช้สารเคมีและไม่ต้องขาดทุนเพราะกุ้งตายอีก เพราะลูกกุ้งที่นำมาเลี้ยงมีความแข็งแรงโอกาสเกิดโรคจึงมีน้อยมาก อธิบดีกรมประมงกล่าวต่อไปว่า ในด้านการรักษาสภาพแวดล้อมไม่ให้ถูกทำลายจากการเลี้ยงกุ้งกุลาดำ ขณะนี้โครงการชลประทานน้ำเค็มตามแนวพระราชดำริที่ลุ่มน้ำปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช การก่อสร้างได้ดำเนินไป 80 เปอร์เซนต์แล้ว คาดว่าในเร็ว ๆ นี้จะสามารถแบ่งพื้นที่ให้เกษตรกร 198 รายเข้าไปเลี้ยงกุ้งกุลาดำได้ และจะเป็นโครงการตัวอย่างสำหรับการเลี้ยงกุ้งแบบรักษาสภาพแวดล้อม เนื่องจากมีการบำบัดน้ำเสียก่อนปล่อยทิ้งและทิ้งน้ำเสียอย่างมีระบบ ขณะนี้กรมประมงกำลังก่อสร้างโครงการชลประทานน้ำเค็มอีกหลายแห่งทั่วประเทศที่มีการเลี้ยงกุ้งกุลาดำ นายธำมรงค์ ประกอบบุญ อธิบดีกรมประมงกล่าวในตอนท้ายว่า ปัญหาสำคัญในการเพาะเลี้ยงกุ้งกุลาดำมี 2 ประเด็นคือ การเลี้ยงกุ้งทำลายสภาพแวดล้อมและโรคกุ้ง นับว่ากรมประมงสามารถแก้ปัญหาได้ตรงประเด็นแล้ว คือการสร้างชลประทานน้ำเค็มเพื่อแก้ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและการสร้างพันธุกรรมกุ้งเพื่อแก้ปัญหาโรคกุ้ง กุ้งเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่สำคัญของเมืองไทยและเป็นสัตว์น้ำที่มีคุณค่าทางโปรตีนสูงมาก กรมประมงจะพยายามผลักดันให้การเลี้ยงกุ้งกุลาดำเป็นอาชีพที่ยั่งยืนของคนไทย เนื่องจากภูมิอากาศของเราเหมาะสมที่จะเลี้ยงกุ้งกุลาดำและเรามีบุคลากรที่มีความสามารถ เราจึงไม่ควรปล่อยโอกาสทองให้หลุดหายไปจากเมืองไทย โดยที่เรายังไม่ได้ใช้ความพยายามให้ถึงที่สุด จึงขอให้เกษตรกรที่เลี้ยงกุ้งโปรดช่วยกันรักษาสภาพแวดล้อมและลดการใช้สารเคมีโดยไม่ปล่อยกุ้งหนาแน่น ส่วนทางราชการก็กำลังช่วยพวกท่านอยู่แล้ว ด้วยการสร้างชลประทานน้ำเค็มและสร้างพันธุกรรมกุ้งที่แข็งแรง อธิบดีกรมประมงกล่าว--จบ--